
เรียบร้อยครับ...
สภาผู้แทนราษฎรวานนี้ (๑๙ มีนาคม) มีมติ ๒๙๓ คะแนน "เห็นชอบ" อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
หัวหน้าเท้ง ได้ ๑๑๙ คะแนน
และงดออกเสียงมากถึง ๘๖ เสียง มาจากพรรคกล้าธรรม และประชาธิปัตย์
ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น เพราะเป็นคะแนนที่คาดการณ์อยู่แล้ว
แต่ก็มีประเด็นงอกขึ้นมาระหว่างการอภิปรายก่อนที่สภาจะลงคะแนน
กรณีของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ที่กลับเข้าสู่สภาครั้งแรกในรอบ ๖ ปี แต่เป็นการอภิปรายครั้งแรกในรอบ ๑๒ ปี ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมา
คือผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะต้องไม่มีคดีความ ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวน ชั้นชี้มูล หรือชั้นศาล
เป็นมาตรฐานทางจริยธรรมที่ "อภิสิทธิ์" ตอกย้ำถึงการเมืองสุจริต
"...สิ่งสำคัญที่ต้องบอกว่าทำไมวันนี้พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่สามารถให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อคุณอนุทินได้ ผมจะหยิบยกเครื่องของคดีความ เพราะเวลาเราพูดถึงเรื่องจริยธรรมมันไม่ใช่เรื่องของการตัดสินเชิงกฎหมาย และสิ่งที่ผมพูดจะไม่ได้บอกว่าการกล่าวหาหรือถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือเป็นเท็จ แต่จะพูดว่าสถานะของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อนั้น สมควรที่จะได้รับการเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าต้องการสร้างการเมืองสุจริต
รวมถึงหัวหน้าพรรคประชาชนที่แสดงวิสัยทัศน์ในวิธีต่างๆ เราพูดตรงกันว่าความรับผิดชอบทางการเมืองหรือมาตรฐานในเรื่องของการเมือง ต้องต่างและสูงกว่าเรื่องของความรับผิดชอบของมาตรฐานทางกฎหมาย
ประเด็นหลักที่ไม่สามารถเห็นชอบนายอนุทินได้คือประเด็นเรื่องคดีฮั้ว สว.
เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงที่สามารถทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง
เพราะถ้า สว.ไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลอาณัติของพรรคการเมือง นักการเมืองแล้ว สว.ซึ่งมีหน้าที่ในการสรรหาองค์กรอิสระจะทำให้องค์กรอิสระนั้นขาดความเป็นกลาง ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารหรือพรรคการเมืองได้
บังเอิญคุณอนุทิน ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของ กกต. ซึ่งเมื่อมีการกล่าวหาไปแล้ว ได้มีการส่งเรื่องให้อนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ ๒๖ มีการบรรยายข้อกล่าวหา และมีการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบข้อกล่าวหา รวมทั้งคุณอนุทินด้วย
ในส่วนของข้อหา ผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่จะบรรยายอย่างชัดเจนถึงกระบวนการการทำงานของพรรคการเมือง ที่วางแผนในเรื่องของกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภาที่ขัดกับกฎหมายหลายมาตรา
คณะอนุกรรมการชุดนี้มีความเห็นว่า บุคคลผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงคุณอนุทิน เป็นผู้ที่ได้ดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการได้มาของวุฒิสภา..."
"...ทั้งนี้ คงมีคำถามต่อว่าทำไมผมจึงไม่สนับสนุนคุณณัฐพงษ์
ต้องชี้แจงว่า ด้วยหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน เมื่อท่านได้ตกเป็นผู้ที่ ป.ป.ช.ชี้มูล เรื่องส่งเข้าสู่ศาลและอาจต้องทำให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เราก็มีความเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนท่านได้เช่นกัน
ไม่ต้องกังวลว่าการงดออกเสียงจะเป็นเรื่องการรอร่วมรัฐบาล
ผมเป็นฝ่ายค้านแทบจะนานที่สุดในสภาแห่งนี้ ไม่มีประวัติรอร่วมรัฐบาล ตรวจสอบจริง ไม่ตรวจสอบเอาคอนเทนต์ เดินหน้าด้วยความตั้งใจ..."
ครับ...นี่คือเหตุผล "งดออกเสียง" ของพรรคประชาธิปัตย์
มาตรฐานนี้จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองเหนือพรรคการเมืองอื่นๆ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนี้มีคดีติดตัวไม่ได้เลย ไม่ว่าคดีนั้นอยู่ในชั้นไหนก็ตาม
แม้จะเป็นคดีหมิ่นประมาทก็ไม่ได้ เนื่องจากมีคนติดคุกเพราะคดีหมิ่นประมาทมาเยอะแล้ว
ยกตัวอย่าง "จตุพร พรหมพันธุ์" ถูกศาลสั่งจำคุกคดีหมิ่นประมาท "อภิสิทธิ์" เป็นต้น
บรรทัดฐานนี้จะติดไปกับพรรคประชาธิปัตย์จนชั่วฟ้าดินสลาย
เว้นเสียแต่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลบมาตราเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไป
ที่ผ่านมาก็เห็นมีหลายพรรคกระเหี้ยนกระหือรือฉีกมาตรานี้ทิ้งอยู่
อีกคนที่พยายามสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองใหม่ให้กับมวลชนสีส้ม นั่นคือ "หัวหน้าเท้ง"
"...สิ่งที่สมาชิกพรรคประชาชนเสนอชื่อผมเป็นนายกฯ แข่งนั้น พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ก่อนโหวตนายกฯ
ผมยืนยันว่า ที่ผ่านมาในช่วงเวลาที่ผ่านมาดังกล่าว พรรคประชาชนไม่เคยมีการดำเนินการ หรือความพยายามใดๆ ในการที่จะไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง
อยากให้พวกเรายึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราจะต้องทำในระบบการเมืองระบบรัฐสภา ที่ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน..."
มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาล การเลือกนายกฯ อยู่มากพอควร
สิ่งที่ "หัวหน้าเท้ง" พูดนั้นถูกต้องครับ และด้อมส้มต้องจำให้ขึ้นใจ ถ้าเข้าใจได้ตามนี้ อนาคตการเมืองไทยไม่น่ากังวลนัก
พรรคลำดับ ๑ ได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน
ถ้าตั้งไม่ได้ก็ถึงคิวพรรคลำดับที่ ๒
นี่คือสิ่งที่ต้องเป็นตามระบบรัฐสภา
แต่...จำช่วงตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ได้หรือเปล่า
พรรคส้มชนะเลือกตั้งเป็นลำดับที่ ๑ แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ ๒ จัดตั้งรัฐบาลแทน กลายเป็นว่า "โกง"
มีการเอาไปขยายความในโซเชียลว่า พรรคส้มคือ "เสียงข้างมาก" แต่ "เขา" ไม่ให้เป็นรัฐบาล
เลอะเทอะครับ!
มีโอกาสตั้งรัฐบาลแต่ทำไม่ได้ เพราะมัวแต่จะแก้ ม.๑๑๒
ฉะนั้นหลังจากนี้ "ด้อมส้ม" เข้าใจให้ตรงกันตามที่ "หัวหน้าเท้ง" บอก หากเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคส้มชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ได้ สส.เป็นกอบเป็นกำ แต่ไม่ถึงครึ่งของสภา ก็ต้องไปหาพรรคการเมืองอื่นมาเติมให้ครบให้เกิน
แต่ถ้าไม่ใครเอา ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ถึงคิวพรรคอันดับ ๒ ตั้งรัฐบาลแทน
ไม่มีอะไรพิสดารครับ
ระบบรัฐสภาใช้เสียงข้างมาก
ใครรวมเสียงได้มากกว่า ฝั่งนั้นก็เป็นรัฐบาล
ไม่มีอะไรเข้าใจยาก ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นประเพณีปฏิบัติที่ใช้กันมานานแล้ว เพียงแต่ช่วงที่พรรคก้าวไกลได้ สส.มากที่สุด ก็คิดว่าต้องได้เป็นรัฐบาลแน่ๆ
ไม่แคร์ใคร ไม่ลดเพดาน
ด้อมส้มไปทึกทักเอาว่า เมื่อพรรคก้าวไกลได้ สส.มากที่สุด ก็เท่ากับเป็นเสียงข้างมาก
ในตำรารัฐศาสตร์เบื้องต้นก็มีการอธิบายเรื่องพวกนี้อยู่ครับ ถ้าเชื่อโดยค้นคว้าหาความรู้เอง น่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
แต่ถ้าเชื่อเพราะถูกล้างสมอง "คำพูด" หัวหน้าเท้งวานนี้ช่างไร้ค่า ไม่มีอะไรต้องจดจำ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทรัมป์' แพ้ยับเยิน
สงครามยังไม่ทันจบ...แต่ "โดนัลด์ ทรัมป์" พ่ายยับเยิน เสียแล้ว
สิ่งที่สองเสือหิวต้องการ
อย่าคาดหวังว่าราคาน้ำมันจะลดลงในเร็ววัน กลับกันนับจากนี้ราคาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าถึงจุดที่ไม่เป็นภาระกองทุนน้ำมันมากนัก
เพราะ 'น้ำมัน'
"...น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ ถึงตอนดับไฟ มีอะไรเราก็เริ่มฝอย ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย น้ำมันมีน้อยมืดหน่อยก็ทนเอานิด..."
เปลี่ยนชื่อพรรคดีมั้ย?
ทำเป็นเล่นไป... พรรคส้มอาจได้ชื่อใหม่จริงๆ เป็นชื่อ “พรรคราษฎร” ตามที่ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ผู้นำทางจิตวิญญาณ ตั้งเป้าเป็นรัฐบาลปี ๒๕๗๕
'มัวแต่โทษตัวเอง เมื่อไหร่คนอื่นจะผิด'
อืมมมม...นำมาใช้ได้จริงๆ ครับ วลีเด็ด "ถ้ามัวแต่โทษตัวเอง แล้วเมื่อไหร่คนอื่นจะผิด"สถานการณ์ ณ นาทีนี้ของ "หัวหน้าเท้ง" ของผมไม่ต่างลิงแก้แหครับ อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องการเป็นรัฐบาลครับ มันยังไกลเกินจริง เอาแค่บริหารพรรคให้รอดก่อน เพราะความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกอยู่เรื่อย
หยุดก่อนโลกพินาศ
ช่วงนี้ประเทศไทยต้องเจอหลายดอกครับ สงครามตะวันออกกลางทำให้มีการระงับคำสั่งซื้อข้าวไทย ซาอุดีอาระเบีย โอมาน ที่มียอดสั่งซื้อข้าวขาวและข้าวนึ่งหลักแสนตัน ตอนนี้ชะลอออกไปก่อน

