จากสวนหลังบ้าน...สู่เกษตรอุตสาหกรรม ชู‘เลม่อน โกลด์’ต้นแบบการพลิกวิกฤตมะนาวเพชรบุรี

ในยุคที่การแข่งขันทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณภาพของวัตถุดิบ แต่ยังรวมไปถึงการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” และ “นวัตกรรม” การปรับตัวของภาคเกษตรกรรมไทยจากรูปแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอุตสาหกรรม จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน “อาทิตย์เอกเขนก” ฉบับนี้จะพาลงพื้นที่บุกโรงงานคั้นมะนาวสดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอีกว่าเกษตรกรไทยไปไกลกว่าที่คิด!

การเดินทางครั้งนี้ร่วมทริปไปกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ภายใต้การนำของ ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เข้าเยี่ยมชม หจก.เลม่อน โกลด์ (แอล.เอ็ม.จี) โดย วิวัฒน์ พริ้งจำรัส ที่สามารถแก้ปัญหาราคามะนาวตกต่ำในพื้นที่อำเภอท่ายางได้อย่างเป็นรูปธรรม จากเดิมที่เป็นเพียงการผลิตน้ำมะนาวสดส่งร้านอาหาร ปัจจุบันได้ขยายฐานสู่การผลิตรูปแบบ OEM และส่งออกสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดกว่า 10 ตันต่อเดือน

สิ่งที่ทำให้ เลม่อน โกลด์ โดดเด่นคือ การนำแนวคิด BCG Economy มาใช้ผ่านกระบวนการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากของเหลือในกระบวนการผลิต (Zero Waste Product) โดยการนำ “เปลือกมะนาว” ที่เคยเป็นขยะเหลือทิ้งมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่าง สเปรย์บำรุงผิว และสเปรย์พ่นปาก

ความน่าตื่นเต้นของผู้ประกอบการไทยในปี 2569 คือการมุ่งสู่โครงการ Upcycling for Sustainable Lifestyle ซึ่ง เลม่อน โกลด์ มีแผนที่จะต่อยอดการนำเปลือกมะนาวมาแปรรูปเป็น “หนังเทียมจากเปลือกมะนาว” เพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นรักษ์โลก นี่คือภาพสะท้อนของการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือเกษตรกร “กลางน้ำ” คือโรงงานแปรรูป และ “ปลายน้ำ” คือผู้บริโภคที่ได้รับสินค้าพรีเมียม

จากปาก วิวัฒน์ ที่อธิบายออกมาว่า การดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทที่มีการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีดีพร้อม โดยที่ผ่านมา เลม่อน โกลด์ ได้รับการส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ รวมถึงกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เข้ามาช่วยให้ทักษะและองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากผลผลิตทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี Zero Waste Product เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

และสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ “สเปรย์มะนาวลดกลิ่นเท้า (Lemon Foot spray) โดยเพิ่มส่วนผสมของสมุนไพรที่ช่วยกำจัดกลิ่น ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถลดของเสียและเพิ่มมูลค่าได้กว่า 200% และวางแผนจำหน่ายเบื้องต้นภายในประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ยังได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร ISO22000: 2018 เพื่อเป็นการยกระดับความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวแท้แปรรูป เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 14.20% หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 720,000 บาทต่อปี

และเมื่อกลับมาดูภาพรวมของการส่งเสริมของดีพร้อมจะทำให้เห็นว่า มีการใช้เครื่องมือและแนวทางที่หลากหลาย จึงทำให้หลายบริษัทประสบความสำเร็จได้ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี “Deep Processing” มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงตั้งแต่ “ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

โดยร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในการยกระดับการจัดการวัตถุดิบให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ และตรงตามความต้องการของโรงงานแปรรูป พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดลองวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ใช้เครื่องจักรทันสมัยโดยไม่ต้องลงทุนสูงในระยะแรก ผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) และส่งเสริมการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อควบคุมมาตรฐานความสะอาด และลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ ดีพร้อมยังให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปด้วยการให้คำปรึกษา แนะนำ อบรม และพัฒนากระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน เพื่อยกระดับให้การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ “เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง” ซึ่งผลสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจน สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการได้กว่า 538 กิจการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ 41 ผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,200 ล้านบาท

การผลักดันให้สินค้าพื้นถิ่นไทยก้าวขึ้นสู่ระดับสากลไม่ใช่เพียงเรื่องของการตลาดเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานทางเทคโนโลยีและมาตรฐานที่เข้มแข็ง ซึ่ง “ดีพร้อม” และผู้ประกอบการไทยกำลังร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูทะเลราคาดี เกษตรกรเพชรบุรีจับขายได้ทุกวัน หนุนรายได้ชุมชน-เสริมความมั่นคงทางอาหาร

เกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลในจังหวัดเพชรบุรีมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาปูทะเลในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะ “ปูไข่” ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 300–700 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของปู ส่วน

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ กับภารกิจพลิกเกมศุลกากรไทย มุ่งสร้างสมดุลเศรษฐกิจควบคู่คุ้มครองสังคมภายใต้บริบทการค้าโลกเปลี่ยน

กรมศุลกากร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงการคลัง ที่มีบทบาททั้งด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารจัดการการค้าระหว่างประเทศของไทย ภายใต้ภารกิจการจัดเก็บภาษีอากรจากการนำเข้า

ยะลาอ่วม! น้ำมันไม่พอเติม ผักราคาพุ่งซ้ำช่วงถือศีลอด

จากสภาพอากาศร้อนและแล้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ทำให้ราคาพืชผักที่ อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มมีการขยับราคาผักบางชนิดเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว

ติดปีกSMEไทยส่องเบื้องหลังTropicana OilกับSME D Bankพาร์ตเนอร์ที่ช่วยสร้างความสำเร็จ!

หากพูดถึง “มะพร้าว” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นถิ่นที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาหลักสิบ และหากยิ่งย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคามะพร้าวอาจจะถูกจนน่าตกใจ

‘จิรโรจน์ ศุกลรัตน์’นำทัพสนข.ขับเคลื่อนนโยบายคมนาคม ความท้าทายบทใหม่‘ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้’

หากพูดถึง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การพัฒนาคมนาคมขนส่งในภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมระบบ ขนส่งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ

สกสว.เดินหน้าต่อยอดVR Thailandปี69 เชื่อมต่อนวัตกรรมงานวิจัยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย

หลายประเทศที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่มี “ระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem)” ที่สามารถเชื่อมโยงคนเก่ง งานวิจัย เงินทุน และภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล และมีภาครัฐที่กล้าลงทุนในระยะเริ่มต้น” ประเทศที่จะขยับจากฐานอุตสาหกรรมเดิมไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้จึงต้อง