
แม้จะยังเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ แต่อาการ “รอจังหวะ” ดูจะไม่อยู่ในสารบบของ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะแทนที่จะประคองตัวเงียบๆ ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล กลับเลือกเดินหน้าชนปัญหาใหญ่ที่ฝังรากมานานอย่าง "สแกมเมอร์-ทุนเทา" แบบไม่มีเบรก ชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
ต้องยอมรับว่าในรอบกว่าสิบปีที่ผ่านมา เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ธุรกิจสีเทา ฟอกเงิน เงินหมุนใต้ดิน ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่การ "บดขยี้" ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมระดับหมื่นล้านยังไม่ค่อยเกิดขึ้นจริง กระทั่งล่าสุดศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์เครือข่าย "ยิม เลียก, เบน สมิธ, เฉิน จื้อ, ก๊ก อาน" รวมกว่า 13,074 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สะเทือนทั้งวงการธุรกิจสีเทาและการเมือง
ยังไม่หมด ตำรวจสอบสวนกลางเดินหน้าออกหมายจับ “เบน สมิธ” และภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงิน พร้อมกระแสข่าวว่าคลื่นลูกต่อไปอาจซัดถึงนักการเมืองสีเทาบางราย ในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อจัดตั้งรัฐบาลพอดี
การดำเนินการเรื่องนี้ ทำมาอย่างต่อเนื่อง และตรงตามนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยแบบชัดๆ คือ "ปราบสแกมเมอร์ ทลายทุนเทา"
เมื่อได้เสียงสนับสนุนกว่า 9 ล้านเสียง และ สส. 192 คน สิ่งที่ทำมาก็ออกผลทันที จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า ทุกนโยบายที่ประกาศไว้ "พูดแล้วทำ" ไม่ใช่ "ดีแต่พูด"
“อนุทิน” ย้ำชัด ไม่แคร์แรงกระเพื่อมทางการเมือง เพราะความเสียหายของประเทศสำคัญกว่าดีลจัดตั้งรัฐบาล คำพูดนี้อาจทำให้บางพรรคหนาวๆ ร้อนๆ หากมีชื่อไปพัวพันธุรกิจสีเทา
ภาพที่ถูกสร้างขึ้นจึงไม่ใช่แค่การปราบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจสีเทาเท่านั้น แต่คือการยกระดับ “มาตรฐานรัฐบาล” ให้สูงกว่าเดิม ใครจะร่วมรัฐบาลต้องไร้มลทิน ไม่ใช่มีเงาเทาทาบทับ
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คดีความ แต่คือการวัดใจว่า รัฐบาลใหม่จะกล้าตัดตอนอิทธิพลเก่าๆ ได้แค่ไหน แต่อย่างน้อยวันนี้ ภาพที่เห็นชัดก็คือ การบดขยี้สแกมเมอร์และทุนเทาเกิดขึ้นแล้ว และแรงกว่าที่เคยเห็นในรอบทศวรรษ.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเคียงข้าง
จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ที่จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ที่ “รัฐมนตรีท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูและมาตรการพรึ่บเพื่อรองรับไว้แล้ว
แม่พระของ ‘ช้าง’
ปิดทองหลังพระมาโดยตลอด แต่ปิดอย่างไรก็มีคนเห็น เพราะสิ่งที่ หนูนา–กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และประธานมูลนิธิบรรหาร–แจ่มใส ศิลปอาชา ทำให้กับชาวช้าง มันมากเสียเหลือเกิน
ไม่ทิ้งเด็ก กยศ.
แว่วเสียงถอนหายใจยาวของเหล่านิสิตนักศึกษาที่เคยมืดแปดด้านเรื่องทุนการศึกษา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มและแสงสว่างแห่งความหวังฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
ยอมโดนด่า ใจแลกใจ
ลุยน้ำท่วมรอบนี้ไม่หมูอย่างที่คิด สำหรับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควงทีมงานลงไปเหยียบน้ำท่วมดูทุกข์ชาวบ้านย่านแฟลตคลองจั่น
‘แพลนนิ่ง’
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพิจารณารายงานศึกษาเรื่องที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณา เสร็จแล้ว
ไม่ทิ้งชาวบ้าน
จากสถานการณ์น้ำท่วมสู่ขั้นวิกฤตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมขัง กระทบการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

