พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (37)

 

ไชยันต์ ไชยพร

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490  เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489  ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2475-2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ระบอบคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร ได้แก่

1. การเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีสิทธิ์รับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1

2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีวาระอยู่ยาวตราบที่ยังบังคับใช้บทเฉพาะกาลอยู่ 

4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ชุดแรกที่แต่งตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร                                                           

5. คณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่งตั้งตัวเองและพวกพ้องซึ่งส่วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2

6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รับรองตัวเองให้เป็นคณะรัฐมนตรี

จาก 1-5 บรรดาสมาชิกคณะราษฎรต่างแต่งตั้งตัวเองกลับไปกลับมาหมุนเวียนกันเป็นคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ แม้จะยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 และให้มีสมาชิกพฤฒสภาขึ้นแทน แต่ก็ยังกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามีสิทธิ์ในการรับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง  และแม้ว่าจะกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ได้กำหนดไว้ว่า ในช่วงแรกให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ เรามาดูกันว่า สมาชิกพฤฒสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกขึ้นมาเป็นจำนวน 80 คนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นใครและพวกใครบ้าง      และทำไมคนในสมัยนั้นถึงเรียกพฤฒสภาว่าเป็น “สภาปรีดี”  พฤฒสภาเต็มไปด้วยคนของปรีดีจริงหรือ ?              

ในการตอบข้อสงสัยข้างต้น ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า ใน 59 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 28 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  6 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 11 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 14 ท่าน

ต่อไปคือ ร้อยโท  วิริยะ  วิริยะเหิรหาว    

ร้อยโทวิริยะ เหิรหาว ไม่ได้เป็นสมาชิกคณะราษฎร และไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2  แต่ในปี พ.ศ. 2481 ท่านลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม และได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร และได้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐมจนสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ครบวาระ และได้มีการต่ออายุไปอีกเนื่องจากอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2  ท่านจึงทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2488 หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2489 ท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกพฤฒสภาจนกระทั่งเกิดรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 หลังจากนั้น ท่านมิได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆอีก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 ท่านได้ลงรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งโดยสังกัดพรรคเศรษฐกร  ข้อมูลเกี่ยวกับพรรคเศรษฐกิจในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้ากล่าวถึงพรรคเศรษฐกรไว้ว่า “พรรคเศรษฐกรจดทะเบียนตั้งพรรคเมื่อวันที่ 4 ตุลาตม 2498 โดยมีนายเทพ โชตินุชิต เป็นหัวหน้าพรรค นายทิม ภูริพัฒน์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และนายแคล้ว นรปิติ เป็นเลขาธิการพรรค

พรรคเศรษฐกรเป็นพรรคที่สืบทอดแนวทางสังคมนิยมต่อจากพรรคสหชีพที่ถูกกวาดล้างอย่างรุนแรงภายหลังจอมพล ป.พิบูลย์สงครามขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนเมษายน พ.ศ.2491 อันเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจากการรัฐประหาร 2490 ที่นำโดยพล.โท.ผิณ ชุณหวัณ และ น.อ.หลวงกาจสงคราม ผู้ก่อตั้งพรรคคนสำคัญอย่างนายเทพ โชตินุชิตนั้นเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาที่จังหวัดนครพนมและนครราชสีมา ซึ่งการที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในภาคอีสานเป็นเวลานานได้หล่อหลอมให้เขารู้สึกรู้สมเห็นใจในความเป็นอยู่ที่อัตคัตขัดสนของผู้คนในภาคนี้ ครั้นปี 2490 นายเทพก็ลาออกจากตำแหน่งราชการและลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์แต่ก็มีความขัดแย้งกับนายควง อภัยวงศ์หัวหน้าพรรค ดังนั้นเมื่อจอมพลป. พิบูลย์สงครามจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในปี 2492 นายเทพจึงลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และได้เข้าร่วมรัฐบาลมาเป็นรัฐมนตรีลอย แต่ต่อมาไม่นาน ด้วยการมีแนวคิดแบบสังคมนิยม นายเทพจึงถูกกลุ่มส.ส.ยื่นเรื่องสอบสวนว่าเป็นผู้ที่ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ หลังจากการรัฐประหาร 2494 เขาจึงไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล และเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ปี 2495 นายเทพได้รับเลือกกลับมาเป็นส.ส.อีกครั้งแต่หันมาอยู่ซีกฝ่ายค้านและก็พัฒนาไปสู่การริเริ่มการตั้งพรรคเศรษฐกรเมื่อปี พ.ศ. 2498 ในที่สุด”

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกพฤฒสภา ท่านได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจในสมัยนั้น เช่น การรับซื้อธนบัตร โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขณะนั้น คือ คุณวิจิตร ลุลิตานนท์ ซึ่งเป็นอดีตเสรีไทยและมีความใกล้ชิดกับท่านปรีดี พนมยงค์ [1] แต่การที่ท่านตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฯที่มีความสนิทสนมกับท่านปรีดี  ก็มิได้จะต้องมีความหมายว่า ท่านอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับท่านปรีดี เพราะสมาชิกพฤฒสภาอีกหลายท่านที่มีความสนิทสนมอย่างยิ่งกับท่านปรีดี ก็ยังตั้งกระทู้ถามรัฐบาลตามหน้าที่ที่สมาชิกพฤฒสภาพึงกระทำ

จากข้อมูลข้างต้น การที่ท่านร้อยโท  วิริยะ  วิริยะเหิรหาว ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกพฤฒสภา น่าจะมีส่วนทำให้พฤฒสภาได้รับการขนานนามว่าเป็น “สภาปรีดี” เพราะแม้ท่านจะเป็ทหาร แต่ก็มิได้มีประวัติที่แสดงว่าท่านสนิทสนมกับฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงคราม อีกทั้งท่านยังตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย และก็ยังคงจิตวิญญาณเช่นนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในปี พ.ศ. 2500 ในนามของพรรคเศรษฐกิจ ที่มีแนวคิดสืบสานมาจากพรรคสหชีพที่สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์

ผลล่าสุดคือ

สมาชิกพฤฒสภา

ปรีดี

ไม่ใช่พวกปรีดี

  แนวโน้มสนับสนุนปรีดี

ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ม.ล. กรี  เดชาติวงศ์

   +

 

 

 

ร.อ. กำลาภ  กาญจนสกุล ร.น.

   +

 

 

 

พ.ท.  ก้าน  จำนงภูมิเวท 

 

   +

 

 

แก้ว  สิงหะคเชนทร์

 

 

 

     +

หลวงกาจสงคราม

 

   +

 

 

พลเรือตรี กระแส  ประวาหะนาวิน  สรยุทธเสนี

 

 

 

+

 

พลโท หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต

 

  +

 

 

เขียน  กาญจพันธุ์ 

 

 

 

     +

พลโท จิระ  วิชิตสงคราม

 

 

 

     +

จรูญ สืบแสง

    +

 

 

 

จิตตะเสน ปัญจะ

 

  +

 

 

พันโท เจือ  สฤษฎิ์ราชโยธิน 

 

 

 

     +

จำรัส สุวรรณชีพ

   +

 

 

 

จินดา จินตนเสรี

   +

 

 

 

จำลอง ดาวเรือง

   +

 

 

 

หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์) 

 

   +

 

 

ไต๋ ปาณิกบุตร

   

 

+

 

ถวิล อุดล

   +

 

 

 

ทัน พรหมิทธิกุล

   +

 

 

 

พระยานลราชสุวัจน์  (ทองดี  นลราชสุวัจน์) 

 

 

 

       +

พระนิติการณ์ประสม  (สงวน  ชัยเฉนียน)

 

 

 

      +

ปพาฬ  บุญ-หลง

   +

 

 

 

หลวงประสิทธิ์นรกรรม (เจี่ยน  หงสประภาส)

   +

 

 

 

ประทุม  รมยานนท์

 

 

+

 

พันตำรวจเอก พระพิจารณ์พลกิจ

   +

 

 

 

พึ่ง ศรีจันทร์

   +

 

 

 

มิ่ง  เลาห์เรณู

   +

 

 

 

สุกิจ นิมมานเหมินท์

 

 

 

       +

ไสว อินทรประชา

 

 

 

       +

พันโท พระอภัยพลรบ  (ชลอ  อินทรัมพรรย์)

   +

 

 

 

หลวงอรรถกัลยาณวินิจ  (เอื้อน  ยุกตะนันทน์)

 

 

 

     +

อรุณ  แสงสว่างวัฒนะ

 

 

 

    +

    เฉลียว ปทุมรส

   +

 

 

 

   หลวงขาญสงคราม

 

 

 

      +

พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม   

 

 

+

 

หลวงชำนาญนิติเกษตร์  (อุทัย  แสงมณี)  

 

 

 

       +

 ชาญ บุนนาค

  +

 

 

 

ชุณฑ์  ปิณฑานนท์  

   +

 

 

 

พลตรี  ไชย  ประทีปะเสน

 

   +

 

 

  ช่วย สุคนธมัต

   +

 

 

 

  ดิเรก ชัยนาม

   +

 

 

 

  เดือน  บุนนาค

   +

 

 

 

พลเรือตรี ถวัลย์  ธำรงนาวาสวัสดิ์ 

   +

 

 

 

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์  (วัน  จามรมาน)

 

 

+

 

บรรจง  ศรีจรูญ

   +

 

 

 

ประเสริฐ  ศรีจรูญ 

   +

 

 

 

ปราโมทย์ พึ่งสุนทร

   +

 

 

 

พันเอก ทวน  วิชัยขัทคะ

   +

 

 

 

เธียรไท  อภิชาตบุตร์

   +

 

 

 

พลตรี  ปลด  ปลดปรปักษ์  พิบูลภานุวัธน์

 

  +

 

 

 พลโท ประจนปัจจนึก

 

  +

 

 

 พลตรีประยูร ภมรมนตรี

 

  +

 

 

พลโท มังกร  พรหมโยธี             (มังกร ผลโยธิน)    

 

  +

 

 

พระยามานวราชเสวี (ปลอด ณ สงขลา)

 

 

 

      +

พันเอก หม่อมราชวงศ์ลาภ  หัสดินทร์ 

 

 

 

     +

เล้ง ศรีสมวงศ์

 

  +

 

 

วิจิตร ลุลิตานนท์

   +

 

 

 

วิลาส โอสถานนท์ 

   +

 

 

 

ร้อยเอก วิมล วิมลสรกิจ

 

 

+

 

ร้อยโท  วิริยะ  วิริยะเหิรหาว    

   +

 

 

 

จากที่ศึกษาภูมิหลังสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้น 60 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 29 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  6 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 11 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 14 ท่าน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


[1] https://prt.parliament.go.th/server/api/core/bitstreams/5597b941-f0e2-4d46-a49f-de03287f5c94/content

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลประชามติ 8 ก.พ. เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กับเดิมพันการเมืองไทย

วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็นเดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อเลือก สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว ก็ยังจะได้บัตรออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า

'อนุทิน' ขึ้นรถแห่ช่วยหาเสียงห้วยขวาง-วังทองหลาง ขอคะแนนคนกรุงวันสุดท้าย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดประชาราษฎร์ บำเพ็ญ 24 เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.กทม. เขตห้วยขวาง-

โค้งสุดท้ายไทยก้าวใหม่ 'สุชัชวีร์' ลั่นจะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน!

ปราศรัยใหญ่พรรคไทยก้าวใหม่ ยืนยันจุดยืนทำการเมืองสร้างสรรค์ไม่ดูถูกใคร พร้อมเดิมพันครั้งสำคัญวันที่ 8 ก.พ. เพื่ออนาคตประเทศและลูกหลาน หากเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศคงไม่เปลี่ยนแปลง ลั่น หากนายกฯ ชื่อ ‘สุชัชวีร์’ จะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียนอีกครั้ง

'ศุภจี' ขอโอกาสทีมเศรษฐกิจภูมิใจไทย พาเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมหาแหล่งน้ำใหม่

"ศุภจี" ขอโอกาสต่ออายุงานทีมเศรษฐกิจ ภูมิใจไทย พาเรือประเทศไทยฝ่ามรสุมไปหาแหล่งน้ำใหม่ ชี้ไทยโตต่ำ พึ่งสหรัฐ-จีนหนัก ถ้ายังบอกว่าส่งออกไม่มีปัญหา