
ช่วงนี้ใกล้จะถึงวันที่ 8 ก.พ.เข้ามาทุกที หลายพรรคการเมืองก็ใกล้จะปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก่อนถึงวันนั้นก็ต้องลงพื้นที่หนักหน่วง แถมการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งต้องใช้ระยะเวลา จึงทำให้บางครั้งเรียกได้ว่าต้องเติบโตบนรถกันเลยทีเดียว
พรรคเพื่อไทย นำโดย “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินหน้าเต็มกำลังในการลงพื้นที่หาเสียง ทั้งอ่านข้อมูลของแต่ละพื้นที่ รวมถึงตัวผู้สมัคร ใช้เวลาบนรถขณะเดินทางเป็นส่วนใหญ่ โดยเรื่องนี้เจ้าตัวได้เปิดเผยว่า ในระหว่างที่นั่งรถก็ได้รับประทานพวงมาลัยที่ชาวบ้านนำมาให้ ที่เป็นอาหาร ทานกับกาแฟ ซึ่งก็ได้
ถามว่า “อาจารย์ดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว” ด้านเจ้าตัวตอบทันทีว่า “ไม่ค่อยดีหรอก เยอะอยู่ ฮ่าๆ”
แถม “อ.เชน” ยังเล่าอีกว่า “ตอนกลางคืนนั่งทำการบ้าน ในการรู้ว่าพื้นที่มีอะไรบ้าง แล้วเราก็นั่งดูข้อมูล สามารถคุยกับพี่น้องง่ายหน่อย รับฟังตรงประเด็น ส่งมอบนโยบาย ส่วนขนมที่เป็นพวงมาลัยก็แบ่งทีมงาน”
จะเห็นได้ว่าการได้พวงมาลัยคล้องคอที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ กลายเป็นอาหารช่วยประทังชีวิตบนรถ รู้สึกดีทั้งคนให้และคนรับ
บางเวทีปราศรัย ได้ครบทั้งอาหารคาวหวาน แทบจะกลายเป็นอาหารมื้อใหญ่ได้อีกหลายมื้อ แบบนี้ “อ.เชน” น้ำหนักต้องขึ้นแน่ๆ หลังจบหาเสียงต้องหาเวลาออกกำลังกายด้วยนะ อิอิ.
เจ้าพระพาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

