
ไปไกลกว่าที่คิดครับ...
วันก่อน “รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ไปออกรายการทีวี คำพูดถูกแชร์ว่อนโซเชียลถึงสูตรตั้งรัฐบาล
“...ตอนโหวตจะมี ๒ ชอยซ์ อนุทินกับณัฐพงษ์ สมมติถ้าพรรคกล้าธรรมจับมือกับเพื่อไทย พลิกกลับมาโหวตให้พรรคประชาชนเป็นนายกฯ
กล้าธรรมจะโหวตให้แต่ไม่ร่วมรัฐบาล แล้วคุณณัฐพงษ์บอก เราจะยุบสภา! เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหามาก
อำนาจการต่อรองของภูมิใจไทยก็จะหายไป ไม่ได้บอกว่าจะเกิดนะ แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้...”
เลอะเทอะครับ!
แน่นอนการเมืองมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่การวิเคราะห์ต้องมีข้อเท็จจริง ไม่ใช่อยากให้เป็นเพราะพรรคที่รักแพ้เลือกตั้ง
ถ้าพรรคส้มทำแบบนั้นมันอุบาทว์ครับ
จำกันได้หรือเปล่า ก่อนจะเกิดรัฐบาลเพื่อไทย พรรคส้มท่องคาถาพรรคอันดับหนึ่งต้องได้เป็นรัฐบาล เพราะประชาชนเลือก สส.เข้าสภามากที่สุด
วันนี้จะกลืนน้ำลายกันแล้วหรือครับ
ยิ่งคนพูดเป็นนักวิชาการ เกือบจะเป็นผู้นำจิตวิญญาณส้มอยู่รอมร่อ กลับเสนอทางเลือกที่พรรคส้มเคยด่าพรรคอื่นเอาไว้
ไหนการเมืองใหม่?
นั่งในห้องแอร์ ไม่เคยไปสัมผัสการหาเสียงเลือกตั้งก็แบบนี้แหละครับ รู้หรือเปล่าว่า สส. ผู้สมัคร สส.ส่วนใหญ่ ไม่มีใครอยากจะเลือกตั้งใหม่ตอนนี้
มันยังตั้งหลักไม่ทัน
ยังไม่หายเหนื่อย
ไปถามว่าที่ สส.พรรคส้มดูได้ ๑๑๘ คน พร้อมไปเลือกตั้งใหม่กี่คน
แทบจะทั้งหมดยังไม่มีความพร้อม
ยากครับที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ เพราะ คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด มิได้เป็นเครื่องมือทุจริตการเลือกตั้งด้วยตัวมันเอง
มีไว้เพื่อความโปร่งใสด้วยซ้ำ
เดี๋ยวนี้การโกงเลือกตั้งเขาไม่ได้มาทำกันตอนนับคะแนนเหมือนปี ๒๕๐๐ ครับ ปูพรมกันมาก่อนหน้าแล้ว
ปัจจุบันการโกงเลือกตั้งมีหลากหลายวิธี ทั้งแบบจับได้ยากและโจ๋งครึ่ม
ที่เดินแจกพันสองพัน เขาไม่ได้แจกทุกคน เขาแจกเฉพาะเสียงที่มั่นใจ และเป็นการเช็กจำนวนไปในตัว
ส่วน คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด คนซื้อไม่รู้ คนขายไม่รู้ จะรู้ไปทำไม
ศ. ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ถึงวิธีโกงเลือกตั้งเอาไว้ค่อนข้างละเอียดครับ
-----------------------
“...ระบบซื้อเสียง 'ที่ทำกันมาได้ ทำกันมาดี!' โดยมีระบบตรวจสอบที่ไม่เกี่ยวกับ QR หรือ Barcode
เทคนิคซื้อเสียงเลือกตั้ง ซื้อด้วยเงินหลวง ซื้อให้ถูกหรือผิดกฎหมายก็ได้
กลโกงเลือกตั้งยุคใหม่ มักเกิดขึ้นจากกลไกการเมืองผ่านเครือข่ายหัวคะแนนและเครือข่ายบ้านใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้ครอบคลุมทุกระดับ ควบคู่กับใช้กลไกรัฐผ่านฝ่ายปกครองและเครือข่ายสาธารณสุข การทุ่มซื้อเสียงจะเกิดขึ้นทั่วไปเช่นที่ผ่านมา ด้วยเทคนิคพิสดาร เช่น
ภาษีหายไปไหน! ในปีก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง อบจ. มักมีงบสองรายการที่เพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษจากปีก่อนหน้า จนถูกตั้งคำถามว่า งบเหล่านี้ถูกนำไปหว่านซื้อเสียงอย่าง 'ถูกกฎหมาย' ยิงตรงถึงตัวบุคคลอย่างเจาะจง ใช่หรือไม่?
จ้างงานบุคลากร
ปี ๒๕๖๘ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๗ ที่น่าจับตา เช่น ขอนแก่นเพิ่มขึ้น ๖๔๙.๙ ล้านบาท (ร้อยละ ๔๖) นราธิวาส ๓๖๐ ล้านบาท (ร้อยละ ๕๗) เชียงใหม่เพิ่มขึ้น ๑๘๒ ล้านบาท (ร้อยละ ๒๖) สงขลาเพิ่มขึ้น ๑๓๙.๙ ล้านบาท (ร้อยละ ๒๕) ชลบุรีเพิ่มขึ้น ๓๕๕ ล้านบาท (ร้อยละ ๒๐)
พวกตั้งใจฉ้อฉลจะเน้นจ้างลูกหลานคนในพื้นที่หาเสียง เป็นลูกจ้างหรือพนักงานชั่วคราว หลังจากนั้นอาจจ้างต่อหรือเลิกจ้างก็ได้ พื้นที่ไหนตุกติกทำคะแนนไม่เข้าเป้า คนจากพื้นที่นั้นก็ถูกเลิกจ้าง
นอกจากนี้ยังพบอีกว่า อบจ. ๒๐ แห่ง ตั้งงบบุคลากรไว้สูงกว่าร้อยละ ๔๐ ของงบรายจ่ายประจำปี เกินกว่าที่กำหนดใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่นฯ
งบดำเนินการ
ที่มักถูกใช้จ้างเหมาบริการ เช่น ขุดลอกคูคลอง ดูแลสวนสาธารณะ กวาดถนน มีทั้งที่ อบจ.จ้างเองและจัดสรรงบให้เทศบาลหรือ อบต.ไปจ้าง เป็นโครงการมูลค่าไม่มาก ราวหนึ่งแสนบาทหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ได้รับสัญญาจ้างเหมามักเป็นคนในเครือข่ายนั่นเอง
ทั้งสองอุบายที่ต้องจับตานี้คือ การใช้เงินหลวงสร้างเครือข่ายพวกพ้อง แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มีผู้รู้เห็นจำนวนมาก แต่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวกระทบคนเสียประโยชน์หรือขัดใจชาวบ้านบางกลุ่ม แม้นักการเมืองที่เป็นคู่แข่งก็ไม่อยากเสียโอกาสหากวันข้างหน้าตนเป็นผู้ชนะบ้าง
เม็ดเงินส่วนนี้เกิดจากความตั้งใจทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 'ต่ำกว่ารายได้' ที่จะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้เกิด 'เงินเหลือใช้' กลายเป็นเงินสะสม แล้วขออนุมัติใช้เงินนี้จากสภา อบจ. โดยตั้งเป็นวาระพิเศษหรือวาระจร ทำให้ขาดการศึกษาพิจารณาที่รอบคอบ ชาวบ้านก็ไม่ทันรับรู้ จ้างทีมงานหาเสียง
เป็นการซื้อเสียงที่ถูกกฎหมาย โดยจ้างคนในพื้นที่จำนวนมาก เช่น ผู้ช่วยหาเสียง ตัวแทนผู้สมัครประจำหน่วยเลือกตั้ง พิธีกรเวทีปราศรัยหาเสียง คนปิดป้ายโฆษณาป้ายหาเสียง คนแจกจ่ายใบปลิวแผ่นพับ
การจ้างเช่นนี้ตรวจสอบความจริงได้ยากว่าจ้างกี่คน อัตราค่าจ้าง จ้างแล้วมาทำงานจริงหรือไม่
เปิดบ่อนพนัน เดิมพันว่าใครจะชนะ
ผู้บงการจะวางกลยุทธ์ราคาเดิมพันต่างกันตามสถานการณ์และเขตพื้นที่ เช่น ในกรณีผู้สมัครยัง 'ไม่มั่นใจ' ว่าตนจะชนะเลือกตั้ง ช่วงเริ่มต้นจะหยั่งเสียงด้วยการตั้งราคาต่อรอง ๑๐:๓ เพื่อดูศักยภาพคู่แข่ง ถ้ามีคนแทงมากแปลว่ามีคะแนนเสียงดี แล้วขยับราคาต่อรองขึ้นเป็น ๒:๑ หรือ ๓:๒ จนไม่มีราคาต่อ หากพบว่าคู่แข่งมีคะแนนเสียงดีมากแล้ว
อีกเป้าหมายสำคัญของการรับพนันคือ การตั้งราคาต่อรองจูงใจชาวบ้านให้แทงข้างตนมากๆ จะได้ไปชักชวนคนอื่นๆ มาลงคะแนนให้ตนเพื่อหวังเงินเดิมพัน
ในกรณีผู้บงการ 'มั่นใจ' ว่าตนชนะเลือกตั้งแน่ จะแอบวางเดิมพันด้วยเพื่อหวังกำไรมาคืนทุน
แจกเงินซื้อเสียงแบบดั้งเดิม
วิธีทั่วไปคือให้หัวคะแนนเดินจดโพยรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามจุดต่างๆ แล้วแจกเป็นเงินสดหรือ 'โอนผ่านพร้อมเพย์' ตามรายชื่อ อาจจ่ายก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง ในอัตราต่างกันตั้งแต่ ๒๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ บาท ถูกแพงขึ้นอยู่กับพื้นที่และสถานการณ์ เฉลี่ยทั่วประเทศ ๙๐๐ บาท
(ข้อมูลนี้ทำให้แปลกใจว่าทำไม กกต.หาหลักฐานเอาผิดคนซื้อเสียงได้น้อยมาก)
เมื่อจัดเวทีปราศรัย ชาวบ้านที่มาฟังได้ ๓๐๐ บาท รถรับจ้างที่ขนคนมาได้ ๑,๕๐๐ บาท หลายแห่งชาวบ้านตกลงกับผู้สมัครไว้เลยว่าอย่าจัดเวทีซ้อนกัน บางวันมีรอบเที่ยง บ่าย ค่ำ ก็ได้รับ ๓ เวที
ติดป้ายผ้าไวนิลเป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้เป็นหัวคะแนนพื้นที่ เพื่อจ่ายเงินตามผลงานหลังเลือกตั้ง
หลายจังหวัดใช้ อสม. บางคนคุมเสียงในพื้นที่เล็กๆ เพราะเครดิตดี เป็นผู้หญิง คนเชื่อถือมาก ต่างจากกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ติดภาพว่าเป็นคนมีตำแหน่ง มีอิทธิพล ข่มชาวบ้าน หรือมีประวัติอมเงิน
หัวคะแนนมืออาชีพจะมีเงินเดือนและค่างานเมื่อมีเลือกตั้ง แถมโบนัสก้อนโตหากผลงานดี คนกลุ่มนี้จึงรายได้ดีกว่าหัวคะแนนเฉพาะกิจ อนึ่ง ที่ผ่านมามักเกิดกรณีหัวคะแนนอมเงินค่าหัวชาวบ้าน เช่น รับมา ๒,๐๐๐ บาท จ่ายจริง ๕๐๐ บาท ของแบบนี้ชาวเขาคุยกันว่าใครได้จากใครเท่าไหร่กี่บาท..."
---------------
ครับ...ถ้าคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ ต่อไปคงมีคนไปร้องขอตรวจดีเอ็นเอบนบัตรเลือกตั้ง เพราะตรวจแล้วรู้ทันที เป็นบัตรใครเลือกให้ใคร
มีดีเอ็นเอก็ไม่ลับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความลับ!
หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวครับ เมื่อมีคนจำพวกแพ้แล้วพาลอยู่เยอะ ก็จำต้องอธิบายเรื่องราว เพื่อไม่ให้อาชญากรทางการเมือง เอาเรื่องผิดๆ ไปใส่หัวมวลชน ขยายความเข้าใจผิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
หุบปากเสียบ้างก็ดี
ช่วงนี้คงยังเบื่อเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ครับ เพราะมีนักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว รวมทั้งนักลวงโลกหลายกลุ่ม อยากให้เลือกตั้งใหม่
เจ้าแห่ง 'บาร์โค้ด'
ยังไปไม่ถึงไหนครับ... เพราะ "การเลือกตั้งโดยลับ" ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้ เทียบเท่าวาระแห่งชาติของประเทศไทยในขณะนี้
เลือกตั้งโดยลับ...ก็ถูกแล้ว
เอ้า...ส้มเตรียมเปิดไวน์ฉลอง... ฟังกูรูกฎหมาย “วิษณุ เครืองาม” แล้ว มีความหวังว่าจะได้เลือกตั้งใหม่ โอกาสส้มแลนด์สไลด์จะไปไหนเสีย
ตั้งรัฐบาลแบบเดิมไม่ได้แล้ว
เอาแล้วสิครับ... ไม่เฉพาะพรรคส้มที่ลุ้นให้มีการเลือกตั้งใหม่ "ธรรมนัส พรหมเผ่า" ก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกัน ยังไม่พอใจที่พรรคกล้าธรรมได้ สส.เข้าสภา ๕๘ เสียงอย่างนั้นหรือ
โซ่ตรวนพรรคส้ม
ตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นสักเท่าไหร่... เพราะอำนาจต่อรองอยู่ในมือพรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคเดียว

