เห็น ‘หมอฮา’ แล้วสงสาร ‘ลุงตู่’

ไม่ทราบว่าเห็นอะไรบางอย่างกันบ้างหรือเปล่า

เรื่องจัดซื้อ ATK ช่วงโควิดระบาดหนัก นำไปสู่การปลด "หมอฮา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ผู้สมัคร สส. จ.สงขลา เขต ๒ สังกัดพรรคประชาชน ออกจากราชการ มันมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย

จนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่า เรื่องเดียวกันพวกเดียวกันเองทำผิดกลับหาทางปกป้องกันยกใหญ่

ถ้าเป็นเรื่องฝ่ายตรงข้ามผิด จะเอาถึงตาย!

มีนักวิชาการ นักการเมือง ใช้สื่อโซเชียลโพสต์แก้ต่างให้ "หมอฮา" กันมากมาย พะเรอเกวียน

ยกสารพัดเหตุผล ดูแล้วน่าเชื่อถือว่า "หมอฮา" ไม่ผิด พร้อมชี้ไปว่านี่คือการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ยกตัวอย่างโพสต์ของปริญญา เทวานฤมิตรกุล  อดีตรองอธิการบดีธรรมศาสตร์

บางช่วงบางตอนชวนให้คิดตาม

"...ผมได้อ่านเอกสารและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ผมมีความเห็นต่อประเด็นกล่าวหาของคณะกรรมการสอบสวนฯ ดังนี้

 () ข้อกล่าวหาที่หนึ่ง อนุมัติจัดซื้อชุดตรวจ ATK เกินจำนวนที่ใช้จริง :

ขึ้นมาข้อกล่าวหาแรกก็ทำให้ผมแปลกใจแล้ว เพราะโดยข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการสอบสวนฯ ควรต้องทราบคือ การจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน ๔๒,๘๕๔ ชุด มิใช่เป็นการจัดซื้อให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะนะใช้ตรวจเท่านั้น แต่เป็นการจัดซื้อให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากทั่วประเทศในการตรวจคนกรุงเทพฯ ในตอนนั้น ซึ่งนำโดยชมรมแพทย์ชนบทที่คุณหมอสุภัทรเป็นประธาน

การบุกกรุงเทพฯของแพทย์ชนบทรวม ครั้งนั้น มีการตรวจ ATK ให้กับประชาชนทั้งสิ้น ๑๙๒,๙๐๕ คน (ข้อมูลรวบรวมโดยไทยพีบีเอส) โดยโรงพยาบาล แห่งช่วยกันจัดซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากทั่วประเทศใช้ในการตรวจประชาชน ซึ่งจำนวน ๔๒,๘๕๔ ชุดที่โรงพยาบาลจะนะจัดการเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ที่สำคัญชมรมแพทย์ชนบทก็ไม่ได้ขอมาเอง แต่เป็นการขอความร่วมมือมาจาก สปสช. ในครั้งแรก และในครั้งที่สองและสาม เป็นการขอความร่วมมือมาจากกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงคณะกรรมการสอบสวนฯ ที่กระทรวงตั้งขึ้นมา จึงต้องทราบเรื่องนี้ แล้วทำไมจึงมากล่าวหาคุณหมอสุภัทรเช่นนี้? พอผมอ่านข้อกล่าวหาไปจนครบทุกข้อจึงเข้าใจ เพราะถ้าไม่เริ่มแบบนี้ก็จะนำไปสู่ข้อหาทุจริตไม่ได้

 () ข้อกล่าวหาที่สอง เจตนาแบ่งจัดซื้อเป็น งวด เพื่อให้ตนเองมีอำนาจอนุมัติ :

ข้อกล่าวหาที่สองนี้จะไม่มีน้ำหนักเลย ถ้าไม่เริ่มตั้งเรื่องตั้งแต่ข้อกล่าวหาแรกว่า เป็นการทุจริตที่ซื้อเกินจำนวนที่ใช้จริง เพราะโดยข้อเท็จจริงเป็นการจัดซื้อไปตามสถานการณ์ความจำเป็นในแต่ละครั้ง โดยที่คาดหมายไม่ได้ว่าต้องเตรียมชุดตรวจ ATK ไว้เป็นจำนวนเท่าใด และในตอนที่มาครั้งแรก ก็ไม่มีใครทราบว่าต้องมาครั้งที่สองและครั้งที่สาม

ที่สำคัญคือ เรื่องนี้เป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทันจึงต้องดำเนินการไปก่อนแล้วจึงไปให้หัวหน้าหน่วยงานให้ความเห็นชอบในภายหลัง ตามข้อ ๗๙ วรรคสองของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ..๒๕๖๐ ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกหนังสือ .๑๑๕ (ลงนามโดยอธิบดีกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓) ให้ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการป้องกันและรักษาโควิด-๑๙ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามข้อ ๗๙ วรรคสอง จึงให้ดำเนินการไปก่อนแล้วมาให้ความเห็นชอบในภายหลังได้

การจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในขณะนั้น จึงเป็นการจัดซื้อไปก่อนตามความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ โดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าในอนาคตต้องจัดซื้ออีกหรือไม่ และต้องจัดซื้อทั้งหมดเท่าใด โดยคุณหมอสุภัทรก็ให้จัดซื้อครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาทตามอำนาจอนุมัติของตนเอง การกล่าวหาว่าคุณหมอสุภัทรมีเจตนาแบ่งซื้อนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่ถ้าไม่อคติก็เป็นการจงใจหาเรื่อง เพราะเขาอนุมัติตามสถานการณ์ความจำเป็นและตามอำนาจที่มี

การกล่าวหาเช่นนี้ก็ไม่ต่างกับการกล่าวหาโรงพยาบาลต่างๆ ว่าทำไมจึงซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์แค่เท่าที่ใช้ ทำไมจึงซื้อแค่ในวงเงินตามอำนาจของผู้อำนวยการโรงพยาบาล แล้วทำไมจึงไม่จัดซื้อคราวเดียวครั้งละมากๆ แล้วให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรือให้กระทรวงอนุมัติ? ซึ่งถ้าเปรียบเทียบแบบนี้ก็จะเห็นได้เลยว่าข้อกล่าวหานี้ดูจะเป็นการหาเรื่องเอามากๆ

แล้วที่ว่าการแบ่งซื้อทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงนั้น ไม่ทราบว่าทำไมคณะกรรมการสอบสวนฯ จึงไม่ทราบว่า ชุดตรวจ ATK ยี่ห้อ Standard Q ที่คุณหมอสุภัทรต่อรองมาได้ในราคาอันละ ๒๓๐ บาทนั้น กรมการค้าภายในกำหนดราคาแนะนำไว้ที่ ๓๕๐ บาท  คุณหมอสุภัทรอนุมัติจัดซื้อในราคาถูกกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำถึง ๑๒๐ บาท แล้วไปทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงได้อย่างไร?

 () ข้อกล่าวหาที่สาม ไม่มีการตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ไม่มีการสืบราคา ไม่มีการประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการ :

ข้อกล่าวหาที่สามเป็นข้อกล่าวหาที่เบาที่สุด และทำให้ผมค่อนข้างเชื่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นการตั้งเป้าจะเอาผิดคุณหมอสุภัทร หรืออย่างเบาก็เป็นการมีอคติอย่างรุนแรง เพราะกระทรวงการคลังเองก็รู้ว่าในสถานการณ์โควิดที่เป็นความเป็นความตายของประชาชน จะมาดำเนินการยืดยาดตามปกติ ตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ประกาศเชิญชวน ฯลฯ อยู่ได้อย่างไร จึงได้ออกหนังสือ .๑๑๕ ให้การจัดซื้อจัดจ้างกรณีโควิดไม่ต้องดำเนินการตามปกติ แต่ดำเนินการไปก่อนแล้วจึงให้หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขทราบเรื่องนี้ดีที่สุดเพราะใช้ .๑๑๕ มากที่สุดยิ่งกว่ากระทรวงอื่น

ที่สำคัญคือ คุณหมอสุภัทรจัดซื้อได้ราคาถูกกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำถึง ๑๒๐ บาทดังที่ได้กล่าวไป คณะกรรมการสอบสวนฯ สรุปว่าพฤติการณ์ของคุณหมอสุภัทรทำให้ราชการเสียหายร้ายแรงได้อย่างไร?..."

อ่านจบแล้วสงสารรัฐบาลลุงตู่ขึ้นมาจับใจครับ

ถ้ายังจำกันได้ รัฐบาลในขณะนั้น ก็ให้เหตุผลเดียวกับที่อาจารย์ปริญญายกขึ้นมาปกป้อง "หมอฮา" ที่เป็นเลขาฯ สนนท.รุ่นน้อง นั่นคือ

 “กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน” และ “ไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน”

จำได้หรือเปล่าครับ รัฐบาลลุงตู่พยายามควานหาวัคซีนโควิดจากทั่วโลก และได้ซิโนแวคของจีนมาก่อน ช่วงนั้น คำว่าจำเป็นเร่งด่วน เราได้ยินกันทุกวัน

แล้วจำได้หรือเปล่าว่าใครเอาแต่ด่า ด้อยค่าวัคซีนจีน

ทำไมไม่เอาวัคซีนเทพ ไฟเซอร์ มาให้คนไทย

พอมีแอสตร้าเซนเนก้าออกมา ซึ่งผลิตในไทย มันเหน็บว่า วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย

ลุงตู่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมการเคลื่อนที่ของประชาชน มันก็บอกว่าใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคก็พอ

คือ...รัฐบาลลุงตู่ทำอะไร มันก็แย้งไปหมด ตามด่าได้ทุกเรื่อง

แต่รู้มั้ยครับว่ามีคนชม

ดร.สมิลา อัสมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) พูดเมื่อปี ๒๕๖๕ ว่า WHO ยกย่องให้ประเทศไทยเป็นประเทศต้นแบบ ๑ ใน ๓ ที่มีการบริหารจัดการ และรับมือกับสถานการณ์โควิด-๑๙ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญมาจากนโยบายของรัฐบาลและการวางแผนอย่างรัดกุมจากคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้น

การจัดซื้อจัดจ้างช่วงโควิดระบาดใช้วิธีพิเศษกันเยอะครับ แต่ก็อยู่ภายใต้กฎ ระเบียบ เพราะความจำเป็นเร่งด่วนบีบให้ต้องทำเช่นนั้น

ก็แปลกใจครับ มาวันนี้ ปี ๒๕๖๙ นักวิชาการ พรรคส้ม ด้อมส้ม เพิ่งจะมาเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนในปี ๒๕๖๔ 

แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะกรณีของ "หมอฮา" เท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมอเล่นการเมือง

เรื่องหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกไล่ออกจากราชการ ที่จริงไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน เพราะมีหลักฐานกองพะเนินเทินทึก

ตัวประกัน (สังคม) ส้ม

ประกันสังคมมันห่วยครับ... จากใจคนใช้บริการประกันสังคมอย่างผมรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้เพิ่งห่วย

'ส้ม' ไม่มีอะไรขาย

พรรคส้มโหมเร่งเครื่องในโค้งสุดท้ายอย่างหนัก แม้สารพัดโพลจะยกให้พรรคส้มยังคงได้รับคะแนนนิยมสูงสุด แต่...บรรดาแกนนำแกนนอนในพรรคส้มต่างรู้ดีว่านั่นคือ ภาพลวงตา

'ปัญญาอ่อน' สร้างเศรษฐี

"เติมเศรษฐกิจให้แข็งแรง ทำอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาเงินไปแจกผมว่าปัญญาอ่อน ถ้ามีปัญญาเขาไม่แจก เขาใช้เงินไปสร้างเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจแข็งแรง ทำเรื่องง่าย หรือยังขายวัคซีนไม่จบ ดังนั้นรีบๆ ทำ เศรษฐกิจจะได้ดี"

เรื่องเบาๆ ที่หนักอึ้ง!

วันนี้...ว่าด้วยเรื่องเบาๆ ครับ ไปดูทางฝั่งเขมรกันก่อน สื่อเขมรตีข่าวใหญ่ "ฮุน เซน" กำลังเดือดร้อนหนัก!

จะแก้'พระราชอำนาจ'หรือไม่

มาขยายความกันหน่อย... หลังจากอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมากระตุกสติคนที่อยากฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทิ้งแล้วยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ และข้อกังวลเรื่องหมวด ๑ หมวด ๒ ใครที่คิดว่าตัวเองคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว ขอให้กลับไปคิดใหม่