ดรามา 'อาร์ท-ศุภจี'

ไม่ง่ายครับ...

สงครามตะวันออกกลางยังหาทางลงกันไม่ได้ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเล่นดนตรีคนละเพลง ฉะนั้นการ์ดอย่าเพิ่งตกกัน

อย่าเพิ่งไปคิดถึงน้ำมันราคาถูก เพราะมันจะไม่ถูกลงในอนาคตอันใกล้ 

แล้วประชาชนทำอะไรได้บ้าง

ตอบแบบทุบโต๊ะ! ครับ...ประหยัด

บางคนบอกว่าประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรแล้ว คำแนะนำคือ...ประหยัดต่อไป

ทำได้แค่นั้นครับ

แต่ถ้ายังรู้สึกหงุดหงิดกับสถานการณ์แบบนี้ ให้ด่ารัฐบาลครับ

จัดเต็มไม่ต้องกั๊ก แต่สุภาพหน่อยเป็นใช้ได้

ที่เหลือก็ปล่อยให้นักการเมืองเขาแสดงฝีมือกันไป

ครับ...เรื่องร้อนทะลุจุดเดือดวันสองวันมานี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “อาร์ท วีระพงษ์ ประภา” ถูกทาบทามจาก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ให้มาเป็นที่ปรึกษา

แต่ปัญหาคือ “อาร์ท” เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค มันก็เกิดดรามาสิครับ

 “ศุภจี” ถูกถล่มเละ

เพราะประชาธิปัตย์เขายึดใน “หลักการ”

เรื่องนี้คุยกันไปหลายทิศหลายทางเพราะข้อมูลที่ได้มาไม่ตรงกัน

 ฝั่งประชาธิปัตย์เขา        เดือดมาก เพราะไม่ต่างจากถูก “ศุภจี” ตีท้ายครัว

ฝั่งสนับสนุนรัฐบาลเขาก็มีเหตุผลน่ารับฟัง สถานการณ์โลกขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต ประเทศต้องการคนเก่งมาทำงาน ฉะนั้นไม่ควรแบ่งฝักฝ่าย

ทุกคนต้องมีเป้าหมายเดียวกันคือทำเพื่อชาติและประชาชนเป็นอันดับแรก

ไม่ใช่พรรค

ก็มีเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายครับ

ก่อนที่จะวิจารณ์อะไรเพิ่มลองไปดูเหตุผลของเจ้าตัวก่อนครับ

 “อาร์ท” โพสต์แจ้งเจตจำนงผ่านสื่อโซเชียลดังนี้ครับ....

------------

"...สวัสดีครับ ทุกท่าน

วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนว่า ผมได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ผมจึงอยากจะขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ครับ

ข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะผมได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ผมทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมากครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมาครับ

ข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะผมประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของท่านอภิสิทธิ์ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ผมยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ผมได้ให้สัญญาไว้ว่าจะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง ผมจึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด

สำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนผม เพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ

ข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ผมขอเรียนว่า เมื่อผมได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากท่านศุภจี ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้รีบเรียนหารือกับท่านอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับและกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย ผมมั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญครับ

สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของท่านเป็นสิ่งที่ผมยึดเป็นแบบอย่าง

นอกจากนี้ ผมขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้พลังใจกับผมมาโดยตลอดครับ

ในวันนี้ แม้ผมจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ผมหวังว่าทุกท่านจะร่วมเดินทางกับผมต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ครับ"

-----------------

ครับ...ก็เป็นอันยุติ

ประชาธิปัตย์เสียคนเก่งไปอีก ๑ คน

ขณะที่รัฐบาลได้ทีมทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

มองภาพแบบนี้ก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม ไม่ใช่ประโยชน์ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

เรื่องนี้จะไปโทษ “อาร์ท” ไม่ได้ครับ เพราะเขาโฟกัสไปที่งาน

ตำแหน่งที่ไปมิใช่ตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

หากนี้เป็นช่วงสถานการณ์บ้านเมืองปกติ “อาร์ท” จะถูกมองว่าหิวแสง อยากอยู่ฝ่ายรัฐบาลจนตัวสั่นเพราะทนอดอยากปากแห้งไม่ไหว 

แต่...เป็นที่รับรู้กันนะครับว่า สถานการณ์โลกปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤต หากมีใครสักคนที่มีความรู้ความสามารถและความพร้อมอยากทำงานเพื่อบ้านเมือง เราจะปิดกั้นเขา เพียงเพราะสถานะทางการเมืองอย่างนั้นหรือ

พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงเดินขึ้นจากหุบเหว หลังหลงทางไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยที่มี “ทักษิณ” บงการอยู่เบื้องหลัง

วันนั้นแฟนคลับประชาธิปัตย์ ผิดหวังอย่างรุนแรง 

มาวันนี้ประชาธิปัตย์กลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองที่ควรจะเป็น

ตอนตั้งรัฐบาลแฟนคลับแอบหวังด้วยซ้ำว่า ประชาธิปัตย์จะได้ร่วมรัฐบาล

แต่มันมิได้เป็นเช่นนั้น และเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านในช่วงของการฟื้นฟูพรรค

ความคาดหวังที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ยังมีอยู่ครับ แค่รอเวลาเท่านั้น

การที่ “อาร์ท” ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลงแต่อย่างใด กลับกันทำให้เดินหน้าตามหลักการได้อย่างมั่นคง

ส่วน “อาร์ท” ไม่มีใครด่าว่ารับแจกกล้วยแน่นอน เพราะฝีมือ และผลงานเป็นเครื่องการันตีและคนในพรรคประชาธิปัตย์รู้เรื่องนี้ดี

ไม่มีใครตอบได้หรอกครับว่า เมื่อ “อาร์ท” ไปนั่งเป็นที่ปรึกษาแล้ว จะทำงานได้ลุล่วงหรือไม่

แต่อย่างน้อยก็มีคนยอมทิ้งเป้าหมายทางการเมืองเพื่อไปแก้ปัญหาให้บ้านเมือง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทพิสูจน์รัฐบาล

ก็...ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรครับ แค่เรื่องไม่รู้ กับแกล้งไม่รู้ ในโลกสีน้ำเงินใบนี้ยังมีหลายสิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้อีกเยอะแยะครับ ก้นมหาสมุทรมีพื้นที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจอีกมากมาย

ข้าวยากหมากแพง

ก็...ตามคาดครับ “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เตือนพลเมืองของตนเองให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลาง คนไทยชอบใจ สรรเสริญว่าพูดตรงไปตรงมา

พอแล้วไม่ไหวแล้ว

ได้ข่าวว่าอีกวันสองวันการเมืองจะเดือดเลือดพล่านอีกรอบ รัฐบาลจะแถลงนโยบายครับ แต่ฝ่ายค้านบอกว่า “ซักฟอก” ทุกเวที

เศรษฐศาสตร์น้ำมัน

ยังไม่เห็นนักการเมืองออกมาพูดเรื่องเศรษฐศาสตร์น้ำมันทั้งระบบให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ

อย่าเป็นคนทรยศ

ครับ... รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายราวๆ วันที่ ๙ ถึง ๑๐ เมษายนนี้ จัดการเพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนเทศกาลสงกรานต์