‘บอร์ดดีเอสไอ’ นัดเคาะรับ ‘แตงโม’ ตกเรือเสียชีวิต เป็นคดีพิเศษหรือไม่ กลางเม.ย.นี้

ดีเอสไอ เตรียมประชุมบอร์ดรับคดีแตงโมเป็นคดีพิเศษหรือไม่​ ชี้หากตร.สรุปสำนวนให้อัยการ​ จะไม่สามารถดำเนินการต่อได้​ เว้นแต่มีความเห็นสั่งสอบเพิ่มเติม

28 มี.ค.2565-ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไตรยฤทธ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีดีเอสไอ , พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษและรองโฆษกดีเอสไอ , ผศ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม , พล.ต.ต. สุพิไชย  ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บัญชาการสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , อ.นพ.ทศนัย พิพัฒน์โชติธรรม คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมแถลงแนวทางวางแผนการสืบสวนสอบสวน กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีรพงศ์ หรือแตงโม เนื่องจากน.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา มายื่นพิจารณาให้รับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายไตรยฤทธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาให้ดีเอสไอตรวจสอบพยานหลักฐานข้อเท็จจริง เพราะคดีมีความซับซ้อน อาจมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน หรือเบี่ยงเบนการชันสูตรการเสียชีวิต ทั้งที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่นชัดนั้น ซึ่งตามกฎหมายประชาชนทั่วไป นิติบุคคล สามารถร้องเรียนได้ โดย ดีเอสไอ มีคำสั่งให้ตั้งเป็นเลขสืบสวน มอบหมาย พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐาน เสนอเข้าคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา

“การประชุมครั้งแรกในวันนี้ ดีเอสไอ เชิญผู้แทนแพทย์จาก 2 หน่วยงาน ซึ่งเป็นผู้เริ่มผ่าศพครั้งแรกและครั้งที่สองมาให้ข้อเท็จจริง เป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาเพื่อประกอบสำนวน คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือน เม.ย.นี้ ก่อนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ สรุปว่ารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่”

นายไตรยฤทธ์ กล่าวว่า ในส่วนกรณีนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม ไม่ต้องการให้เป็นคดีพิเศษนั้น แต่หากเป็นคดีอาญาแผ่นดินต้องพิจารณาตามขั้นตอนเพราะอาจเข้า 5 เงื่อนไข เช่น คดีมีความซับซ้อน , เป็นที่สนใจของสังคม , กระทบต่อความมั่นคง , เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ เกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ในความรับผิดชอบตำรวจหากสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องอัยการไปก่อน ดีเอสไอ จะไม่สามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อได้ แต่เมื่ออัยการมีความเห็นสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ดีเอสไอ จึงสามารถรับมาพิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไปได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่