ข้าวยากหมากแพง

ก็...ตามคาดครับ “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เตือนพลเมืองของตนเองให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลาง

คนไทยชอบใจ สรรเสริญว่าพูดตรงไปตรงมา 

คนเป็นผู้นำมันต้องแบบนี้

นายกฯ อนุทิน สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแบบ “ลอว์เรนซ์ หว่อง” เลย ออกมาเตือนคนไทย ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจในเหตุการณ์ ผลคือ...

โดนด่ายับ

แต่ก็อย่างว่า รัฐบาลมีไว้ด่า ก็ด่าไปเถอะครับ แต่ในส่วนที่ประชาชนต้องรับรู้ ก็ต้องรู้ ไม่งั้นจะกลายเป็นภาระของประเทศ

และมันก็เหลือเชื่อครับที่คนจำนวนไม่น้อย ไม่รับรู้ หรือไม่อยากรับรู้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ไม่สนว่าโลกจะเป็นอย่างไร ขอแค่น้ำมันกลับไปลิตรละ ๓๐ บาทเป็นพอ

ถึงได้ตีโพยตีพายว่าไทยขุดน้ำมันได้เองทำไมไม่ขายให้คนไทยในราคาถูก

ความเชื่อแบบนี้ยังมีอยู่เยอะครับ ขณะที่วิกฤตพลังงานไม่รอให้ใครปรับตัวตาม

ตอนนี้แค่เผาหลอกยังไม่ใช่เผาจริง! 

แต่คนไทยส่วนใหญ่พอจะซึมซับความจริงและเริ่มมองเห็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางกันบ้างแล้ว

เพื่อให้ชัดเจนขึ้น โพสต์ของ แอนนาเบล คชนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโครงสร้างทางการเงิน เธอทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ เขียนไว้ในเพจ Annabel - Your Wealth Architect ทำให้เห็นทิศทางชัดเจนขึ้นเยอะทีเดียว

------------------------

เมื่อคืนหลังวางสาย conference call กับทีมยุโรป ฉันไม่ได้ลุกไปไหนเลยนะ

นั่งนิ่งอยู่หน้าจอ ลืมเข้าห้องน้ำไปเลยด้วย

เพราะมันเป็นหนึ่งใน call ที่คุณรู้สึกได้เลยว่า “เกมมันเริ่มเปลี่ยนจริงๆ แล้ว”

ปกติเราคุยกันเรื่อง positioning

sector ไหน outperform

rotation ไปไหน

แต่เมื่อคืน ทุกคนคุยเหมือนกำลังจับชีพจรโลก             แล้ว analyst ฝั่ง energy พูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง เขาบอกว่า

“This is not a Middle East war anymore. This is an Asian problem now”

ฉันได้ยินแล้วรู้เลยว่าอันนี้ต้องเอามาเล่าให้คุณฟัง เพราะถ้าคุณอยู่ไทย คุณอยู่ “กลางเรื่องนี้” เต็มๆ

ฉันจะเล่าให้คุณฟังแบบในห้องประชุมเลยนะ มีคนเปิด slide ขึ้นมา แล้วชี้ไปที่ Hormuz เขาบอก น้ำมันที่ผ่านตรงนี้ประมาณ 80% ไปเอเชีย ก๊าซประมาณ 90% ไปเอเชีย เขาหันมาถามในห้องว่า

“So who gets hit first?”

ไม่มีใครตอบ แต่ทุกคนรู้คำตอบ

เอเชีย

แล้วเขาไม่หยุดแค่นั้น เขา zoom เข้าไปอีก ฟิลิปปินส์นำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน LNG เกือบสองในสามผ่าน Hormuz

แล้วเขาพูดประโยคหนึ่ง “Poor countries don’t have time to adjust They just absorb the shock”

ฉันนั่งฟังแล้ว นึกถึงไทยทันที ฉันเลยถามในห้องตรง ๆ “What about Southeast Asia?”

เขาเปิดอีก slide แล้วพูดช้าๆ “Some countries have about 3 weeks of oil onshore”

แล้วเขาก็ไล่ชื่อ Philippines Vietnam Thailand ฉันหยุดจดเลย เพราะนี่ไม่ใช่ headline ที่คนไทยเห็นในข่าว ฉันขอแปลให้คุณเข้าใจแบบง่ายมากนะ

ประเทศไทย มีน้ำมันสำรองจริงประมาณ 38 วัน ถ้านับของที่กำลังขนส่ง ประมาณ 60 วัน ฟังดูโอเคใช่ไหม แต่ในห้องนั้นไม่มีใครพูดคำว่า “โอเค” เลยค่ะคุณ เขาพูดคำว่า “tight”

เพราะโลกนี้ ไม่ได้พังเพราะของหมด มันพังเพราะ “ของเริ่มตึง”

แล้ว discussion ในห้องเริ่มลึกขึ้น เขาบอกว่า คนส่วนใหญ่กำลังมองผิดจุด ทุกคนจ้องแต่น้ำมัน ว่าโอเค มันขึ้นไป 100 ดอลลาร์แล้ว

แล้วไง

แต่สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่น้ำมัน มันคือ “สิ่งที่ติดอยู่หลังน้ำมัน”

เขาอธิบายต่อ พอน้ำมันตึง ขนส่งตึง พอขนส่งตึง ทุกอย่างตึง อาหาร สินค้า logistics แล้วเขาพูดคำหนึ่งที่ฉันชอบมาก

“This is a supply chain squeeze, not just an oil shock”

ฉันหันมาคิดในหัวเลย ถ้าเป็นไทย มันแปลว่าอะไร มันแปลว่า นอกจากเห็นน้ำมันขึ้นแรงเพราะรัฐอุ้มไม่ไหวแล้ว และคุณจะเริ่มเห็นค่าของแพงขึ้นทีละนิดแบบที่อธิบายไม่ค่อยถูก

แล้วในห้องมีคนโยนประเด็นเรื่อง inflation ขึ้นมา

เขาบอกว่า เอเชียกำลังจะเจอของจริงเพราะปุ๋ยประมาณหนึ่งในสามของโลก ต้องผ่าน Hormuz ถ้ามันติด ผลผลิตเกษตรจะโดน แล้วราคาข้าว ราคาขนมปัง จะเริ่มขยับ

ฉันนั่งฟังแล้วรู้สึกเลยว่า นี่มันไม่ใช่เรื่อง macro แล้ว มันคือเรื่องโต๊ะกินข้าวของคนธรรมดา

 แล้วมีอีกคนเสริมขึ้นมา เรื่องที่คนไม่ค่อยพูด คือ “government balance sheet”

เขาบอก หลายประเทศในเอเชีย ต้องอุ้มราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่การอุ้ม แปลว่า รัฐต้องจ่าย

อินโดนีเซียเสี่ยงหลุด fiscal cap อินเดียต้องลดภาษี เกาหลีต้องคุมราคา ปากีสถานไม่มีเงินก็ต้องปล่อยให้ราคาขึ้น ฉันนั่งฟังแล้วคิดเลยว่าไทยอยู่ตรงกลาง

รัฐตัดสินใจอุ้มได้…แป๊บนึงเท่านั้นแหละ

คุณต้องรู้ว่า ไม่ได้อุ้มได้ตลอดหรอกนะ

แล้วบทสนทนามันพีกตอนท้าย มี analyst คนหนึ่งพูดขึ้นมาแล้วทั้งห้องเงียบ เขาบอกว่า

“The shock is not the dangerous part The slow bleed is”

ฉันอยากแปลให้คุณฟังแบบตรงๆ สิ่งที่น่ากลัว ไม่ใช่วันที่ข่าวออก แต่คือสิ่งที่มันจะค่อยๆ ไหลเข้ามาในชีวิตคุณ แบบที่คุณไม่รู้ตัว

สำหรับคนไทย ฉันอยากให้คุณคิดแบบนี้ ตอนนี้ เราไม่ได้อยู่ในวิกฤต แต่เราอยู่ใน…ฉันจะเรียกว่าอะไรดีนะคุณ

“ช่วงก่อนวิกฤตจะรู้สึก” เออใช่ คำนี้แหละ ทีนี้คุณควรเริ่มสังเกต ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร มันจะไม่ขึ้นทีเดียว แต่มันจะ “ขึ้นแบบเงียบ” ถ้าคุณทำธุรกิจ นี่คือช่วงที่ต้องระวัง margin เพราะต้นทุนจะขยับก่อนรายได้ ถ้าคุณลงทุน

อย่ามองแค่ตลาดขึ้นลง ให้มองว่า พอร์ตคุณทน “พลังงานแพง” ได้แค่ไหน และที่สำคัญที่สุดอย่าคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัว เพราะในห้องประชุมเมื่อคืนไม่มีใครพูดถึงคำว่า “สงคราม” เยอะเท่าคำว่า “flow” “cost” “pressure”

ฉันอยากทิ้งคุณไว้ด้วยประโยคเดียว ที่ฉันพูดใน call แล้วทุกคนพยักหน้า “สงครามนี้ไม่ได้กำลังเดินมาหาไทย แต่มันกำลังไหลเข้ามาในต้นทุนของเราแล้ว” คุณไม่ต้องกลัว แต่คุณต้อง “รู้ทัน” เพราะเกมนี้ คนที่เสียเปรียบที่สุด ไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน

แต่คือคนที่ไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น

คุณเตรียมตัวกันพร้อมรึยัง

__________________________

ครับ...คำถามง่ายๆ คุณเตรียมตัวแล้วหรือยัง

แต่คำตอบยากแสนเข็ญ

เพราะนี่คือมหาวิกฤตของโลก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พอแล้วไม่ไหวแล้ว

ได้ข่าวว่าอีกวันสองวันการเมืองจะเดือดเลือดพล่านอีกรอบ รัฐบาลจะแถลงนโยบายครับ แต่ฝ่ายค้านบอกว่า “ซักฟอก” ทุกเวที

เศรษฐศาสตร์น้ำมัน

ยังไม่เห็นนักการเมืองออกมาพูดเรื่องเศรษฐศาสตร์น้ำมันทั้งระบบให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ

อย่าเป็นคนทรยศ

ครับ... รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายราวๆ วันที่ ๙ ถึง ๑๐ เมษายนนี้ จัดการเพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนเทศกาลสงกรานต์

ดาวร้ายยุคน้ำมันแพง

ถ้านักการเมืองมีความละอายใจบ้างก็คงจะดี อยากเห็น สส.ละอายใจ ให้มากกว่าที่ไม่กล้ากินข้าวที่ทางสภาฯ จัดให้ เพราะหมอวรงค์ออกมาเคลื่อนไหว จนพากันควักกระเป๋าซื้อข้าวในโรงอาหารสภาฯ กินเอง

จะให้รัฐบาลทำอะไร

สส.ในสภาเขาก็ขึงขังทำหน้าที่ครับ วานนี้ (๒ เมษายน) สส.ปักษ์ใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ "กาญจน์ ตั้งปอง" นำความเดือดร้อนของชาวบ้านไปอภิปรายในสภา

รัฐมนตรีห้องแถว

เป็นธรรมดาครับ... ไม้ใหญ่ ย่อมถูก นกขี้ใส่ หมาเยี่ยวรด อย่างเลี่ยงไม่ได้