‘นายพล’ ดื้อตาใส

การดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ที่จะหย่อนบัตรลงคะแนนกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น่าจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย พิสูจน์ฝีมือ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

ก่อนเกษียณอายุราชการปลายปีนี้

ยิ่งการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ มีการแข่งขันกันสูง หลายพื้นที่ทั่วประเทศสุ่มเสี่ยงอาจจะเกิดความรุนแรง

บทบาท "ตำรวจ" ในฐานะผู้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ยิ่งต้องเข้มข้น จริงจัง 

ป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุใดๆ หรือเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นก็ต้องตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้อย่างรวดเร็ว

รวมทั้งการวางตัว "เป็นกลาง" ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สังคมจับตามองการทำหน้าที่ของตำรวจเช่นกัน

ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา "ผบ.ต่าย" นั่งหัวโต๊ะประชุมตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทั่วประเทศ

มอบนโยบายการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง

พร้อมมอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วงประชุมรายงานความเคลื่อนไหวการเลือกตั้ง พบข้อมูลด้านการข่าวหลายพื้นที่มีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง มีการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย แจ้งความดำเนินคดีกันแล้วเกือบ 20 คดี

ผบ.ต่าย เน้นย้ำตำรวจภูธรภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด

ระดมกำลัง "ตำรวจ" 126,000 นาย ดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

กำชับดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด      หากพบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้

ถูกต้องชัดเจน!!!

เห็น ผบ.ต่าย ทำหน้าที่จริงจัง เข้มแข็ง ต้องปรบมือให้ดังๆ แต่สำหรับ "นายพล" บางคนที่ล่องลอย ดื้อตาใส นับถอยหลังรอวันเกษียณโดยไม่สนใจอะไร ขนาดประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้งยังไม่เข้าร่วมประชุม

จน ผบ.ต่าย ควันออกหู!!!

น่าจะถึงเวลาต้องใช้ไม้เรียวกำราบเสียที...น่าจะดี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!

เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ

นักวิ่งตาเป็นมัน!

โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1

โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'

หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.

‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!

เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ปี๊บคลุมหัวตำรวจ

อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง

แก้หนี้ ตร.กี่โมง

ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ