โอละพ่อ! ตร.ไซเบอร์ ยันสายชาร์จดูดเงินไม่มีจริง ที่แท้ติดตั้งแอปฯหาคู่เถื่อน

18 ม.ค.2566 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณี มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บช.สอท. ว่าถูกมิจฉาชีพแฮ็กบัญชีธนาคารในโทรศัพท์มือถือแล้วโอนเงินออกไปจนหมดบัญชี โดยผู้เสียหายคาดว่าเกิดจากการใช้ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ

กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) ได้ซักถามผู้เสียหาย และทำการตรวจสอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายพบว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพสร้างกลอุบายหลอกลวงให้กดลิงก์ ดาวน์โหลด หรือติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปพลิเคชันที่มีไว้สำหรับการหาคู่, แอปพลิเคชันดูไลฟ์สด ดูภาพลามกอนาจาร และแอปพลิเคชันพูดคุยยอดนิยม เช่น Viber, Sweet meet, Bumble, Snapchat, Kakao Talk และ Flower Dating เป็นต้น โดยเมื่อติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าวจะขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (permission) หลายรายการ ทำให้มิจฉาชีพสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ามา และควบคุมหน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อเมื่อใดก็ได้ โดยจะทิ้งระยะเวลาให้เหยื่อตายใจ

“ระหว่างนี้มิจฉาชีพจะสังเกตพฤติกรรมของเหยื่อ เช่น ใช้ธนาคารใด มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ และจดจำรหัสผ่านจากที่เหยื่อกดเข้าระบบของแอปพลิเคชันธนาคาร กระทั่งเวลาผ่านไปจนเหยื่อเผลอ เมื่อได้โอกาสมิจฉาชีพจะเชื่อมต่อแล้วโอนเงินออกจากบัญชีไป นอกจากนี้แล้วยังพบการเข้าถึงเว็บไซต์อันตรายหลายรายการอีกด้วย ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องการใช้สายชาร์จโทรศัพท์ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันมิจฉาชีพมักแสวงหาวิธีการใหม่ๆ หรือนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน เพิ่มความซับซ้อน และเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ทำให้ยังมีประชาชนหลายรายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงในลักษณะนี้มิจฉาชีพจะไม่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ แต่จะใช้ความสมัครใจของเหยื่อในการติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันดังกล่าวแทน เพราะฉะนั้นการใช้งาน การเข้าถึงบริการบนสื่อสังคมออนไลน์ ต้องรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ มีสติ ระมัดระวังอยู่เสมอ รวมไปถึงการแจ้งเตือนไปยังคนใกล้ชิด หรือผู้อื่น เพื่อลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกัน ดังต่อไปนี้1.ไม่กดลิงก์ที่เเนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือกดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์ของมิจฉาชีพ 2.ไม่ดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรมที่รู้จักก็ตาม โดยหากต้องการใช้งานขอให้ทำการติดตั้งผ่าน App Store หรือ Play Store เท่านั้น 3.ระมัดระวังแอปพลิเคชันที่ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลอัลบั้มรูปภาพ, ไมโครโฟน, ตำแหน่งที่ตั้ง, หมายเลขโทรศัพท์, รายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น

4.หากท่านตกเป็นเหยื่อ เผลอติดตั้งแอปพลิเคชันแล้ว ให้รีบเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) เพื่อตัดสัญญาณไม่ให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ รวมถึงถอดซิมโทรศัพท์ออก จากนั้นเข้าไปติดต่อกับศูนย์บริการโทรศัพท์ที่ท่านใช้งานอยู่5.ไม่ใช้อุปกรณ์ใดๆ ในจุดให้บริการสาธารณะ หรือจากคนแปลกหน้า6.ไม่ควรอนุญาตให้เว็บไซต์ หรือเบราว์เซอร์ (web browser) จดจำรหัสผ่านส่วนตัว หรืออนุญาตให้เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ 7.ไม่ควรใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ แล้วเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่มีความเป็นส่วนตัว เช่น อีเมล, ธุรกรรมทางการเงิน, การเทรดหุ้น เป็นต้น 8.ไม่ควรเข้าใช้เว็บไซต์ที่ไม่มีความปลอดภัย เช่น เว็บพนัน, เว็บลามกอนาจาร รวมถึงการแอดไลน์ด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัชต์พงศ์' อ้างเป็นแค่คนเล่น ตร.ยันหลักฐานชัด รวยผิดปกติ เป็นเจ้าของเว็บพนันตั้งแต่ปี 65

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ตำรวจไซเบอร์จับกุมนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อายุ 32 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน อ.แม่สอด จ.ตาก ข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา

รวบแก๊งกรรโชกทรัพย์ ลวงหนุ่มใหญ่ผ่านแอปหาคู่ รีดเงินล้านเหยื่อมีเพศสัมพันธ์กับ ด.ญ. 14 ปี

ตำรวจค้ามนุษย์จับแม่-พ่อเลี้ยงพาลูกสาววัย 14 ลวงหนุ่มใหญ่ทางแอปฯหาคู่ เสร็จกิจ กรรโชกทรัพย์แลกไม่ดำเนินคดี พบเหยื่อสูญเงินกว่า 8 ล้าน

เปิดพฤติการณ์ 'รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ' ผู้สมัครพรรคประชาชน เอี่ยวเว็บพนัน nakarin789

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 และ บก.สอท.4 ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค.69 1 รายคือ นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อายุ 32 ปี อาศัยอยู่บ้านเขตบึงกุ่ม กทม.

รวบ 2 วัยรุ่นรับจ้างจีนเทาขนเครื่อง FBS ขับรถตระเวนส่ง SMS ปลอม แนบลิงก์หลอกดูดเงิน

ตำรวจ  บก.สอท.3 ร่วมกันแถลงผลเปิดปฏิบัติการ OPERATION PINKLAO รวบ 2 วัยรุ่นไทย ขนเครื่อง FBS ขับรถทั่วกรุง ตระเวนส่ง SMS ปลอม แนบลิงก์หลอกดูดเงิน

'อัยการดาว' เปิดใจยื่นสอบตร.ไซเบอร์ พบพิรุธคดีแก๊งคอลฯหลอกแม่สูญเงิน 7 แสน

เปิดใจอัยการดาวเหตุยื่นสอบตร.ไซเบอร์ หลังพบพิรุธ ประสานบริษัทปุ๋ยที่มีเส้นเงินเเก็งเเฮรี่เข้าบัญชี แต่มีคนประสานเคลียร์คืนเงินอ้างไม่รู้ ตร จัดสอบเป็นพยาน แนวโน้มอาจสอบพยานทุกแถวตลอดสาย เริ่มถอดใจ ประเทศชาติไม่ใช่ของเราคนเดียว

'อัยการดาว' ร้องสอบตร.ไซเบอร์ จับแต่ปลาซิว ปล่อยตัวการใหญ่ลอยนวล คดีแก๊งคอลฯหลอกแม่สูญ 7 แสน

น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคดียาเสพติด หรือ “อัยการดาว” อัยการมือทำคดีเเตงโม ดาราสาวชื่อดังตกเรือเสียชีวิต เมื่อครั้งนั่งตำเเหน่งอัยการจังหวัดนนทบุรี ได้รับมอบอำนาจจากมารดา ผู้เสียหาย ในคดีโรแมนซ์สแกมถูกหลอกเงิน 7.6 เเสนบาทได้ยื่นหนังสือ ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบว่าพนักงานสอบสวน บช.สอท ทำสำนวนการสอบสวนส่อไปในทางช่วยเหลือกลุ่มที่รับเอาเงินหรือประโยชน์ที่ได้จากมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา