
หากพูดถึง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การพัฒนาคมนาคมขนส่งในภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมระบบ ขนส่งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ โดยเน้นการวิเคราะห์ความเหมาะสม ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขนาดใหญ่ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลโครงการตามกรอบแผนที่กำหนด
แน่นอนว่าบทบาทของ สนข.มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การพัฒนาระบบราง การยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ และการเตรียมรับเทคโนโลยีการขนส่งสมัยใหม่ รวมถึงการผลักดันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคคมนาคมให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ล่าสุด “จิรโรจน์ ศุกลรัตน์” ผู้อำนวยการ สนข.ป้ายแดง ซึ่งเป็นผู้รับไม้สานต่อภารกิจสำคัญๆ ในห้วงเวลาที่นโยบายคมนาคมของรัฐบาลเดินหน้าอย่างเข้มข้นและเร่งด่วนมากขึ้น ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเร็วๆ นี้
จิรโรจน์ เล่าว่า เริ่มต้นการทำงานที่ สนข.มาเกือบ 5 ปี และเคยดูแลงานครึ่งหนึ่งขององค์กร ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ภารกิจวันนี้ “หนักและท้าทายกว่าเดิม” เพราะต้องมองภาพรวมทั้งหมด ขณะที่นโยบายจากกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลล้วนเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็น และมีกรอบเวลาชัดเจน “สิ่งที่เราต้องคิดคือ จะผลักดันอย่างไรให้นโยบายไปสู่การปฏิบัติได้จริง” พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลบ้าง แต่ถือเป็นแรงผลักดันให้ต้องทำให้สำเร็จ

เคยมีคำพูดคำหนึ่งบอกว่า “ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้” ตัวอย่าง เช่น ก่อนหน้านี้ที่เราเคยทำโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) แล้วทุกคนก็มองว่าจะเป็นไปได้เหรอ คือ แนวคิดนี้แทนที่เราจะบอกว่า Yes or No ทำได้หรือทำไม่ได้ คือมันต้องมีเงื่อนไขอันนี้ “ถ้าจะทำให้ได้ ต้องทำอย่างไร” คือมันต้องเปลี่ยน Mindset ว่าแทนที่จะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก คือเราต้องเปลี่ยนมุมมองว่า “ถ้าจะทำให้มันเป็นไปได้... มันมีวิธีการอย่างไร”
ทีนี้มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่เราต้องเสนอกลับขึ้นไปที่กระทรวงคมนาคมว่า ถ้าจะทำให้โครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ รัฐบาลจะต้องทำอะไร ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องไปปลดล็อกอะไรบางอย่าง เช่น การแก้กฎหมาย ให้มันทำให้ได้ แต่เราก็ต้องไปดูว่าการแก้กฎหมายนั้นมันต้องทำได้จริงๆ ไม่ใช่ไปทำกฎหมายที่มันเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง
หลักการทำงาน ไม่มีนโยบายส่วนตัว แต่มี “วิธีทำงาน” ในฐานะหน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงคมนาคม สนข.รับนโยบายมาจากกระทรวง สิ่งที่ทำได้คือ “กำหนดวิธีทำงาน” ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้วางกรอบการทำงานไว้ 2 แนวทางหลัก คือ SMART Planning และ SMART OTP เพราะว่า งานหลักของ สนข.คืองานทำแผน แล้วก็ต้องนำแผนไปให้หน่วยงานนำไปสู่การปฏิบัติ

ในฐานะหน่วยงานจัดทำแผนและติดตามประเมินผล แผนจาก สนข.ต้อง “SMART” ครบทุกมิติ ได้แก่ S–Specific ต้องชัดเจน ทำไปเพื่ออะไร, M–Measurable วัดผลได้ มี KPI ชัด เมื่อทำเสร็จแล้วได้อะไร, A–Achievable ทำได้จริง ไม่ใช่แผนลอยๆ, R–Relevant: สอดคล้องกันทั้งระบบ ร้อยเรียงเป็นภาพเดียว และ T–Time-bound มีกรอบเวลาชัด เช่น เริ่มปี 2569 เสร็จปี 2572
ควบคู่กับแผนงานภายนอก เขาวางแนวคิดพัฒนาองค์กรภายในผ่าน “SMART OTP” ประกอบด้วย S–Speedy ต้องเร็ว โลกยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและเทคโนโลยี, M–Multitask เปิด Comfort Zone ลองทำหลายอย่างพร้อมกัน ค้นพบศักยภาพใหม่, A–Accountable ทุกงานต้องมีที่มา ตรวจสอบได้ ไม่ใช่งานยกเมฆ, R–Responsive ตอบสนองรวดเร็ว ไม่ปล่อยงานค้างหรือหายเงียบ และ T–Teamwork ทำงานแบบบูรณาการ ไม่เป็น Silo เชื่อมโยงข้ามสำนัก

จิรโรจน์ เล่าว่า ความท้าทายในปัจจุบันและอนาคต งานของ สนข.เป็นงานที่รับตรงจากกระทรวง ทำให้นโยบายจำนวนมากมาในลักษณะ “เร่งด่วน” ขณะเดียวกันไทยกำลังถูกจับตามองจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม เช่น การลดก๊าซเรือนกระจกและ Decarbonization เป้าหมายปี 2030 ต้องลดการปล่อยก๊าซลง 30–40% ขณะที่ปัจจุบันทำได้ราว 8% เท่านั้น นั่นหมายความว่า 5 ปีข้างหน้าต้องเร่งกระบวนการอย่างมาก
“คิดแผนอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกลไกผลักดันให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติจริง มองว่าความร่วมมือระหว่าง สนข.กับกระทรวงคมนาคมต้องแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกด้านคือเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโดรนขนส่งสินค้า และในอนาคตอันใกล้โดรนขนส่งคน รวมถึงพลังงานทางเลือกใหม่ๆ ที่อาจเปลี่ยนสมการจากรถ EV ไปสู่รูปแบบอื่น เราไม่รู้ว่าเทคโนโลยีวันนี้จะเป็นคำตอบระยะยาวหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ ต้องปรับตัวให้ทัน”
บุคลากรทุกคนถือเป็นส่วนสำคัญในองค์กร อยากขอฝากไว้ว่า “อย่าท้อครับ” ในเรื่องของการบริหาร การดูแลพวกเรา เดี๋ยวทางผู้บริหารก็จะช่วยดูแล ก็คือ ถามว่าทำงานหนักไปจะมีคนเห็นไหม ก็มีครับ ซึ่งคนทำงานก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีครับ และที่สำคัญในเรื่องของความเป็นอยู่ใน สนข. เราก็จะดูแลอย่างดีที่สุด ให้มีความยุติธรรมและขอให้ชาว สนข.ออกกำลังกายทุกวัน คือ ถ้าเราทำทุกวัน ให้ติดเป็นนิสัย ภายในระยะเวลา 2 เดือน ก็น่าจะช่วยให้คนเราเปลี่ยนพฤติกรรมได้

ในช่วงท้าย จิรโรจน์ ย้ำบทบาทของ สนข.ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางคมนาคมของประเทศ แม้อาจไม่ใช่หน่วยงานที่คนภายนอกเห็นภาพชัด แต่ทุกคนคือส่วนหนึ่งของการพาประเทศเดินหน้า “ทำงานหนัก มีคนเห็น และจะได้รับผลตอบแทนที่ดี” พร้อมยืนยันจะดูแลความเป็นอยู่และความยุติธรรมภายในองค์กรอย่างดีที่สุด เพราะในวันที่โจทย์คมนาคมซับซ้อนขึ้น โลกหมุนเร็วขึ้น และเป้าหมายสิ่งแวดล้อมบีบกรอบเวลา การมีทั้งแผนที่ SMART และคนทำงานที่แข็งแรงคือฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
40ปีEMSส่งด่วนออริจินัล จากยุคจดหมายสู่เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ
บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (Domestic Express Mail Service) หรือที่เรียกกันติดปากว่า EMS เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529
พลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ‘โซลาร์สูบน้ำ’ปลดล็อกเกษตรกรพึ่งตนเองแบบยั่งยืน
เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7
‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ดันไทยสู่ Film Hub โลก ปักหมุดโชว์พลังซอฟต์พาวเวอร์กลางคานส์ 2026
บรรยากาศริมชายหาดเมืองคานส์ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ ประเทศไทย ยังคงปักหมุดยืนเด่นบนเวทีภาพยนตร์โลกอีกครั้ง ผ่านคูหา “Thailand Pavilion” ภายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการประกาศให้โลกเห็นว่า
ถอดรหัส 30 ปี ‘โฮมโปร’ ครองใจทุกเจเนอเรชัน เปลี่ยนบทบาทตัวเองสู่ ‘Home Lifetime Companion’
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่แบรนด์หนึ่งจะยืนหยัดและเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
อนันต์กร อมรวาที ยกระดับรับสร้างบ้าน ไว้วางใจและคุณภาพที่ตรวจสอบได้กลยุทธ์มัดใจลูกค้า
การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน
‘GLO’เดินเครื่องศึกษาโมเดลสลากญี่ปุ่น ลุ้นปั้นเกมใหม่‘ลอตโต้-หวยขูด’เพิ่มทางเลือก/ชูL6-N3แก้ใต้ดิน
ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มแสวงหา ความตื่นเต้น ความท้าทาย และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ‘สลากกินแบ่ง’ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนความต้องการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

