
พรรคส้มโหมเร่งเครื่องในโค้งสุดท้ายอย่างหนัก
แม้สารพัดโพลจะยกให้พรรคส้มยังคงได้รับคะแนนนิยมสูงสุด แต่...บรรดาแกนนำแกนนอนในพรรคส้มต่างรู้ดีว่านั่นคือ ภาพลวงตา
ก็พอจับสถานการณ์ได้ว่า มีอยู่ ๒ ประเด็นที่พรรคส้มนำเสนอแล้วไม่เป็นไปตามเป้า
ประเด็นแรก มีเราไม่มีเทา มีส้มไม่มีเทา ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะส้มมีเทายันดำ
ประเด็นถัดมา การชูเทคโนแครตมาเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีนั้นไม่ปัง เปิดตัวแล้วจมหาย เหมือนโยนเหรียญลงทะเล
มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นว่าที่ รมว.ยุติธรรม
พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตทูตไทยประจำสหรัฐฯ ว่าที่ รมว.การต่างประเทศ
ณัฐยา บุญภักดี ว่าที่ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ชื่อเหล่านี้หายไปกับสายลม
ผิดกับ ๓ ทหารเสือพรรคภูมิใจไทย "ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ" ยังค้างฟ้าเป็นข่าวเกือบทุกวัน เพราะความได้เปรียบจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ
แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพรรคส้มเดินเกมพลาด ที่ไม่นำเทคโนแครตเหล่านี้ไปเป็นผู้ช่วยหาเสียง ทั้งๆ ที่ประกาศว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคประชาชน
การพลาดซ้ำซากท่ามกลางกระแสพรรคดำดิ่ง จึงต้องใช้งาน "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เจ้าของวาทกรรม มีทหารไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะ
ดูเหมือนจะปลุกขึ้น แต่ระวังอย่าให้ภาพเวทีปราศรัยที่มีเสียงกรี๊ดจากด้อมส้มเป็นภาพลวงตา
ยังมีความพยายามใช้ประเด็น "ประกันสังคม" มาขยี้ โดยมีสื่อในเครือข่ายช่วยขยายความ ประเด็นนี้กระตุ้นความเกลียดชัง สำนักงานประกันสังคมได้มาก
ถึงขั้นจะเอาออกจากระบบราชการ
ทำไมพรรคส้มถึงตีประเด็นนี้ ทั้งๆ ที่สำนักงานประกันสังคมไม่ใช่พรรคการเมือง
อย่างแรก พรรคส้มพยายามชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งคาดว่าจะได้ใจบรรดาลูกจ้าง พนักงานบริษัท ที่อยู่ในระบบประกันสังคม
ปัจจุบัน ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมทุกมาตรา (ม.๓๓, ม.๓๙, ม.๔๐) รวมประมาณ ๒๕ ล้านคน
ถ้าพรรคส้มได้มาครึ่งหนึ่ง โอกาสเป็นพรรคอันดับหนึ่งก็ใสๆ เลยครับ
อีกประการหนึ่งที่พรรคส้มตีสำนักงานประกันสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เพราะพรรคนี้มีนโยบายรัฐสวัสดิการ เป็นนโยบายธง
แน่นอนครับหากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล สำนักงานประกันสังคม คือหน่วยงานแรกๆ ที่จะถูกกระทำชำเรา แก้กติกา เพื่อดูดงบประมาณไปใช้กับนโยบายรัฐสวัสดิการ
เมื่อมีการเรียกร้องให้เอาออกจากระบบราชการด้วยแล้ว ก็ยิ่งชัดเจนว่า สำนักงานประกันสังคม จะถูกลบชื่อไปอย่างถาวร
ทำแล้วดีไม่มีปัญหาอย่างนั้นหรือ
"หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม" หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไว้
"...อย่าดึงประกันสังคมเป็นแบบ สปสช.”
มีพรรคการเมืองบางพรรค ออกมาโวยวายประกันสังคม แบบต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เห็นดำเนินคดี เอาติดคุกได้ เหมือนที่ผมเคยทำเรื่องจำนำข้าว
ล่าสุดผมเริ่มเห็นเป้าหมาย ที่แท้จริง
พวกคุณต้องการดึงประกันสังคม ออกจากระบบราชการ
ผมไม่ต้องพูดถึงปัญหาว่า รัฐอาจไม่ต้องร่วมจ่ายก็ได้ ถ้าถูกดึงไปเป็นเอกชน แต่อยากเอาหลักคิดนี้ มาเปรียบเทียบกับ สปสช.
สปสช.บริหารอิสระแบบเอกชน สุดท้ายกลายเป็นแดนสนธยา ที่มีคนกลุ่มหนึ่งทำมาหากิน ต่อเนื่องแบบยาวนาน
เหมือนเป็นสมบัติของพวกตนเอง สลับกันเป็นบอร์ดอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบยาก ไม่โปร่งใส เพราะตั้งอนุกรรมการตรวจสอบกันเอง รายงานกันเอง ข้อมูลไม่เปิดเผยกับประชาชน
ออกกฎเกณฑ์ที่กลับไปกลับมา ตามใจชอบ เพื่อประโยชน์กันเอง และฝีกำลังจะแตก
สุดท้ายคนที่เดือดร้อน คือประชาชนที่รับบริการ
การขอหนังสือส่งตัว เพื่อไปรับการรักษาต่อ เปรียบเหมือนกับขอทานไปขอใบส่งตัว มีข้อจำกัดของการรับยา ผมยืนยันว่าปีนี้มีปัญหาหนักแน่
คิดให้ดีนะครับที่จะดึงประกันสังคมออกจากราชการ
ผมเชื่อว่ามีฝูงแร้งฝูงหนึ่งรออยู่ ที่จะเข้ามากัดกินหาผลประโยชน์
และสุดท้ายก็หมุนเวียน คนของตนเองมาแบ่งปันกัน ไม่ต่างจาก สปสช. และทำตัวเป็นเจ้าของประกันสังคมไม่ต่างจาก เป็นเจ้าของ สปสช.
ก่อนจะดึงออกจากราชการ ไปดู สปสช.เสียก่อนเพราะฝีกำลังจะแตกแน่ๆ
ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ประกันสังคมถ้ามีจริง พวกคุณก็ตรวจสอบให้จริงจังไปเลย ผมสนับสนุนเต็มที่ เอาให้ติดคุกเหมือนจำนำข้าว
ไม่ใช่สร้างกระแสไปวันๆ..."
ครับ...ที่ผ่านๆ มาพรรคส้มมักมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบที่ไปไม่สุด
เรียกว่า "ฉาบฉวย" ก็คงจะได้
ส่วนใหญ่เล่นกับกระแสเสียมากกว่า
ครั้งนี้ก็เช่นกัน พยายามปลุกกระแสเล่นงาน สำนักงานประกันสังคม เพื่อหวังคะแนนเสียง
ก็มีทั้งโอกาสสำเร็จและล้มเหลว
แต่อย่างน้อยสะท้อนให้เห็นว่า พรรคส้มเกิดวิกฤตในกระแส
ถ้าวัดกันที่ "กระแส" ช่างแตกต่างจากการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ อย่างสิ้นเชิง
โจทย์ใหญ่ที่พรรคการเมืองต้องแก้ หากได้เป็นรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาประกันสังคม แต่มันคือปัญหาเศรษฐกิจ
ประชาชนต้องการรัฐบาลที่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มากกว่ารัฐบาลที่จะไปรบกับสำนักงานประกันสังคม
พรรคเพื่อไทยอ่านเกมนี้ออก ถึงได้ชูนโยบายปั้นเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน มาหลอกล่อประชาชน
แต่ก็ยังไม่ใช่นโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
เพราะการออกแบบนโยบายเพื่อการหาเสียง สุดท้ายก็ไม่ต่างจากการชักชวนให้ประชาชนซื้อลอตเตอรี่
"ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" อธิบายสถานการณ์ของพรรคส้มได้คมกริบ
"...พรรคส้มต้องใช้บริการคนหน้าเดิมแค่ไม่กี่คนในพรรค
ไม่สมราคาพรรคใหญ่ที่พุ่งเป้าจะรื้อโครงสร้างประเทศ
ให้โรมไปดีเบตสลับกับวิโรจน์ และช่วยขึ้นเวทีปราศรัย
เท้งก็ไม่ได้ช่วยมาก เหมือนเด็กเพิ่งหัดปราศรัย
ส่วนธนาธรก็วิ่งพล่านขึ้นลงเวที ไปออกรายการจนหน้าเซียว พูดเหมือนท่องจำจากที่อาจารย์บรีฟมาแบบเดิมๆ
มีไอซ์เดินสายหาเสียงโชว์สื่อเลี้ยงกระแสไปวันๆ
แล้วรอ 'พิธา' มาเป็นตัวช่วย หลังหลบไปนอกให้จางกระแส 'ทหารมีไว้ทำไม?'
เมื่อหมดทางก็หวังปั่นกระแส 'ดารา' ที่ได้ผล คราวที่แล้ว ให้มาเอาโค้งสุดท้ายเรียกเสียงฮือฮา
แต่พิธาบอบช้ำจากกระแส 'รักชาติ' ที่ยังไม่จางหายจากใจคนไทยหัวใจรักชาติ
หากให้เลือกพิธากับทหาร ร้อยทั้งร้อยเลือกมอบพวงมาลัยให้ทหารที่ไปสู้รบที่ชายแดนมากกว่า..."
ครับ...ส้มไม่มีอะไรจะขายแล้วจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปัญญาอ่อน' สร้างเศรษฐี
"เติมเศรษฐกิจให้แข็งแรง ทำอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาเงินไปแจกผมว่าปัญญาอ่อน ถ้ามีปัญญาเขาไม่แจก เขาใช้เงินไปสร้างเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจแข็งแรง ทำเรื่องง่าย หรือยังขายวัคซีนไม่จบ ดังนั้นรีบๆ ทำ เศรษฐกิจจะได้ดี"
เรื่องเบาๆ ที่หนักอึ้ง!
วันนี้...ว่าด้วยเรื่องเบาๆ ครับ ไปดูทางฝั่งเขมรกันก่อน สื่อเขมรตีข่าวใหญ่ "ฮุน เซน" กำลังเดือดร้อนหนัก!
จะแก้'พระราชอำนาจ'หรือไม่
มาขยายความกันหน่อย... หลังจากอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมากระตุกสติคนที่อยากฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทิ้งแล้วยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ และข้อกังวลเรื่องหมวด ๑ หมวด ๒ ใครที่คิดว่าตัวเองคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว ขอให้กลับไปคิดใหม่
เลือกนายกฯ ผิดชีวิตเปลี่ยน
ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ปีนี้ลุกเป็นไฟ! ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2026 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) กลายเป็นเวทีที่โลกพยายามจับขั้วใหม่
'๓ คนนี้' แรงแซงทุกโค้ง
เชื่อมั้ยครับ.... เลือกตั้งครั้งนี้ประเทศไทยจะตกใจกับกระแส “ศุภจี-สีหศักดิ์” โดยเฉพาะผลการเลือกตั้ง จะมีเสียงอุทาน...อะไรกันเนี่ย...มันเป็นไปได้อย่างไร!
ในวิกฤตส้ม
อีกสิ่งที่พรรคส้มเปลี่ยนไป... คือกระแส ความแตกต่างระหว่างการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ กับปี ๒๕๖๙ ที่กำลังเกิดกับพรรคส้มคือกระแสที่แตกต่างกันสุดขั้ว

