'บิ๊กโจ๊ก' เอาจริง! สัปดาห์นี้เตรียมแจ้งข้อหา ตม. 110 นาย

เริ่มแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจ ตม.110 นาย เอื้อออกวีซ่าให้ทุนจีนสีเทาภายในสัปดาห์นี้ ยันมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน

15 ก.พ.2566 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) 110 คน ที่ออกวีซ่าให้ทุนจีนสีเทาเข้ามาอยู่ในประเทศโดยผิดกฎหมายว่า ได้ประชุมสรุปผลการสอบสวนและสืบสวนแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาจะเริ่มภายในสัปดาห์นี้ จะเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด หลังแจ้งข้อหาจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่ตำรวจ ตม.ที่จะตกเป็นผู้ต้องหาได้ยื่นขอความเป็นธรรมกับจเรตำรวจโดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรมและคณะพนักงานสอบสวนคณะที่ทำคดีอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เรื่องที่ตำรวจ ตม.ร้องเรียนเป็นคนแจ้งให้ ผบ.ตร.ทราบเอง และให้ ผบ.ตร.สั่งสอบเลย เพราะการทำงานยิ่งมีการตรวจสอบก็ยิ่งดี ถ้ามีการตรวจสอบแล้วเขายิ่งชี้ได้ว่าการสืบสวนสอบสวนของเราถูกต้องยิ่งเป็นตราประทับ ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้องลูกน้องและตนเองก็ต้องรับสภาพ วันนี้การทำงานแบบนี้ดี การทำงานต้องคิดแบบใหม่ เมื่อเราจะไปจับใครสักคน การจับกุมของตำรวจจะเอาแต่ไปจับคนไม่มีโอกาสสู้ไม่ได้ การดำเนินคดีตำรวจด้วยกันเขาก็ต้องรู้กฎหมาย จึงได้แจ้งให้ ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบจะได้รู้ว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนเราเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือเปล่า

“การใช้สิทธิ์ร้องเรียนทุกคนสามารถใช้สิทธิป้องกันตัวได้เราไม่ว่ากัน การทำงานแบบนี้เมื่อไปจับแบบนี้ทุกคนมีผู้บังคับบัญชา มีญาติพี่น้องอาจจะถูกใจคนบ้างไม่ถูกใจคนบ้างต้องยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่งั้นจะแยกแยะไม่ออกอันไหนคือผิดอันไหนคือถูก”

สอบถามว่า ถ้าการสอบสวนโดยไม่ชอบต้องยกเลิกทั้งหมดเลยหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ถ้าการสืบสวนสอบสวนโดยไม่ชอบ ก็ไม่มีอำนาจทำ ไม่มีสิทธิ์เอาตัวเขาไปลงโทษไม่ได้ต้องยกเลิกทั้งหมด ถ้าเราทำไม่ถูกต้องก็ต้องถูกดำเนินคดี ถึงเรียนว่าเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยมีใครอยากทำ เพราะทำแล้วเจ็บตัว แต่เราในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ตร.เมื่อลูกน้องผิดต้องทำโทษ ลูกน้องดีต้องส่งเสริมไม่งั้นสังคมจะแย่ลง

ถามย้ำว่ามีอำนาจสอบสวนใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า มีคำสั่งที่ ผบ.ตร.มอบหมายอยู่แล้ว เรามีอำนาจสอบสวนไม่อย่างนั้นไปสอบสวนเขาไม่ได้ อาจสอบสวนมาจากที่ ผบ.ตร.มอบ แต่เพียงเขาไม่รู้ว่าคำสั่งไหนที่ ผบ.ตร.มอบ การทำงานต้องยึดหลักกฎหมาย ยึดหลักอำนาจเป็นหลัก ต้องมีฐานของอำนาจก่อน ถ้าไม่มีฐานไปสอบเขาไม่ได้

“รอง ผบ.ตร.ทุกคนไม่มีอำนาจสอบสวน ถ้า ผบ.ตร.ไม่มอบ เพราะ ผบ.ตร.คือหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร ถ้า ผบ.ตร.ไม่มอบทำไม่ได้ โดยตัวผมเองทำได้แค่สืบสวนแต่ชุดทำงานที่ ผบ.ตร.มีคำสั่งมอบจะมีอำนาจในการสอบสวน เพราะฉะนั้นเรามีอำนาจสอบ อยู่ดีๆจะไปสอบใครไม่ได้ สมัย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็น ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกว่า 30 คดี สมัยเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และได้สะสางออกไปเกือบหมดแล้ว”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า ตำรวจที่ร้องเรียนมาจะไม่มีการดำเนินคดีกลับ การร้องเรียนเป็นสิทธิ์ของเขาสามารถใช้สิทธิ์ได้ ยอมรับต่อการตรวจสอบ ยิ่งตรวจสอบเยอะยิ่งดีสังคมจะได้มั่นใจเป็นตราประทับ จะได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เขาก็สามารถตรวจ รอง ผบ.ตร.ได้ ถ้าตรวจสอบแล้วถูกต้องลูกน้องยิ่งทำงานสบาย ที่ใช้ลูกน้องทำก็มั่นใจในฐานอำนาจโดยมีอัยการเป็นที่ปรึกษา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คดีสินบนทองคำ 90 วันรู้ผล เอกวิทย์อยู่ต่อ-ร่วง?

กลายเป็นคดีสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามองขึ้นมาทันที หลัง “ประธานศาลฎีกา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ออกคำสั่งประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่ส่วนอิสระ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีเรื่องร้องเรียนว่า “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)” มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่-ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'

จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน