
คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร (รองสว.) ถึง ผบ.หมู่ ประจำปี 2568 เริ่มทยอยออกมาผ่านเว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคำสั่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 จากนั้นคิวต่อไป "กรมปทุมวัน" ก็เข้าสู่โหมดแต่งตั้ง "นายพล" เดือนเมษายน หลังจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี เซ็นประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจวาระเดือนเมษายน 2569 ตามขั้นตอนการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.อ., ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ยศ พล.ต.ท. และผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ยศ พล.ต.ต.
ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตามกำหนดจะให้ตำรวจที่อาวุโสระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง จตช., รอง ผบช. และรอง จตร., รอง ผบก. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนดำรงตำแหน่ง ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีลำดับอาวุโส ภายใน 15 วัน เมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงตามที่มีการร้องขอแล้ว ก็จะประกาศลำดับอาวุโสเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเข้าสูการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง "นายพล" วาระเดือนเมษายนต่อไป ๐
นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำหรับ "กรมปทุมวัน" ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ การทำอะไรก็อย่ามุบมิบ อย่าปิดบัง โดยเฉพาะการดำเนินคดี "ตำรวจ" ที่กระทำผิดกฎหมาย ผิดกฎระเบียบ ต้องให้สังคมรับรู้รับทราบอย่างโปรงใส ไม่เช่นนั้น "ตำรวจ" ดีก็จะถูกเหมารวมเป็นตำรวจเลวไปหมด เหมือนกรณีมีขบวนการทุจริตปล่อยตัวผู้ต้องกักสัญชาติจีน จากที่สถานทูตจีนประสานขอให้ตรวจสอบ กรณีนายอาฮ่าง (นายหม่า กวางซู่) ผู้ต้องกักสัญชาติจีน ที่พ้นจากการควบคุมของสถานกักตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ตร.ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีพนักงานสอบสวน จำนวน 5 นายกระทำผิด โดยการแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอตัวผู้ต้องกัก แล้วไม่แจ้งผลและส่งตัวผู้ต้องกักต่อ สตม. จากนั้น บช.น.จึงรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับทั้ง 5 นาย โดยส่งสำนวนคดีอาญาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 รวมทั้งการดำเนินการทางวินัย บช.น.สอบวินัย ร.ต.อ.รายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเสร็จสิ้น มีความเห็นลงโทษไล่ออกจากราชการ ส่วนรายอื่นๆ อยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนวินัยร้ายแรง และพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบ แต่พอไม่พูด ไม่บอกสังคม เมื่อมีนักเคลื่อนไหวออกมาแฉพิรุธ ก็เลยต้องร้อนก้นยกขบวนทั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษก ตร. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รองผบก.ตม.3 มานั่งแถลงข่าวกันยกใหญ่ ๐
เป็นอีกหนึ่งแอปที่ประชาชนควรจะโหลดไว้ใช้ แอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ที่ บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี เป็นพ่องานในการพัฒนาแอปพลิเคชัน “POLICE CARE” ที่รวบรวมข้อมูลและบริการทั้งหมดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไว้ในแอปเดียว เชื่อมโยงฐานข้อมูลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมดไว้ด้วยกัน โดยแอปนี้เป็นคู่มือประชาชนที่เป็นศูนย์รวมบริการ ข้อมูลข่าวสาร ติดตามผลคดี การแจ้งความ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารเตือนภัยต่างๆ มาไว้ในแอปพลิเคชันเดียว โดยฟังก์ชันเด่นๆ ของแอปพลิเคชันนี้ ได้แก่ ฟีเจอร์คู่มือการแจ้งความ, ค้นหาสถานีตำรวจ, ตรวจสอบข้อมูลคดีและใบสั่ง, ตรวจสอบตำรวจว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ, ขั้นตอนและเอกสารในการไปแจ้งความ, กฎหมายต้องรู้, คู่มือการขออนุญาตต่างๆ และช่องทางร้องเรียนตำรวจกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสะดวก เข้าใจง่าย และปลอดภัย ๐
กลายเป็นเรื่องเมื่อมีภาพของ "กลุ่มคนจีน" รื้อรั้วลวดหนามที่บ้านท่าเส้นใกล้กาสิโน "ทมอดา" งานนี้ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ต้องออกมาบอกว่า เดิมทีทหารได้วางแนวลวดหนามกั้นพื้นที่ปลอดภัยไว้กว้างกว่านี้ แต่กลุ่มผู้ค้าชาวจีนได้ลากลวดหนาม มาวางกั้นไว้ที่บริเวณหน้าประตูร้านของตนเอง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยและเกรงว่าจะมีคนเข้ามาขโมยทรัพย์สินในร้าน หลังเกิดเหตุทหารในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบทันที กลุ่มชาวจีนได้ขอให้รื้อออก แต่ทางทหารไม่ยินยอม จึงได้มีการเจรจาจนได้ข้อสรุปว่า ให้ย้ายแนวลวดหนามไปกั้นไว้ที่บริเวณหลังร้านแทน เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเข้าออก แต่ยังคงรักษาแนวเขตพื้นที่ปลอดภัยไว้ได้ วันรุ่งขึ้น พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ดำเนินการวางไว้เพื่อกำหนดแนววางกำลัง (Troop Deployment Line) เพื่อควบคุมพื้นที่ตามข้อตกลงร่วม (Joint Statement:JS) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ว่าใครวางกำลังตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น ก่อนที่จะไปสู่กระบวนการและขั้นตอนในเรื่องสำรวจและกำหนอเขตแดนร่วมกัน ในกลไกทวิภาคีในเรื่องเขตแดนต่อไป ซึ่งต้องไปว่ากันหลังมีรัฐบาลใหม่ ข้อสังเกตเรื่องแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่อัตราส่วนเท่าไหร่ เขตแดนใคร อยู่นอกเหนือ JS ที่สองฝ่ายเห็นชอบและยึดถือปฏิบัติระหว่างกัน ๐
จริงๆ พื้นที่ด้านตรงข้าม "จันทบุรี-ตราด" ถูกจับตามองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เมืองไพลินตรงข้าม จ.จันทบุรี ซึ่งถูกมองว่าเป็นฐานสแกมเมอร์กับพนันออนไลน์แห่งใหม่ ซึ่งด้านนี้ไม่มีปัญหาเรื่องเขตแดน ต่างจาก “ตราด” ซึ่งมีการรุกล้ำและประท้วงกันมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปที่ปัญหาบ่อนพนันที่ท่าเส้น ที่ถูกหมายมั่นปั้นมือให้เป็น "เมืองใหม่" มีชื่อ "ตรี เพียบ" นักธุรกิจสายหลังบ้าน “ฮุน เซน” มีสายสัมพันธ์กับฝั่งพ่อค้า นักการเมืองไทย ถึงขนาดมีการทำถนน 4 เลนไปถึงด่านชายแดนไทยในอดีต ขณะที่ฝั่งกัมพูชามีการตั้งชุมชน ร้านค้า เปิดกาสิโนแห่งใหม่ คนจีนหลั่งไหลเข้าไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหนาแน่น เริ่มมาตั้งชุมชน ทำมาค้าขาย แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่อนุมัติให้เปิดด่านตามข้อเรียกร้องของพื้นที่ เพราะมีการก่อสร้างรุกพื้นที่ไทย ประท้วงแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่ยอมถอย ปัจจัยปัญหาไม่ต่างจากด่านชายแดนแถวสระแก้วหรืออีสานใต้ กลายเป็นเรื่องคาราคาซังมานาน เพราะจับตรงไหนก็เจอแต่ "ตอ" แต่ ณ ปัจจุบันการปฏิบัติการทางทหารกำลังแก้ผิดให้เป็นถูก วางแนวกำลังไว้แล้ว ทร.จึงต้องระมัดระวังมากขึ้น ๐
18 มกราคม 2569 "วันกองทัพไทย" นอกเหนือจากการประกอบพิธีอันทรงเกียรติ ในการสดุดีดวงวิญญาณนักรบไทย รวมถึง 42 ทหารกล้าในการสู้รบ 5 วันและ 20 วัน ในเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา และยังมีพิธีบรรจุดินจากสมรภูมิสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย ดินจากผืนแผ่นดินที่บรรพชนเคยยืนหยัด ต่อสู้ และหลั่งเลือดเพื่อปกป้องเอกราช รวมทั้งสิ้น 10 สมรภูมิ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณนักรบของชนชาติไทยในทุกยุคทุกสมัย และจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 นั้น ปัจจุบันกองทัพไทยได้เพิ่มดินสมรภูมิแห่งที่ 11 ในนาม "ดินสมรภูมิพิทักษ์ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2568" เพื่อจารึกเรื่องราวแห่งการยืนหยัดของทหารกล้าในยุคปัจจุบัน โดยพิธีจัดขึ้นที่อนุสรณ์สถานฯ กองบัญชาการกองทัพไทย มี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตำรวจแห่งชาติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จิตสำนึกใหม่กับ'อนาคตประเทศไทย'
สองวันก่อน...มีโอกาสแวะเข้าไปดู เฟซบุ๊ก ของคุณ ทนง ขันทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศของบ้านเรา ที่มีผู้สนใจ ติดตาม หรือมีบรรดา แฟนคลับ เป็นจำนวนมิใช่น้อย
เมื่อเด็กวานนี้...กำลังเป็นรัฐมนตรีในวันหน้า!!!
เพิ่งผ่านพ้น วันเด็ก ปีนี้มา 1 วัน คือวันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2569 อาทิตย์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตไปว่ากันถึงเรื่องเด็กๆ อันเป็นเรื่องที่ออกจะน่าห่วงและน่าสงสารเอามากๆ เพราะอย่างที่ หมอ หรือ นายแพทย์ ท่านหนึ่ง
2 พลอากาศเอก 'หย่อนไข่'
ดูท่าชีวิตที่ 10 ในแวดวงสีกากีของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.จะริบหรี่ลงเรื่อยๆ ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.),
ปีใหม่...ที่อาจหนักหนา-สาหัสกว่าปีที่แล้ว!!!
เท่าที่ฟังๆ จากบรรดาพวก กูรู-กูรู้ ทั้งหลาย...ท่าทาง เศรษฐกิจไทย ปีนี้ หรือปีใหม่ น่าจะหนักหนา-สาหัสมิใช่น้อย เผลอๆ อาจลากยาวไปถึงปีโน้น หรือปี พ.ศ.2570 โน่นเลย
มาแต่ไก่โห่!
ประเดิมสัปดาห์แรกปี 2569 แวดวง “สีกากี” เริ่มต้นกันที่สารเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ส่งความสุขและความปรารถนาดีไปยัง
พรปีใหม่ 2569
จะปีนั้น-ปีนี้...ใช่ปีใหม่ แค่ เวลา เลื่อนไหลไปตามวิถี ไม่ว่า ใหม่ หรือ เก่า ก็เท่านี้ เท่าที่ สิ่งนี้-สิ่งนี้ ...จะเป็นไป

