เลือกตั้ง ‘เวทีลวงคน’

พอ “พรรคเพื่อไทย” ประกาศ.....

ซูเปอร์นโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คน คนละ ๑ ล้านบาท” เท่านั้นแหละ

กลายเป็น “พรรคคู่แข่งที่น่ากลัว” ของพรรค “ทางเลือกใหม่” ของ “เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือ “เต้ พระราม ๗” ขึ้นมาทันที!!!!

แจกวันละ ๙ คน คนละ ๑ ล้าน ของเพื่อไทย หรือจะสู้นโยบาย “วิดพื้น ๔๐-๑๐๐ ครั้ง/วัน ได้เพิ่มเงินเดือน ๑๐%” ของ“เต้-มงคลกิตติ์”?

“เพื่อไทย” แจ้งนโยบายหาเสียงต่อ กกต.รวม ๕๗ นโยบาย ใช้วงเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น ๒๔๓,๓๐๐ ล้านบาท

เท่าที่ผมดูรายละเอียดการใช้เงินคร่าวๆ ในแต่ละนโยบายก็ประมาณนี้

-นโยบาย ของขวัญเพื่อคนไทย ๓,๕๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย กระตุ้นการบริโภค ใช้งบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท

-นโยบาย คนไทยไร้จน ใช้งบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย เรียนได้งบจบได้งาน ใช้งบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย ซอฟต์พาวเวอร์ ใช้งบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท

-นโยบาย บ้านเพื่อคนไทย ใช้งบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท

-นโยบาย “ล้างหนี้” วัยเกษียณ ใช้งบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท 

-นโยบาย ผ่อนดี ๑ ปี ฟรี ๑ งวด ใช้งบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท

-นโยบาย ประกันกำไรสินค้าเกษตร ๓๐% ใช้งบ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย คูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ งบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย ปราบสแกมเมอร์ “ไม่จบ-ไม่เลิก” ใช้งบ ๒๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบายจัดการน้ำทั้งระบบ “ไม่ท่วม-ไม่แล้ง” จัดสรรงบเพิ่ม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย AI For All ใช้งบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

-นโยบาย รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย, รถเมล์ ๑๐ บาทตลอดสาย ใช้งบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท/ปี

ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ เขาพาดกระบาลข่าวหน้า ๑ ตัวโตๆ ว่า

“ประชานิยมสิ้นคิด”!

เพราะล้วนเป็นนโยบาย “เพื่อเอาไป....” ซึ่งเลื่อนลอย เป็นนามธรรม ไม่มีนโยบายไหนเป็นไปในทางสร้างสรรค์พัฒนา “เพื่อเอามา” ที่เป็นรูปธรรมเลย

ทีนี้มาดูนโยบายพรรค “ทางเลือกใหม่” ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในทางเปรียบเทียบบ้าง

ว่า.....ใครจะเด็ดสะระตี่กว่ากัน ....
ระหว่าง นโยบายพรรค “เต้-มงคลกิตติ์” กับพรรคเพื่อไทย “เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”?

นโยบายพรรคเพื่อไทย ก็อย่างที่บอก หนักไปทางเอาเงิน ๒๔๓,๓๐๐ ล้านบาท ไปทำประชานิยม

ที่เป็นไฮไลต์ “เพื่อไทยนำเสนอ” เช่น.....

ทำ “กล่องสุ่ม” สร้างเศรษฐีเงินล้าน ด้วยการแจก “วันละ ๙ คน คนละ ๑ ล้านบาท”!

ส่วนนโยบายพรรคทางเลือกใหม่ หนักไปทางสร้างสรรค์-หรรษา ประเภท “บ้าสุดขอบฟ้า-ฮาสุดขอบเตียง”

ที่เป็นไฮไลต์....

แต่ละนโยบายของพรรคพี่เต้ “กินขาด” นโยบายพรรคเพื่อไทยของศาสตราจารย์เชน ชนิดไม่เหลือแม้กระทั่งส่วนล่างจากเอวลงไป เช่น....

-ผู้หญิง สามารถมีสามีได้ ไม่เกิน ๔ คน และ

-ให้คนไทยแต่งงานกับมนุษย์ต่างด้าวได้

-ให้ผู้สูงอายุ ปรับปรุงลดอายุ “ดึงหน้าถึงคอ” ได้ ๑ ครั้ง/๑๐ ปี

-ให้สิทธิ์หญิง วัย ๓๖-๕๐ ปี ตกแต่งเลเบีย (แคมนอก-แคมใน) และทำรีแพร์ ได้ ๑-๒ ครั้ง พร้อมยาบำรุงประจำเดือนกระตุ้นการมีบุตรเพิ่ม ฟรี

ด้านสร้างสรรค์พัฒนานวัตกรรม “บ้าสุดขอบฟ้า” ก็เช่น....

-ให้ “อีลอน มัสก์” เป็นที่ปรึกษา ด้านเทคโนโลยีอวกาศไทย

-สร้างเซ็นทรัล สาขา ดาวอังคาร ดาวพฤหัสฯ ดวงจันทร์

-จัดทริปพาคนไทยไปอวกาศ

-จัดตั้งกองทัพอวกาศและตั้งฐานทัพอวกาศ

-ประเทศไทย จะมีนิวเคลียร์ ๑๐ ลูก

เห็นมั้ย...

ไหนๆ จะบ้ากันทั้งที ก็บ้าให้มันทะลุสุดขอบฟ้าไปเลย เชน-ยศชนัน เป็นถึงศาสตราจารย์ เป็นผู้อำนวยการ สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม

แต่ “คิดนโยบาย” แบบ “สิ้นคิด” ได้แค่เอาเงินหลวงมาแจกคน ๙ คน คนละ ๑ ล้านแบบเนี้ย แล้วจะให้ชาวบ้านเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล?

ผิดหวังจริงๆ!

ถามตรงๆ เขาให้มาเป็นนอมินี “ว่าที่นายกฯ พรรค” โดยไม่มีสิทธิ์ออกนโยบาย เขาให้ตะโกนหาเสียงหลอกชาวบ้านยังไง ก็ตะโกนไปตามนั้น อย่างนั้นหรือ?

หรือ “คิดเอง” ในนโยบายสร้างเศรษฐีวันละ ๙ คน คนละ ๑  ล้าน เหมือนพวกหลอกหากินทางออนไลน์เขาทำกัน?

ถ้าคิดได้แค่นี้ .....

จ้าง “พิมรี่พาย” หรือไม่ก็ “เจ้เล้ง” มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เขาจะมีไอเดียออกนโยบายทางสร้างสรรค์พัฒนาชาติบ้านเมืองได้ดีกว่า การเอาเงินหลวงมา “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างนี้”

หรือจะแย้งว่า.......

“กูคิดดีแล้ว(โว้ย)ว่าเพราะนโยบายแบบนี้ มันถึงจะมี “คนตาบอดติดเบ็ด” และพรรคก็จะได้ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง”!

ถ้าแบบนั้น ก็แล้วไป

ผมไม่เข้าใจ กกต.อนุญาตให้เพื่อไทยนำนโยบาย ประเภท “กินไป-หมดไป” และ “พูดได้-แต่ทำไม่ได้” มาใช้หาเสียงได้อย่างไร?

เพราะมัน “ประชานิยม” ล้วนๆ

ทั้งหลายๆ นโยบาย เคยทำมาแล้ว แต่ล้มเหลว คอร์รัปชันกันจนติดคุก-ติดตะราง และเป็นซากร้างค้างคา เช่นการสร้างบ้านเป็นต้น

และอย่างนโยบาย “คนไทยไร้จน” มันเพ้อเจ้อ เวิ้งว้าง ใช้เงินตั้ง ๖๐,๐๐๐ ล้าน ทักษิณ “ตดให้หมาดม” ด้วยวลีนี้ มา ๒๕ ปีแล้ว

แต่ผมก็เห็นคนไทยยังจนและจนถาวร ....

ในขณะที่คนพูดยิ่งรวยและรวยจนท่วมคุก-ท่วมโรงพยาบาล (ตำรวจ)!

 “น้ำไม่ท่วม-ไม่แล้ง” อีก ๒๐,๐๐๐ ล้าน นี่ก็เหมือนกัน แค่ประกาศ ชาวบ้านก็โกรธหน้าเขียวจนต้องหัวร่อเยี่ยวแตก-เยี่ยวแตนกลางน้ำท่วม

“พอถึงฤดูติดสัด พวกมึงกล้าพูดในสิ่งที่พวกมึงทำไม่ได้ ทั้งน้ำท่วมทีไร มีแต่ทหารกับชาวบ้านด้วยกันเท่านั้นมาช่วย

แต่พวกมึงซักตัวไม่เคยโผล่หัวมาช่วยจริงจัง นอกจากมาย่ำน้ำแข่งกับหมา แล้วถ่ายรูปไปโฆษณาอวด!”

พอพูดถึงนโยบาย “ซอฟต์พาวเวอร์” อีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท

มีเสียงถามขรม...

“ที่อุ๊งอิ๊งเอาไปทำซอฟต์พาวเวอร์ ๕ พันล้านคราวที่แล้วล่ะ เป็นมรรค-เป็นผลอะไรงอกเงยขึ้นมาบ้าง?

 และ ๕ พันล้านนั่นน่ะ.....

 สตง.ไปตรวจดูหน่อยซิ ว่าเอาไปทำอีลุ่ยฉุยแฉกแดกเมืองหรืออย่างไร-แบบไหนกันบ้าง?

แล้วนี่ เพื่อไทย ยังหน้าด้าน จะเอาอีก ๕ พันล้าน!?

ไอ้นโยบาย แจกคนละ ๑ หมื่นอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป รวม ๕.๖ แสนล้าน มันยังเป็น “ผีสูบเลือดแผ่นดิน” ติดตา

เพื่อไทย ไม่อาย ไข่เข็ด ไม่จำ หรืออย่างไร เห็นประชาชนเป็นคนโง่-คนงกเงิน ออกนโยบาย บ่อนทำลายชาติ

ด้วยการทำให้ทรัพยากรบุคคล “มัวเมา-หมกมุ่น” แต่การได้เงินง่าย โดยไม่ต้องทำงาน

เสพติดการเงินในเชิงพนัน ไม่ต่างกับฮุน เซน ที่ใช้นโยบายล่อหลอกประชาชนของตนและชาวโลกให้เข้าไปติดอยู่ในกับดัก “เงินง่าย-อบายมุข”

ผมไม่โทษพรรคเพื่อไทยโดยตรง

แต่ขอตำหนิ “กกต.” ที่ปล่อยให้พรรคการเมืองมีนโยบายด้วย “ช่องกว้าง” สู่ทางโกงกิน และทั้งหลายๆ นโยบาย มันทำไม่ได้

และบางนโยบาย อย่างนโยบาย “พรรคทางเลือกใหม่” มันทำให้การเลือกตั้ง ที่จริงจังในทางบริหารและปกครอง

และที่สำคัญ....

การเลือกตั้ง สส.ทำโดย “พระมหากษัตริย์” ทรงตรา “พระราชกฤษฎีกา”

ดังนั้น กกต.จะปล่อยให้พรรคออกนโยบายเพื่อเรียกเสียงฮา เพื่อทำให้การเลือกตั้ง เป็นเรื่องเล่นๆ เป็นเวทีล้อเลียน ในทางตลกขบขัน แบบนี้ได้อย่างไร

นอกจาก “ทำไม่ได้-ปฏิบัติไม่ได้จริง” แล้ว

ยังผิดกาลเทศะแล้ว แสดงถึง “ต่ำภาวะทางจิตสำนึก”

ในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป...
 ถ้า กกต.ยังปล่อยให้พรรคการเมืองออกนโยบายแบบนี้อีก

กกต.ก็ควร “ชำระ-สะสาง” ตัวเองด้วย ว่าวุฒิภาวะทางสำนึก “ต่ำกว่ามาตรฐาน” หรือไม่?

อาทิตย์นี้ อีก ๑๔ วัน ก็ถึงอาทิตย์ที่ ๘ กุมภา.

ผมเชื่อว่า ประสบการณ์จากเหตุการณ์บ้านเมืองในรอบ ๒ ปี ที่ “รัฐบาลเพื่อไทย” สร้างความ “ยุ่งเหยิง-ยุ่งยาก” ให้บ้านเมือง

จนต้องให้ “รัฐบาล ๒ เดือน” ภูมิใจไทย.....

โดย “นายกฯ อนุทิน” และกองทัพพร้อมประชาชนผู้รักชาติ เข้ามาแก้ เข้ามาสร้าง เข้ามาปูทางสู่ “สังคมโลก” มิติใหม่

ด้วย “จิตภาวะ” ของแต่ละท่าน

ย่อมตระหนักรู้และคิดได้ ว่าบ้านเมืองภาวะนี้ ควรจะเลือกพรรคไหน-ใคร มาเป็นนายกฯ มาเป็นรัฐบาล

เพื่อแบกรับปัญหาภายนอก-ภายใน นำพาประเทศชาติ ให้เทียมบ่า-เทียมไหล่ ในประชาคมโลก โดยมี “ธงชาติไทย” ปักปลิวไสวรวมอยู่ด้วย

ผมไม่บอกหรอกว่า “ควรเลือกพรรคไหน” มานำชาติ

เพียงแต่จะบอกว่า....

ส่วนตัวผม “เลือกเบอร์ ๓๗”

เพราะตกหลุมรัก “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” จนถอนตัวไม่ขึ้นซะแล้ว!

-เปลว สีเงิน

๒๖ มกราคม ๒๕๖๙

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

🔴 LIVE ‘ดร.เอนก’ ขีดเส้นใต้ โจทย์ยากนายกฯใหม่ เป็นมากกว่ารัฐบุรุษ!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

‘ดร.เอนก’ ขีดเส้นใต้ โจทย์ยากนายกฯใหม่ เป็นมากกว่ารัฐบุรุษ!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2569

ทหารกับรัฐบาลอนุทิน

เอ้า....นับจากวันนี้ ......อีก “๑๕ วัน” ก็จะถึงวันเลือกตั้ง (๘ กุมภา.๖๙) ถ้าเป็นสนามแข่งม้า “สัปดาห์สุดท้าย” ของเดือนมกรา.ก็เท่ากับม้าแข่ง “เข้าโค้งวัดเบญจะฯ” แล้ว

‘ธรรมาธรรมะสงคราม’

ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ชาติ...... “เรื่องหนึ่ง” ที่เห็น คือ ในยามเกิดศึกสงคราม “พระกับทหาร” แยกกันไม่ออก ทั้งที่เรื่องศึกสงครามนั้น พุทธบัญญัติ “ห้ามพระสงฆ์” เข้าไปยุ่งเกี่ยวก็ตาม!

เลือก ‘รัฐบาลแบบไหน’

ใครได้ดูคลิปที่..... “รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตพรรครักชาติ “รำดาบคู่” ถวาย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” บ้าง? ผมได้ดูจากคลิป “ไทยรัฐนิวส์”

สมรภูมิ ‘เมืองพระทำ’

“เสร็จศึก” ชายแดน..... ไปคึกคักกันเรื่องเลือกตั้ง ได้ยินอาจารย์ “เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตนายกฯ “พรรครักชาติ” บอกว่า