เปิดปฏิบัติการ 'เผยเงาเหนือ' ทลายแก๊งสวมสิทธิ เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน

‘บิ๊กราญ’ สั่งการ ‘พล.ต.ท.นพศิลป์- น.1’ สนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ ‘เผยเงาเหนือ’ แกะรอย 4 ตัวละครสำคัญ โยงสวมสิทธิ – บัตรหัว 0 – หมายแดง เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน

9 ต.ค. 2569 – พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธีระ ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล และกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. , ปปง. ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือก่อนขยายผลสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร
.
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจและกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ขยายผลปราบปรามการทุจริตทะเบียนราษฎรตรวจสอบเครือข่ายสวมสิทธิและใช้เอกสารประจำตัวโดยมิชอบในพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบความเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้จัดหาเอกสาร ผู้รับรอง เจ้าบ้าน นายหน้า ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐ พบผู้เกี่ยวข้องรวม 36 ราย ศาลออกหมายจับ 15 หมาย และหมายค้น 7 หมาย สามารถจับกุมได้แล้ว 24 ราย แบ่งเป็นจับตามหมาย 5 ราย และจับซึ่งหน้า 19 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 3 ราย คนไทย 2 ราย และชาวเมียนมา 19 ราย โดยจากการขยายผลพบ 4 เป้าหมายสำคัญที่มีพฤติการณ์แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกับการได้มาซึ่งสถานะบุคคล เอกสารประจำตัวไทย และการใช้สิทธิต่าง ๆ ในประเทศไทย
.
รายแรก นายอี้หลง แซ่จาง หรือ “อาหลง” ถือบัตรประชาชนไทยเลขขึ้นต้นด้วย 5 มีการเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนราษฎรในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยสืบสวนขยายจากเด็กชายชาวไทยเตรียมเดินทางไปประเทศจีนกับนายอี้หลงและหญิงสาวชาวจีน แต่ชื่อบิดาในเอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก่อนผลตรวจ DNA ระบุว่านายอี้หลงเป็นบิดาที่แท้จริง จึงขยายผลตรวจสอบผู้รับรอง การเพิ่มชื่อ และที่มาของบัตร ซึ่งพบว่ามีการทุจริตทางทะเบียนราษฎร เพื่อสร้างตัวตนในประเทศไทยในการประกอบธุรกิจ
.
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นมีเงินหมุนเวียนในบัญชีนายอี้หลงและภรรยารวมประมาณ 581 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินทั้งบ้าน ที่ดิน และรถหรู รวมมูลค่าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกว่า 312 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงกับบริษัท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย
.
รายที่สอง นายหลวง ยี่หลง หรือ SAI LONE AYE ชาวเมียนมา ถือบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรหัว 0” หลังเข้ามาอยู่ในไทยและเคยบวชเป็นพระในพื้นที่ อ.แม่สาย ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำบัตรโดยอ้างว่าเป็นบุคคลชายขอบ
.
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในรถที่กำลังจะออกจากไทยไปเมียนมา โดยไม่ดำเนินพิธีการตามกฎหมาย การสืบสวนจึงขยายไปถึงเส้นทางเงิน ที่มาของบัตร ผู้รับรอง และวัดที่เคยพำนัก ก่อนพบพระและสามเณรต่างด้าวอีกหลายรายมีปัญหาด้านสถานะเข้าเมือง และจับกุมได้ 20 ราย รวมเจ้าอาวาส
.
รายที่สาม นาย LI ZHIJUN หรือ “จิน ไทยลื้อ” ชาวจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายแดง INTERPOL จากคดีรับเงินฝากโดยผิดกฎหมายในจีน มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านหยวน หรือราว 15,000 ล้านบาท มีผู้เสียหายกว่า 3,000 ราย
.
การตรวจสอบพบว่า นาย LI ZHIJUN มี “บัตรหัว 0” และมีชื่ออยู่ในทะเบียนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปยังนายหน้า เจ้าบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ที่มีส่วนช่วยจัดทำเอกสาร นอกจากนี้ยังพบคนต่างด้าวอีก 7 รายใช้ที่อยู่ทางทะเบียนเดียวกัน ขณะที่นาย LI ZHIJUN ปัจจุบันอยู่ระหว่างรับโทษในไทย และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนเนรเทศและดำเนินการตามหมายแดงต่อไป
.
รายที่สี่ นายฐกร เซ่งกัวร์ หรือ GUO YU ชาวจีน ซึ่งข้อมูลการสืบสวนเชื่อมโยงกับบุคคลตามหมายจับของทางการจีนในคดีรับเงินฝากโดยผิดกฎหมาย พบว่าเคยยื่นคำร้องเข้าสู่ระบบทะเบียนบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ อ.เวียงแก่น ก่อนต่อมาจะมีบัตรประชาชนไทยเลขขึ้นต้นด้วย 8 และเปลี่ยนชื่อเป็น “ฐกร”

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ บริษัท และประวัติเดินทางออกนอกประเทศโดยใช้หนังสือเดินทางไทย จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการได้มาซึ่งสถานะบุคคล เอกสาร และสิทธิต่าง ๆ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมถึงติดตามตัวเพื่อดำเนินการตามหมายที่เกี่ยวข้อง
.
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวต่อว่า ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากหลายคดีทุจริตทะเบียนราษฎรที่ตำรวจและกรมการปกครองดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง 4 คดี สะท้อนรูปแบบการทุจริตทางทะเบียนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ ตั้งแต่ การเพิ่มชื่อในทะเบียน การทำบัตรหัว 0 หรือบัตรประชาชนไทย การใช้ผู้รับรองหรือนายหน้า ไปจนถึงการใช้สถานะที่ได้มาเพื่อถือครองทรัพย์สิน ทำธุรกิจ เดินทาง หรือหลบซ่อนจากคดีในต่างประเทศ เพื่อปิดช่องไม่ให้คนต่างด้าวใช้ระบบทะเบียนไทยเป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิของอาชญากรรมข้ามชาติ
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการร่วมกับกรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลตรวจสอบขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียนอย่างต่อเนื่องพร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องไม่ละเว้นตามพยานหลักฐาน เพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียน ความมั่นคงของประเทศ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง! ตำรวจไซเบอร์-ดีอี-ป.ป.ง. ประสานเสียง 'ไม่มีข้อมูล' ปมสินบน 40 ล้าน เชื่อมโยงคดีจับ 6 เว็บพนัน

'โรม' เผย กมธ.กฎหมายฯ ลุย สอบต่อปมสินบน 40 ล้านบาท–เว็บพนัน แม้ไร้เงา 'สส.ไอเดียร์-สามี' เข้าชี้แจง จี้ ตำรวจไซเบอร์เร่งเช็กเส้นทางการเงิน จ่อขยายผลยึดทรัพย์ ยัน พร้อมหาเวลานัด 'สุชาดา' เข้าชี้แจง กมธ.อีกครั้ง

'บิ๊กราญ' สั่งล่าแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนโยงคดีสลด 3 ศพ!

ผบ.ตร.สั่งเร่งจับกุมแก๊งแอปเงินกู้เถื่อน โยงคดีสลดแม่-ลูกเสียชีวิตย่านปทุมธานี เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินก่อนได้รับเงินกู้

หวานเจี๊ยบ! อดีตตำรวจดัง ยก 'ผบ.ราญ' แบ่งงาน รองผบ.ตร. สมบูรณ์สุดในประวัติศาสตร์ตำรวจไทย

นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย อดีต อดีตตำรวจคนดัง มั่นใจ 'ผบ.สำราญ' แบ่งงาน รองผบ.ตร. มีประสิทธิภาพสุด

'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตม.ล่าข้ามแดน รวบหนุ่มเมียนมาค้ายาหนีซุกไทย อยู่คอนโดหรูพระราม9

‘พล.ต.ท.นพศิลป์’ สั่งการตม.ล่าข้ามแดน รวบผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญเมียนมา ซุกคอนโดหรูพระราม 9 ยึดทรัพย์กว่า 10 ล้าน

'พล.ต.ท.นพศิลป์' ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ จับหนุ่มจีนหัวหน้าแก๊งค้ายา

'พล.ต.ท.นพศิลป์' ผบช.สตม.คนใหม่ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ รวบหนุ่มแดนมังกรหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด พบเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท