
บรรยากาศในสภาช่วงนี้เป็นช่วงที่สำคัญเพราะเป็นช่วงเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ที่ทำเอาบรรดาท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เห็นจะเป็นกรณีของ "หมอวรงค์" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่สวมหัวใจสิงห์เดินหน้าเขย่าปมสวัสดิการ สส. แบบไม่เกรงใจเจ้าที่เจ้าทาง เพราะเปิดหัวมาด้วยเรื่อง "ข้าวฟรี" ที่หมอวรงค์ มองว่ามันเกินเบอร์ไปหน่อย เพราะเมื่อกางบัญชีดูเงินเดือนและค่าตอบแทน สส.แต่ละท่านก็ปาเข้าไปหลักแสนบาทต่อเดือนเข้าไปแล้ว
แต่ไฉนยังต้องมาใช้ภาษีราษฎรมาประเคนสำรับกับข้าวให้กินฟรีกันอีก หมอท่านว่า "ในเมื่อประชาชนยังต้องควักกระเป๋าซื้อข้าวกินเอง แล้วทำไมคนระดับ สส. ที่อาสามาทำงานรับใช้ชาติถึงจะควักเงินซื้อข้าวแกงสักจานกินเองไม่ได้?" ประโยคนี้บอกเลยว่าโดนใจชาวบ้านร้านตลาดที่กำลังแบกรับค่าครองชีพพุ่งสูงลิ่วเป็นอย่างยิ่ง แต่น่าจะ "แทงใจดำ" ท่านผู้ทรงเกียรติในห้องแอร์ไม่น้อยเลยทีเดียว
ไม่เพียงแค่นั้น หมอวรงค์ ยังลามไปถึงเรื่อง "กองทัพผู้ช่วย สส." ที่ปัจจุบันมีกันได้ถึง 8 คนต่อ 1 ท่าน ให้เหลือแค่ 3 คน โดยมองว่าใช้จ่ายงบประมาณฟุ่มเฟือยมากเกินไป และยังทราบว่ามีการเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาท ถ้าลดผู้ช่วย สส.เหลือ 3 คน จะประหยัดงบประมาณปีละ 540 ล้านบาท และที่พีกสุดเห็นจะเป็นเรื่อง "เงินบำนาญ" ของกองทุนบำเหน็จบำนาญ สส. ที่ หมอวรงค์ มองว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำและกินภาษีประชาชนเกินความจำเป็น ในเมื่อ สส. เป็นตำแหน่งทางการเมืองที่มีวาระ ไม่ใช่อาชีพที่ควรจะมารับบำนาญยาวๆ เหมือนข้าราชการประจำ
บริบทนี้ถ้ามองกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ นี่คือการสะท้อนภาพลักษณ์ "พรรคไทยภักดี" ที่พยายามชูธงเรื่องการปกป้องเงินภาษีและการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองอย่างจริงจัง แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป็นการ "ทำคะแนน" หรือเปล่า? แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่หมอวรงค์นำมากางนั้น มันคือ "ข้อเท็จจริง" ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สวัสดิการเหล่านี้มันดูจะย้อนแย้งกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันเสียจริง
เอาจริงๆ แม้เราจะเห็น สส.แต่ละคนอภิปราย ตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อปากท้องของประชาชนมากแค่ไหน แต่ไม่มีใครกล้าเล่น กล้าแตะเรื่องนี้เพราะ สส.ล้วนแต่ได้รับผลประโยชน์ แต่หมอเป็นคนแรกที่กล้าแตะ ทำให้นาทีนี้ หมอวรงค์ กำลังทำตัวเป็น "ก้างขวางคอ" ชิ้นโตของเหล่านักการเมืองสายเสวยสุข และเชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนก็พร้อมค้านข้อเสนอของเจ้าตัว.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

