
เวทีปราศรัยสุพรรณบุรี ค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าใครคิดว่าจะได้ฟังปราศรัยการเมืองแบบเคร่งขรึม คงต้องเสียใจ เพราะ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แกมาในโหมดกันเอง คึกคัก และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่มากกว่านโยบาย
“นายกฯ อนุทิน” เปิดเวทีด้วยประโยคง่ายๆ ว่า มาเพื่อเอาชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น และความร่ำรวยมามอบให้ชาวสุพรรณบุรี ก่อนจะพาย้อนความทรงจำไปถึง "คุณอาบรรหาร ศิลปอาชา" อดีตนายกฯ และนักการเมืองระดับตำนาน ผู้ซึ่งรักสุพรรณฯ ยิ่งกว่ารักตัวเอง
เรื่องเล่าแบบรู้กันสองคนเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ถูกหยิบมาปัดฝุ่นอีกครั้ง วันที่อาบรรหารเรียกหลานอนุทินไปพบ แล้วฝากฝังช่วยดูแล "ไอ้ท็อป" วราวุธ ศิลปอาชา เป็นประโยคหยอกกันระหว่าง “ลูกมังกร” กับ “ไส้เดือน” ฟังดูเหมือนมุก แต่ซ่อนวิสัยทัศน์การเมืองระยะยาวของ “อาบรรหาร” เอาไว้ครบถ้วน
"อนุทิน" ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการสานต่อ “คำสั่งพ่อ-คำสั่งอา” และคำสัญญาระหว่างศรีพี่น้อง การเมืองวันนี้ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน แต่เป็นวันที่ “พี่ต้องการน้อง น้องต้องการพี่”
จากพรรคชาติไทยพัฒนา สู่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้แปลว่าใครแพ้ใครชนะ แต่คือการเอาความแข็งแรงของเมืองสุพรรณบุรี มาจับมือกับความแข็งแรงของเมือง บุรีรัมย์ เพื่อทำให้ทั้งประเทศแข็งแรงขึ้น อนุทินเรียกยุคนี้ว่า “พรรคภูมิใจไทย พลัส” พลัสพลัง พลัสพื้นที่ และพลัสมิตรภาพทางการเมือง
ช่วงหนึ่งของเวที สำเนียงเหน่อแบบสุพรรณถูก "เสี่ยหนู" หยิบมาเล่นอย่างออกรส ตั้งแต่ละครผู้กองยอดรัก ยันเพลงเมืองสุพรรณ พร้อมโชว์พระผงสุพรรณที่ห้อยคอ เป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันที่ไม่ได้เพิ่งมี แต่มีมาตั้งแต่เด็ก
สุดท้าย "นายกฯ อนุทิน" สรุปแบบบ้านๆ ว่า วันนี้สุพรรณบุรีมีแต่คำว่าชนะ เพราะคนที่ควรมาอยู่ด้วยกัน มาอยู่รวมกันแล้ว และถ้าพี่น้องมารวมตัวกันขนาดนี้ "อังเคิลก็ไม่หมา(มา)แน่นอน"
การเมืองอาจเปลี่ยนบท เปลี่ยนสี เปลี่ยนพรรค แต่สายสัมพันธ์ "บรรหาร-อนุทิน-วราวุธ" ยังเดินอยู่บนเส้นเดียวกัน…เส้นของคนเลือดสุพรรณบุรี มาด้วยกันไปด้วยกัน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำงานใหญ่อยู่
เก็บตกบรรยากาศงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ งานคืนสู่เหย้าของบรรดาศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ต้องบอกว่า อบอวลไปด้วยความหลังและความรักของนักการเมืองเป็นร้อยๆ ชีวิต
'ปันเกย'
เบื้องหลังการทำงานก่อนพบปะหารือกับต่างประเทศของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ไม่ใช่แค่การพูดคุยทั่วไป แต่ใช้เวลา 15-20 นาทีอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
เบิร์ธเดย์คนละหมัด
ปกติวันเกิดเขาให้เป่าเค้ก อวยพรให้อายุมั่นขวัญยืน แต่ระดับ สส.หญิงคู่นี้ วันเกิดเวียนมาชนกันที แฟนคลับนึกว่าเสียงระฆังมวยยกหนึ่งเพิ่งดังขึ้น
‘ผู้แทนสวย’
หลายครั้งที่เห็นรัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่ จะพบว่าแต่ละคนมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหน การลงพื้นที่แต่ละครั้งก็มักได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะนอกจากจะได้เห็นการทำงานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่อีกด้วย
ปลูกข้าวไว้แจก
ความห่วงใยจาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ยังทยอยส่งต่อถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง ล่าสุดแม่ทัพของพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมลูกพรรค ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นในการฟื้นฟูบ้านเรือนฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ขณะเดียวกันยังส่งมอบสิ่งของจำเป็นกระจายไปในพื้นที่อื่นๆ ด้วย
เข่านายกฯ เอว ‘ลูกท็อป’
นอกจากบทบาท รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องรับหน้าที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรม และประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ลูกท็อป–วราวุธ ศิลปอาชา เจ้ากระทรวงอุตฯ ยังได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ชุดที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานด้วย

