ตำรวจปส.เปิดยุทธการ 'สยบไพรีพินาศEP.2' ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้า 13.4 ล้านเม็ด

บช.ปส. เปิดยุทธการ ‘สยบไพรีพินาศ EP.2’ ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 13.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 280 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหา 5 ราย เร่งขยายผลถึงตัวการ

12  ต.ค.2569-ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ,พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบช.ปส, พล.ต.ต.เศกสิทธิ์  สุภาอ้วน ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส., พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. และ พล.ต.ต.วิโรจน์ สีน้ำเงิน ผบก.ประจำ บช.ปส. ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของ บช.ปส. จำนวน 4 คดี ดังนี้

คดีที่ 1  พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิลลา ผกก.2 บก.สกส.บช.ปส.จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้ จำนวน 2 ราย 1. นายสาคร อายุ 39 ปี  สัญชาติไทย และ 2. นายปลามณรงค์ อายุ 26 ปี  ที่บริเวณแยกโชว์รูม ริมถนน หมายเลข 2436 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยของกลาง  ยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด ,รถยนต์ ชฮ 81XX กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นยานพาหนะขนยาเสพติด และ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

 พฤติการณ์ บก.ขส.บช.ปส. สืบสวนขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจนพบเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจาก จว.อุบลราชธานี เข้าสู่ จว.ลพบุรี โดยใช้รถยนต์ 2 คันเป็นรถนำทางและรถขนยาเสพติด กระทั่งวันที่ 9 ต.ค.69 สนธิกำลังร่วมกับ บก.สกส.บช.ปส. ติดตามจับกุมรถเป้าหมายได้ในพื้นที่ อ.พุทไธสง จว.บุรีรัมย์ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ

คดีที่ 2  พ.ต.อ.วสุ เชื่อพุทธ ผกก.1 บก.ปส.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม นายวรพล อายุ 29 ปี  และ นายปรเมศวร์ อายุ 19 ปี  ที่บริเวณปั้มน้ำมัน สาขาสุวรรณภูมิ(ร้อยเอ็ด) เลขที่ 625 หมู่ 5 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 280 กก. รถยนต์ 2 คัน  หลังจากเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปส.3 สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระทั่งวันที่ 10 ต.ค.69 เวลา 09.30 น. ตรวจค้นรถยนต์มิตซูบิชิ แอคทราส จว.ร้อยเอ็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมตรวจยึดไอซ์ 280 กิโลกรัม ก่อนขยายผลตรวจยึดรถยนต์โตโยต้า ยาริส อีก 1 คัน และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 3 พ.ต.ท.ทรงพล อาวพิทักษ์ รอง ผกก.2 บก.ปส.3 พร้อมเจ้าหน้าทีร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 4.4 ล้านเม็ด ที่บริเวณป่าละเมาะ ทางเข้าหมู่บ้านพนาสวรรค์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย  ตรวจยึดรถยนต์กระบะ 1 คัน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผบ 9XX เชียงราย (บรรทุกยาเสพติด) หลังจากที่ กก.2 บก.ปส.3 สืบสวนติดตามเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจาก อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ จว.เชียงราย กระทั่งวันที่ 10 ต.ค.69 เวลา 21.00 น. ติดตามรถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผบ 9XX เชียงราย ถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้านพนาสวรรค์ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบชายต้องสงสัยหลบหนีเข้าป่า ตรวจค้นรถพบยาบ้า 27 กระสอบ ประมาณ 4.4 ล้านเม็ด จึงตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีและขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ

คดีที่ 4  พ.ต.อ.จีรภัทร  พฤฑฒิกุล ผกก.3 บก.ปส.2 จับกุม นายณัฐมน  อายุ 34 ปี  ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่  ม.7 ต.ท่าแร่ อ.เมือง จว.สกลนคร พร้อมด้วยขิงกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด  รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชณ 25XX กทม. จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

พฤติการณ์ กก.3 บก.ปส.2  สืบสวนขยายผลจากการจับกุมยาบ้า 5 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 25 ส.ค.69 กระทั่งวันที่ 11 ต.ค.69 เวลา 07.30 น. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมยาบ้า 12 กระสอบ ประมาณ 5 ล้านเม็ด รถกระบะ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยนำยามาพักคอยไว้ในบ้านเช่า ต.ท่าแร่ อ.เมือง จว.สกลนคร เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท ลำเลียงยาเสพติดปลายทาง จว.สระบุรี โดยทราบชื่อผู้สั่งการอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลดำเนินคดี

พล.ต.ท.ภูมินทร์ กล่าวว่า การปฏิบัติการยุทธการ สยบไพรีพินาศ EP.2 เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และ ตร. ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยยึดถือ “ปราบยาเสพติดให้สิ้น แผ่นดินต้องปลอดภัย” เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจ มุ่งมั่นสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน ตัดวงจรการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน รวมถึงแหล่งพักยาเสพติดรายสำคัญ เพื่อไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

ผลการปฏิบัติการทั้ง 4 คดี สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 13.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 280 กิโลกรัม และยาอี 980 เม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้หลายราย ถือเป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่และตัดวงจรการลำเลียงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะไม่หยุดเพียงการจับกุมผู้ลำเลียง แต่จะเร่งสืบสวนขยายผลจากพยานหลักฐานที่ตรวจพบ เพื่อสาวไปให้ถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผู้กระทำผิดทุกรายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

“ภารกิจปราบปรามยาเสพติดไม่ใช่เพียงการจับกุมและตรวจยึดของกลาง แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ภายใต้แนวคิด “ปราบยาเสพติดให้สิ้น แผ่นดินต้องปลอดภัย” เพื่อมุ่งลดปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ตัดวงจรเครือข่ายค้ายารายใหญ่ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กราญ' กำชับ 'นครบาล-สันติบาล' เฝ้าระวังมือที่สาม พร้อมรับมือเหตุป่วนประชุม ธนาคารโลก-IMF

ผบ.ตร. ยืนยันความพร้อมเต็มกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจร การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

‘บิ๊กราญ’นำ ทัพ! บุกทลายจีนเทา

“บิ๊กราญ” นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวกลางกรุง เฟส 8 เจาะ 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด บุกรวบผู้ต้องหา หมายแดง-INTERPOL-Scammer ที่ทางการจีนต้องการตัว มูลค่าทรัพย์สินกว่า 6,000 ล้าน

ผบ.ตร. ห้ามจราจรสวมไอ้โม่ง ร้อนจัดงดตั้งด่าน ขู่ย้าย ผกก.ใน 24 ชม. หากพบบ่อน-ค้ามนุษย์

“บิ๊กราญ” สั่งตำรวจจราจรเลิกสวมหมวกไอ้โม่งปิดหน้า หากกลัวมลพิษให้ใช้หน้ากากอนามัยสีขาวแทน อากาศร้อนจัดงดตั้งด่าน เน้นตักเ

เปิดปฏิบัติการ 'เผยเงาเหนือ' ทลายแก๊งสวมสิทธิ เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน

'บิ๊กราญ' สั่งการ 'พล.ต.ท.นพศิลป์- น.1' สนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ 'เผยเงาเหนือ' แกะรอย 4 ตัวละครสำคัญ โยงสวมสิทธิ - บัตรหัว 0 - หมายแดง เงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน