โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

แต่จะยอมลดค่าปรับให้เหลือ 3 พันบาท พร้อมพาผู้เสียหายขึ้นรถสายตรวจไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ก่อนยื่นเงินสดให้และแยกย้ายทันที โดยที่ไม่มีแม้แต่ใบปรับจราจรหรือบิลใบเสร็จให้เป็นหลักฐาน

ก็เลยอยากรู้เป็นการกระทำของตำรวจจริงหรือไม่ และเป็นตำรวจหน่วยงานใด โรงพักไหน

กระทั่งเพจโรงพักเมืองนครปฐม ออกมาปฏิเสธบุคคลในคลิปไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็น "อาสาสมัครตำรวจ" หรือ "อส.ตร." โรงพักเมืองนครปฐม มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ในโพสต์ดังกล่าวโรงพักเมืองนครปฐม ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง

กระทั่งวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม สั่งชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นในบ้านพัก อส.ตร.รายนี้ หลังพบมีการกระทำผิดจริง โดยตรวจยึดชุดเครื่องแบบ อุปกรณ์อาวุธปืนบีบีกัน และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน

แจ้งข้อกล่าวหา "กระทำการและแสดงตนเป็นตำรวจ" และ "กรรโชกทรัพย์"

ชื่นชม "ผู้กำกับอชิรวัตติ์" ไม่ปล่อยผ่าน ไม่มองข้ามข้อกฎหมาย แม้จะมีข้อมูลว่า อส.ตร.รายนี้ได้เจรจากับผู้เสียหายมีการคืนเงินกันแล้ว และผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ รวมทั้งให้พ้นจากหน้าที่ อส.ตร.ของโรงพักไปแล้ว

แต่ในคดีอาญาเมื่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ยอมความไม่ได้

ทว่าอีกมุมที่ "ผู้กำกับอชิรวัตติ์" อาจจะลืม อาจจะมองข้ามหรือเปล่า คือการลงโทษทางวินัยแก่ "ตำรวจ" ที่ดูแล อส.ตร. ที่น่าจะเข้าข่ายบกพร่องต่อหน้าที่

จะบกพร่องน้อย บกพร่องมาก ก็อยู่ที่การตรวจสอบตามขั้นตอน จะโยนเป็นเรื่องส่วนตัวของ อส.ตร.รายนี้อย่างเดียวก็คงไม่ถูกนัก เพราะการจะเข้ามาเป็น อส.ตร. ให้โรงพัก ตำรวจ ก็ต้องคัดเลือก ต้องตรวจสอบ

เว้นแต่ไม่มีการตรวจสอบประวัติกันเลย

อันนี้คงต้องฝาก "ผู้กำกับอชิรวัตติ์" สอบถามลูกน้องดูอีกที

เข้าใจงานตำรวจเยอะ สวนทางกับกำลังพลที่มีน้อย การดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการทำงานของตำรวจ ทำหน้าที่เป็น "หูเป็นตา" ในการเฝ้าระวังเหตุร้ายและแจ้งข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างรวดเร็ว

เป็นแนวทางที่ถูกต้อง

แต่การตรวจเช็กประวัติ ตรวจเช็กความเป็นมา ก็ต้องเข้มงวด ต้องคัด อส.ตร.คุณภาพ ไม่เช่นนั้นก็จะมีพวกกร่าง พวกเข้าหาผลประโยชน์ มาอาศัยเครื่องแบบคล้ายตำรวจ

ข่มเหงชาวบ้าน!!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว

ก.ตร.ป้ายแดง

น่าจะเป็น "ความหวังใหม่" ของเหล่า "สีกากี" ในการเป็นปาก เป็นเสียง เป็นอีกหนึ่งแสงสว่างปลายอุโมงค์ให้ "ตำรวจ" ไร้เส้น ไร้สาย ได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความโปร่งใส สามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน

‘นายพล’ ดื้อตาใส

การดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ที่จะหย่อนบัตรลงคะแนนกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น่าจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย พิสูจน์ฝีมือ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

นายพลไขก๊อก!

ผ่านมาครึ่งเดือนในการตรวจสอบคุณสมบัติ "นายพล" ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ “เออร์ลีรีไทร์แบบพิเศษ” หรือโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 รอบเมษายน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569