
ประธาน กกต.ท่านนี้....
“นายณรงค์ กลั่นวารินทร์”
ผมอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เพราะชอบ “ความนิ่ง” ของท่านท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน
อย่างที่ทราบ สาวกส้มกระจุกหนึ่ง เย้วๆ กันข้ามวัน-ข้ามคืน เรียกร้องเชิงข่มขู่ให้ กกต.นับคะแนนเลือกตั้ง “ชลบุรี เขต ๑” ใหม่
มีความน่าจะเป็นว่า เพราะผู้สมัครของพรรคส้ม
แพ้ ในเขตนี้!
จึงสงสัยความสุจริตและเที่ยงธรรมในการตรวจนับคะแนน
เย็นวาน (๑๒ ก.พ.) หลังจาก กกต.ตรวจสอบข้อร้องเรียนได้ความแล้ว ประธาน กกต.พร้อมคณะออกมาแถลงแจงแจกไปทีละประเด็น ตามข้อร้องเรียน
โดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาฯ กกต.แถลงว่า กรณีเกิดขึ้นหลังนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว
มีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์สถานที่ “ยุบรวมหีบบัตร” ที่บริเวณโรงยิม เขตเลือกตั้งที่ ๑ ชลบุรี
ขณะนั้น เป็นขั้นตอน “ยุบรวมหีบบัตร”
โดยในการเลือกตั้ง เมื่อนับคะแนนทุกหน่วยเสร็จ กปน.จะส่งรายงานผลนับคะแนน พร้อมหีบบัตรเลือกตั้ง ส่ง ณ สถานที่ กกต.เขตกำหนด
เมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วน กระบวนการต่อไปคือ...
“กกต.เขต” จะต้อง “ยุบรวมหีบบัตร”
มีขั้นตอนการตัดสายรัด นำเอกสาร นำถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว มารวมกันให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบ
เพื่อให้เหลือจำนวนหีบน้อยสุด
รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่ง “กกต.จังหวัด”
ในขั้นตอนนี้ อาจมีการไม่เข้าใจเกิดขึ้น!
มีน้องๆ ไป ณ บริเวณ “ยุบรวมหีบบัตร” เหมือนที่เป็นข่าว มีการไปเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่
แต่อย่างที่นำเรียนไปแล้วว่า การนับคะแนนใหม่มี ๒ กรณี
ดังนั้น กกต.เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
กกต.จึงมอบให้ “นายครรชิต” รองเลขาฯ กกต.ไปสอบสวน ไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนว่า “กระบวนการมีการคัดค้านอย่างไร?”
กฎหมายเขียนไว้ชัด.....
การ “ลงคะแนน” หรือ “นับคะแนน” ถ้านับคะแนนบกพร่องผิดพลาด ผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างนับได้
รวมถึง “ระหว่างลงคะแนน” จน “เสร็จสิ้นการลงคะแนน”
ถามว่า.....
“ทำไมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.ว่าจะสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่?”
ก็เพราะมีผู้ร้อง ๓ ประเด็น และมาให้การ ๖ ราย
.........ทั้งหมดไม่เห็นเหตุการณ์!
“นายครรชิต เจริญอินทร์” รองเลขาฯ กกต.แถลงต่อว่า
ตามที่คณะได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ เขต ๑ ชลบุรี
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อมูลคือ....
มีผู้ชุมนุมจริง
แต่มีผู้ยื่นคำร้อง ๑๐ ราย มีอยู่ ๓ ประเด็นที่ตั้งเอาไว้
๑.เรื่อง “ไฟดับ” ในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง
๒.เรื่องผู้มาแสดงตน กับบัตรเลือกตั้ง “ไม่ตรงกัน”
๓.การนับคะแนนเลือกตั้งไม่ถูกต้อง มีผู้ยื่นคำร้อง ๑๐ ราย ให้ถ้อยคำ ๖ ราย ทั้งหมดนี้มาให้ถ้อยคำโดยบอกว่า...
“ไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง”!
สำหรับเรื่อง “ไฟดับ” ที่หน่วยเลือกตั้ง รองเลขาฯ กกต.แถลงว่า
“น้องๆ ที่มายื่นคำร้อง ‘อ้างคลิป’ ที่มีไฟดับแล้วพัดลมยังหมุน น่าจะทราบแล้วว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่ จ.ชลบุรี
ยืนยันว่าเกิดที่ จ.นนทบุรี เราได้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เขตเลือกตั้งที่ ๑ มีไฟฟ้าดับหรือไม่ เราสอบถาม กฟภ.
กฟภ.ยืนยันว่า มีไฟฟ้าดับ ๔ หน่วย หน่วยที่ ๓๖, ๓๗, ๓๘ และ ๓๙ ต.แสนสุข ดับ ๔๐ นาที
แต่หน่วยที่ ๓๗, ๓๘, ๓๙ นับคะแนนเสร็จแล้ว ไม่กระทบ มีเพียงหน่วย ๓๖ หน่วยเดียว นับคะแนนไม่เสร็จ
และ กปน. ‘หยุดนับคะแนน’ เพื่อรอไฟติดมานับใหม่ การนับคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีผู้ทักท้วง”
เรื่อง “บัตรเขย่ง” มีคำอธิบายว่า...
“ผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าหน่วยไหน เพียงแต่บอกว่า หน่วยที่ ๑๑-๑๕ ที่วัดเสม็ด”
กปน.รวบรวมคะแนนช้า ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง บอกว่าหน่วยที่ ๑๕ หน่วยเดียวรอ ๓ ชั่วโมง “ไม่เสร็จ”
“เราไปสอบสวนหน่วย ๑๑-๑๕ ใช้เวลาใกล้เคียงกัน ไม่มีอะไรผิดปกติ และออกจากหน่วย ๑-๒ ทุ่ม ไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณ 00.00 น. ไม่มีอะไรผิดปกติ”
ในประเด็นร้องว่า....
“การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง”
ผู้ยื่นคำร้อง “ไม่ได้ระบุว่าจุดไหน” เราก็ตรวจสอบจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ๑๖๐ กว่าหน่วย
ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน “การันตีได้” ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว
นอกจากนี้ กกต.ยังให้ “คณะตรวจสอบข้อเท็จจริง” ตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่า
“บัตรเลือกตั้งทำไมไม่ใช้สายรัด...มีบัญชีแบบขีดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ”
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ “ว่าที่ ร.ต.ภาสกร” เรียนให้ทราบไปแล้วว่า....
กรณีเขตเลือกตั้งที่ ๑ เมื่อส่งหีบบัตร เดิม-ไปส่งที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจาก....
“ศาลาประชาคม” ที่เคยใช้เลือกตั้งครั้งก่อน พื้นที่แคบลง ไม่สะดวก ทาง ผอ.เขต และ กกต.เขต เลยขอใช้โรงยิมของเทศบาล เพื่อรถเข้าออกสะดวก “เพื่อยุบรวมหีบบัตรตรงนั้น”
เจตนาเพื่อความสะดวก และขนไปที่ศาลาประชาคม เพื่อจัดการให้เรียบร้อย และส่งไปยังโกดังสำนักงาน กกต.ชลบุรี เช่าอยู่ “ทุกหีบรวมที่นั่น”
นายครรชิตแถลงต่อว่า....
แต่ระหว่างเหตุ “ยุบรวมหีบบัตร” กรณีนี้ดำเนินการไปแล้ว ๙๐% อีก ๑๐% เอกสารกองอยู่กับพื้นที่โรงยิม โดยห่างกับศาลาประชาคม ๕๐๐ เมตร
แต่ “ระหว่างกำลังจะขน” มีมวลชนกลุ่มน้องๆ ไปตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ มีมวลชนไปเยอะ เคลื่อนรถไม่ได้
และน้องๆ เข้าไปสนามตรงนั้น มีกองเอกสารจัดเก็บไม่เรียบร้อยประมาณ ๑๐%
เอกสารส่วนหนึ่งอยู่ในนั้น น้องๆ อ้างว่า “เก็บมาจากถังขยะ”
ในโรงยิมไม่มีถังขยะ
มีแต่กองเอกสารจะเคลียร์ทั้งหมดอีก ๑๐% เท่านั้น เพราะฉะนั้น เอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง ถูกจัดเก็บอยู่ตรงนั้น
ในประเด็น “ทำไมไม่ใช้สายรัด?”
ตามที่เรียนแล้วว่า จาก “โรงยิม” ไป “ศาลาประชาคม” ประมาณ ๕๐๐ เมตร
เหตุไม่ใช้สายรัดและทำกล่องไม่เรียบร้อย เนื่องจาก ผอ.เขต และ กกต.เขตขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึง ๙ ก.พ.๖๙
และ “เทศบาล” เร่งมาเคลียร์ให้เสร็จ
เลยต้องเอาออกตรงนี้ไปก่อน และตั้งใจว่า จะไปใช้สายรัดที่ศาลาประชาคม
“สายรัดตามคลิป” สื่อรายงานว่า “โยนสายรัดทำไมไม่ใช้” ตรงนี้ เป็นสายรัดที่มาจากหน่วยเลือกตั้ง
ในการจัดการเลือกตั้ง กกต.เขตจะแจกสายรัดไปตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มีเผื่อสายรัดไว้สัก ๑ เส้น เผื่อขาด
เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้ว รัดสายรัดเรียบร้อยแล้วมาส่งที่นี่ เพื่อยุบรวมหีบบัตร ต้อง “ตัดสายรัด” ออกใส่ถุงรวมไว้
“น้องถามว่า...ทำไมไม่ใช้?”
“มันใช้ไปแล้ว...ส่วนอีก ๓-๔ อัน มันยังสมบูรณ์อยู่นั้น คือ กรณีเหลือจากหน่วย ไม่ใช่เจตนาจะใช้ที่ยุบรวมหีบบัตร”
เพราะฉะนั้น สายรัดที่โรงยิมจะไม่มีเพื่อใช้ เพราะห่างแค่ ๕๐๐ เมตร และกรณีเร่งด่วน
“ทั้งหมด-ทั้งมวล” จากการ “ตรวจสอบข้อเท็จจริง”
สรุปได้ว่า....
“ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต ๑ มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง”
“จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่”
ตามมาตรา ๑๒๔ แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.๒๕๖๑ ประกอบกับข้อ ๒๒๓ แห่งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
“เห็นควรยุติเรื่อง”!
ประธาน กกต. “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” กล่าวปิดท้ายการแถลงผลสอบสวน ว่า
“เมื่อมีเรื่องขึ้น กกต.นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่อง เราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริง
ใช้เวลา ๒ วัน
จากสำนวนมีการสอบข้อเท็จจริงมาทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายผู้ร้อง กับฝ่ายที่ปฏิบัติหรือฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์
น้ำหนักไปทางไหน เราชั่งน้ำหนักเหมือนกับการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่รองเลขาธิการ กกต.แถลงตามคำร้องมี ๓ ประเด็น
แต่ กกต.มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในการนับคะแนน มีความสุจริต มีความเที่ยงธรรมหรือไม่?
จากข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานมา....
กกต.ใช้เวลาเกือบ ๔-๕ ชั่วโมงในการดูประเด็นต่างๆ เรายืนยันได้ว่า
“กกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้”
เราไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่า....
นอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว เราตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย
ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้...
แต่เรื่องอื่น “ว่ากันไป” ยืนยันว่า เรื่องการที่ร้องเรียนต่างๆ ประเด็นต่างๆ ที่เป็นข่าว เราก็ชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น
เรากังวลว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมองว่าเราไม่ตรวจสอบ มีความชัดเจน เราตรวจสอบทุกมิติ ดูอย่างละเอียด เรื่องนี้สำคัญ”
จากนั้น “นายครรชิต” อธิบายเพิ่มเติมว่า...
“แบบขีดคะแนน ส.ส.๕/๑๑ ทำไมโชว์ถ่ายรูปได้ เมื่อ กปน.ดำเนินการเสร็จ บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ลงคะแนน เป็น ๓ ถุง
คือ ถุงชั้นใน ถุงชั้นนอก คือ เอกสารต่างๆ รวมแบบ ส.ส.๕/๑๑ นี้ด้วย
แต่ปรากฏจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่วยที่สามารถถ่ายรูปแล้วโชว์ได้ เขาไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก รัดถุงเสร็จปิดไว้ข้างบน เมื่อแกะหีบบัตรเลือกตั้งออก แบบขีดคะแนนนี้จึงไม่ได้อยู่ในถุง ถ้าอยู่ในถุงจะหยิบไม่ได้เลย”
ครับ....
ก็ได้เนื้อ-ได้น้ำเป็นคำตอบชัด “ไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่” ที่ชลบุรี เขต ๑!
เห็นนักวิจารณ์หน้าจอ รายไหน-เป็นรายนั้น “บะช่อ” กกต.กันมันปากทุกวัน แต่พอผมเห็น “ความนิ่ง” อยู่เหนือคำครหาและความกดดัน
และยิ่งฟังทัศนคติในการทำหน้าที่ขอประธาน กกต.ท่านนี้ด้วยแล้ว
ผมมั่นใจการทำงานของ กกต.ชุดนี้บนบรรทัดฐานกฎหมายและความเที่ยงธรรม
เห็นได้จากที่ประธาน กกต.ตอบนักข่าวที่ถามว่า
“เมื่อเช้านี้มีคนมาปาปลาร้าที่หน้าสำนักงาน กกต.จะมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างไร?”
ประธาน กกต.ตอบว่า...
“เรามีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และคิดว่า ได้ทำเต็มที่ เรื่องความปลอดภัย ก็ตามที่สื่อเห็น
‘มีการดูหมิ่น ดูแคลน อาฆาตมาดร้าย กกต.’
บอกว่า ‘ต้องเปลี่ยนที่นอน’ ก็ไม่เป็นไร เราจะยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย เราก็กลัวกันหมด แต่เราก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่”
ต้องอย่างนี้ซีครับ ถ้าคนมีหน้าที่ “กลัว” ครหา-นินทา กลัวความอาฆาตมาดร้าย อย่างนั้นแล้ว บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร?
คนดีก็จะสูญหาย คนจัญไรก็จะครองเมือง
ประชาชนก็จะถูกข่มเหงคะเนงร้าย ไปร้องหาความยุติธรรมจากที่ไหน ก็หาไม่มี!
นักข่าวถามเชิงติงว่า “การแก้ไขปัญหาของ กกต.ล่าช้า”
นายณรงค์ ประธาน กกต.ย้อนถามว่า
“ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่เอาตามอำเภอใจ อย่างของชลบุรีบอกว่าต้องนับใหม่ทันที ถ้ากฎหมายบอกว่าให้ทำได้ เราก็ทำแล้ว
ตามกฎหมาย มีกระบวนการขั้นตอนอยู่ ท่านไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ในชลบุรี เราสืบสวนสอบสวน ๒ วัน และตามกฎหมายการรับรอง สส.กำหนดไว้ ๖๐ วัน
เราไม่ได้ล่าช้า เราทำงานทุกวัน ตลอดเวลา”
ครับ...ก็เก็บมาบอกเล่าให้ท่านฟัง
อยากบอกว่า “จากนี้ไป” กฎหมายจะเหนือโจร ทั้งโจรเมือง-โจรป่า-โจรสภา ไล่ไปจนถึงโจรในระบบราชการทหาร-ตำรวจ
พอกันที ๒๕ ปีแห่งความหลัง!.
-เปลว สีเงิน
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
คนปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ส้มเสี้ยม' จะจบยังไง?
ช่วงนี้ ชาวบ้านมี ๒ อารมณ์ คือ ถ้าไม่เครียด ก็รำคาญ! จากเรื่องที่พรรค “แพ้แล้วพาล” ใช้บริการเด็กแก๊ง “วอนนอนคุก” ปลุกม็อบ ให้นับคะแนนใหม่ ไปจนถึงให้เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
หนู ‘เปล่าปลุก’ ม็อบ
วู้ยยยย...คุณธีระ ก็! ไม่น่าจะต้องออกเนื้อ-ออกตัวว่า “พรรคแพ้เลือกตั้งแล้วตีรง-ตีรวน” อะไรนั่น ให้หมูหมากาไก่มันเขินเลย ชาวบ้าน-ร้านตลาด ที่เคยขี้รดผ้าอ้อมมาก่อน ย่อมเข้าใจ เด็กที่มันเหลิงและหลงตัวจนเป็นสันดาน
กรรม “ไล่ล่า” พรรคส้ม
ก่อนคุยกัน..... สรุปผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ “ล่าสุด” ตอน ๖ โมงเย็น วันที่ ๙ กุมภา.๖๙ กันก่อน
'รัฐบาลภูมิใจไทย'
ก่อนเปิดหีบ ๕ โมงเย็น ฝนซัดกระหน่ำลงมา “ล้างแผ่นดิน” เป็นนิมิตหมายมงคลว่า ผลการเลือกตั้ง ๘ กุมภา.๖๙ จะได้รัฐบาล “รื้อ-ล้าง-สร้างใหม่” ระบบบริหารราชการงานเมือง โดยไม่แคร์หน้าอินทร์-หน้าพรหม-ยม-ยักษ์ ที่ไหน

