
สะเทือนกองทัพ!
"ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ"
คำพูดของแม่ทัพภาคที่ ๔ "พล.ท.นรธิป โพยนอก" ในการแถลงข่าวความคืบหน้าการคลี่คลายคดีคนร้ายยิงถล่มรถ "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส
อันตรายครับ!
แนวคิดแบบนี้อาจมีปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้
การเน้นย้ำว่า "ส่วนตัว" ไม่รอด ถ้าผมทำ
จะให้แปลความเป็นอื่นได้อย่างไร
ท่านอาจพูดเพียงเพราะอยากให้สังคมรับรู้ลักษณะนิสัยส่วนตัวของท่าน ว่าเป็นคนเด็ดขาด ตัดสินใจทำอะไรแล้วต้องจบ
หรือพูดกระทบกระเทียบไปถึงคนสั่งยิง ซึ่งการข่าวก็คงรู้กันแล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร เป็น "บิ๊กเนม" พรรคการเมืองไหน
แต่...การสื่อสารออกมาแบบนี้ กองทัพบกจะอยู่เฉยไม่ได้ และจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับกองทัพไม่ได้ เพราะนี่คือคำพูดของแม่ทัพภาคที่ ๔ ที่พูดถึงคดียิง สส. แต่ สส.ไม่ตาย
ก็ไม่ทราบหรอกครับว่าในพื้นที่มีความขัดแย้งอะไรกัน ถึงขั้นต้องเก็บ แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ก็มีอำนาจหน้าที่ของตัวเองชัดเจน
ไม่ว่าในนามส่วนตัว หรือในนามกองทัพ จะไปใช้วิธีการที่นอกกฎหมายไม่ได้
ครับ...เข้าเทศกาลสงกรานต์แล้ว อะไรที่ร้อนแรงก็เพลาๆ ลงบ้าง ถ้าร้อนไปตามอากาศ พูดได้คำเดียวครับว่า "พินาศ"
ก็รอดูว่ากองทัพบกจะดำเนินการอย่างไรหรือปล่อยไปแบบนี้
ถ้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันจะเกิดเรื่องตามมาอีกมากครับ โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่แก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
พูดง่ายๆ คือ แม่ทัพภาคที่ ๔ คนนี้จะกลายเป็นสารพัดข้ออ้างของการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นี่ไม่ใช่เรื่องโลกสวยนะครับ เพราะโลกความเป็นจริงในพื้นที่โหดเหี้ยมมากเราก็รู้กันอยู่
การฆ่ามีมาตลอด!
ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปเท่าไหร่แล้ว
ฉะนั้นอย่าไปสร้างเงื่อนไขเพิ่มกันอีกเลย
โลกมันร้อนพอแล้วครับ อย่าให้ร้อนไปกว่านี้เลย
ฝั่งตะวันออกกลาง อุณหภูมิจริงไม่ได้ร้อนนะครับ อากาศสบายๆ แบบหน้าหนาวบ้านเรา แต่อุณหภูมิสงครามทะลุจุดเดือดอีกรอบแล้ว หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน "ล้มเหลว"
ที่น่ากลัวกว่าการเจรจาที่ล้มเหลวคือ ผู้นำหมายเลข ๑ ของโลก "โดนัลด์ ทรัมป์" เขาว่างั้นนะ เป็นบุคคลที่ควรได้รับการตรวจสภาพจิตอย่างเร่งด่วน
ชาวอเมริกันคงรู้ครับว่า แนวคิดแบบ "ทรัมป์" สามารถสร้างหายนะให้กับโลกได้ แต่ไม่มีใครหยุดยั้งได้
ล่าสุดวิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ ๑๔ แบบคนไม่มีรากแม้แต่น้อย
"ผมไม่ค่อยชอบสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอเท่าไหร่ ท่านเป็นคนหัวเสรีนิยมมาก และเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม"
สาเหตุที่ "ทรัมป์" ไม่ชอบก็เพราะ สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเรียกร้องให้เกิดสันติภาพท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง
"พอแล้วกับการบูชาตนเองและเงินทอง! พอแล้วกับการแสดงอำนาจ! พอแล้วกับสงคราม!"
สมเด็จพระสันตะปาปาชาวอเมริกันวัย ๗๐ ปี ทรงเรียกร้องต่อสาธารณชนเมื่อวันเสาร์ให้ผู้นำยุติความรุนแรง โดยตรัสกับผู้ที่มาร่วมพิธีในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
ก็คงเห็นนะครับว่า "ทรัมป์" เป็นคนแบบไหน แต่คนคนนี้ดันมีบทบาทและการตัดสินใจ ต่อสงครามตะวันออกกลางมากที่สุด
วันนี้โลกเดือดร้อนกันไปหมด
ประชาชนทุกประเทศต้องรับเคราะห์ เพราะคนแบบ "โดนัลด์ ทรัมป์" และ "เนทันยาฮู"
คนไทยต้องมีต้นทุนการใช้ชีวิตที่สูงลิ่วเพราะ ๒ คนนี้ตัดสินใจก่อสงครามที่รู้ดีว่าไม่มีวันชนะ
ไม่เคยมีใครชนะสงครามจริงๆ มีแต่ก่อสงครามใหม่
สื่อต่างประเทศเขาตีข่าวใหญ่ครับว่า "ทรัมป์" มีปัญหาด้านสภาพจิต
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ป่วยทางจิต
ดร.จอห์น การ์ตเนอร์ นักจิตวิทยาและอดีตศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ข่าว The Daily Beast ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงอาการภาวะ สมองส่วนหน้าเสื่อม และสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ จนเขาดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากเมื่อก่อนเริ่มต้นสงคราม
บุคคลที่มีอาการสมองส่วนหน้าเสื่อมจะสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ การยับยั้งชั่งใจ การควบคุมพฤติกรรมของตนเอง และจะแสดงความก้าวร้าวออกมา
ซึ่งสังเกตได้จากพฤติกรรมการใช้โซเชียลส่วนตัวของ "ทรัมป์" ที่เขาได้โพสต์ทรูธโซเชียล ด้วยถ้อยคำหยาบคาย รุนแรง ในการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างอิหร่าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโพสต์ในวันอีสเตอร์ ที่ "ทรัมป์" พุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน
นอกจากนี้ทรัมป์ยังใช้คำหยาบคายในโพสต์ของเขา พฤติกรรมเหล่านี้กำลังสะท้อนความเสื่อมสภาพ ของสมองส่วนหน้า ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากกว่าส่งผลต่อความทรงจำ
โดยก่อนหน้านี้ ดร.วิน คุปตะ นักวิเคราะห์ทางการแพทย์ โพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ส่วนตัว "@VinGuptaMD" ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีอาการสมองเสื่อม เพราะเขาเริ่มพูดจาไม่ต่อเนื่อง พูดไม่จบประโยค สับสน ความคิดไม่สมเหตุสมผล หาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้
และอาการค่อยๆ แย่ลงเรื่อยๆ
"ทรัมป์" ยังถูกจับตาประวัติด้านสุขภาพ เนื่องจากที่ผ่านมาภาพที่ปรากฏออกมานั้นพบว่า ทรัมป์ มีอาการเส้นเลือดฝอยแตก อีกทั้งยังมีรอยฟกช้ำบนหลังมือของเขา
คิดเล่นๆ ถ้าผู้นำไทยมีอาการแบบนี้ ไม่น่าจะรอด ขนาดอวยพรสงกรานต์ยังเอาไปด่ากันยับ ว่าทำให้น้ำมันแพงจนเทศกาลสงกรานต์กร่อย
แสดงว่าอเมริกันชนมีภูมิต้านทานดีเยี่ยมทีเดียว ที่ปล่อยให้ผู้นำมีปัญหาสุขภาพจิตก่อสงครามจนเดือดร้อนกันทั้งโลก
วันนี้ "ทรัมป์" หันมาเล่นเกมเกลือจิ้มเกลือ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านปิดอยู่
บางคนบอกว่าเป็นความอัจฉริยะของ "ทรัมป์" เมื่อเปิดไม่ได้ ก็ปิดมันเสียเลย
ปิดซ้อนปิด แม้สหรัฐฯ จะเปิดให้เรือที่ไม่ได้เดินทางไปอิหร่านแล่นผ่านได้ แต่อิหร่านใช่ว่าจะเปิดหมด ภาพรวมไม่ต่างจากปิดสนิท
คนไทยจะเชียร์ฝั่งไหนก็เอาตามใจชอบนะครับ
แต่ทำใจไว้หน่อย เมื่อเรือทุกลำออกจากช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้
น้ำมันดิบขาด
น้ำมันสำเร็จรูปแพง
ปั๊มน้ำมันประเทศไทยจะเต็มไปด้วยกระดาษ A4 เขียนข้อความว่าน้ำมันหมด
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดรามา 'อาร์ท-ศุภจี'
ไม่ง่ายครับ... สงครามตะวันออกกลางยังหาทางลงกันไม่ได้ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเล่นดนตรีคนละเพลง ฉะนั้นการ์ดอย่าเพิ่งตกกัน
บทส่งท้ายของ 'เท้ง'
ก็...แดดมันร้อนครับ แต่ในห้องประชุมสภาฯ แอร์เย็นเฉียบ กลับร้อนกว่า
บทพิสูจน์รัฐบาล
ก็...ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรครับ แค่เรื่องไม่รู้ กับแกล้งไม่รู้ ในโลกสีน้ำเงินใบนี้ยังมีหลายสิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้อีกเยอะแยะครับ ก้นมหาสมุทรมีพื้นที่ที่ยังไม่ถูกสำรวจอีกมากมาย
ข้าวยากหมากแพง
ก็...ตามคาดครับ “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เตือนพลเมืองของตนเองให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลาง คนไทยชอบใจ สรรเสริญว่าพูดตรงไปตรงมา
พอแล้วไม่ไหวแล้ว
ได้ข่าวว่าอีกวันสองวันการเมืองจะเดือดเลือดพล่านอีกรอบ รัฐบาลจะแถลงนโยบายครับ แต่ฝ่ายค้านบอกว่า “ซักฟอก” ทุกเวที
เศรษฐศาสตร์น้ำมัน
ยังไม่เห็นนักการเมืองออกมาพูดเรื่องเศรษฐศาสตร์น้ำมันทั้งระบบให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ

