สาดตัวอักษรพร้อมสาดน้ำ

อยู่ยามเฝ้ากรุงเทพฯ อีกเช่นเคย!

แต่..ก็ไม่เคยเหงา กลับรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่ระหว่างวันที่ 13-15 เมษา.ของทุกปี ถนนทุกสายในเมืองหลวง-มหานครจะโล่ง-รถจะน้อย..

ไปไหน-มาไหน ขับรถสะดวกสบายไม่ต้องหงุดหงิด-อารมณ์เสีย!

 จะเสียก็แต่ หาของกินลำบากชิบเป๋ง แต่ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าได้เป็นที่ฝากท้อง พร้อมกับได้หลบแดดร้อนให้ตัวเย็นฉ่ำ!

หรือจะหลบเข้าโรงหนังก็สะดวกทั้งกาย-ใจ เพราะภายในโรงแทบจะนับหัวผู้ชมได้..ค่ายไหนเอาหนังเข้าโปรแกรมชนสงกรานต์ ต้องบอกว่า..ใจถึง พึ่งได้จริงๆ!

และนี่พูดถึงหนัง-ละคร วันก่อนเห็นมีคนแชร์ข้อความของใครก็ไม่แน่ใจ ซึ่งอ่านแล้วก็ให้รู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

 จึงเลยใคร่ขออนุญาต (ผู้เขียน) นำมาให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาดูคลายร้อน.. “เรียนผู้อำนวยการ และผู้จัดละคร สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง

ในฐานะแฟนละครส่วนใหญ่ ขอเรียนให้ทราบว่า เท่าที่ได้พูดคุยกัน พวกเราซึ่งอยู่ในวัย 45-65 ปี รวมถึงวัยเรียนและวัยทำงาน แทบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เดี๋ยวนี้ไม่อยากดูละครแล้ว!

เนื่องจากมีแต่ละครประเภทวายและจีแอล/เลสเบียน จึงอยากทราบว่าเหตุใดผู้จัดจึงต้องนำเสนอเรื่องพวกนี้ ทั้งที่คนดูส่วนใหญ่ไม่ใช่คนเหล่านั้น

ถ้าคุณต้องการตลาดของกลุ่มคนดังกล่าว ก็ไม่ควรเผยแพร่ในฟรีทีวีซึ่งเข้าถึงประชาชนทุกวัย 

พวกเราเข้าใจว่า รักร่วมเพศไม่ว่าประเภทไหนไม่ได้เป็นความผิด และน่าเห็นใจเสียด้วยซ้ำ แต่คุณต้องยอมรับว่า ถึงอย่างไร มันก็ไม่ใช่ความถูกต้องที่จะยัดเยียดให้เด็กๆ

โดยเฉพาะวัยรุ่นเสพกันจนเห็นดีเห็นงามตาม ทั้งที่บางคนไม่ได้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน แต่เมื่อเขาเห็นตัวอย่างจากดาราที่ชื่นชอบ เขาก็จะมีความคิดไขว้เขว

และเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่อินเทรนด์ สมควรเลียนแบบ ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นคนล้าสมัย

ขอได้โปรดรับทราบว่า ไม่ใช่เฉพาะแฟนละครส่วนใหญ่เท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนเกินครึ่งซึ่งคุณคงทราบแล้วว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นสังคมของผู้สูงอายุ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้

แต่ทุกคนต้องหุบปาก เพราะอีกฝ่ายเสียงดังกว่า การออกสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นก็มีหวังโดนทัวร์ลง แต่ลองถามคนเป็นพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งตัวคุณเองว่า

ถ้าเลือกได้ คุณอยากมีลูกที่เป็นชายจริงหญิงแท้ หรือรักร่วมเพศ? 

ทว่าพ่อแม่บางคนจำเป็นต้องแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือยินดีก็เพราะความรักลูก จึงไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากหากเป็นความผิดปกติของร่างกายและสมองมาแต่กำเนิด

แต่ไม่ใช่เป็นเพราะถูกยุยงหรือโน้มน้าวโดยสื่อต่างๆ จนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา จึงประพฤติตามด้วยความภาคภูมิใจโดยไม่รู้สึกผิด 

จริงอยู่ความรักระหว่างคนสองคนเป็นสิ่งงดงาม แต่ในกรณีที่มีเด็กมาเกี่ยวข้อง เช่น บางคนเอาเด็กมาอุปการะ เพราะไม่สามารถมีลูกกันเองได้ คุณเคยคิดบ้างไหมว่า

เด็กจะมีปมด้อยหรือถูกล้อเลียนแค่ไหนเวลาไปโรงเรียน และเขาคงสับสนว่าจะเรียกคนที่เป็นพ่อว่าแม่ หรือเรียกคนที่เป็นแม่ว่าพ่อดี สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อเนื่องมากมาย

คนที่น่าเห็นใจอีกกลุ่มหนึ่ง คือดาราทั้งหลายที่จำเป็นต้องรับบทเป็นพวกรักร่วมเพศ ทั้งที่ในใจเขาอาจไม่ได้มีอารมณ์ร่วมและบางคนถึงขั้นขยะแขยงเสียด้วยซ้ำ

แต่จำเป็นต้องแสดงเพื่อเงิน ชื่อเสียง และเอาใจคนดูเพียงกลุ่มเดียว นอกจากนั้น บางคนยังถูกยัดเยียดให้กลายเป็นคนเหล่านี้ในชีวิตจริง

 เพราะต้องแสดงบทรักนอกจอ หรือโฆษณา สินค้าต่างๆ ในฐานะคนที่เป็นรักร่วมเพศ...ถ้าลูกหลานของคุณโดนแบบนั้นบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร?

การที่ประเทศไทยอนุญาตให้จดทะเบียนได้ก็นับว่าเป็นความใจกว้างพอแล้ว ในขณะที่หลายประเทศยังมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับคนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้

 ดังนั้น จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพยายามทำให้ทุกคนเป็นไปกันหมด ขอให้ยอมรับว่า “ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันก็ไม่ใช่ความถูกต้องที่ควรส่งเสริมอย่างแน่นอน”

ลองเปลี่ยนแนวละครเพื่อเอาใจคนส่วนใหญ่มากกว่าคนกลุ่มเดียวดู พวกเราเชื่อว่านอกจากคุณจะมียอดวิวเพิ่มแล้ว

ผลบุญของการที่คุณเลิกมอมเมาอนาคตของชาติ จะทำให้คุณมีความสุขใจมากขึ้นอีกด้วย 

ขอแสดงความนับถือ อดีตแฟนละคร”

ครับ..สาดน้ำ-สาดตัวอักษรใส่หน้า (เจ้าของช่องทีวี) พร้อมกันเลย!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

จากนายกฯถึง ‘ล่าม’

“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

ไม่ต้องกังวล?

แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม