กลายเป็นคดีสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามองขึ้นมาทันที หลัง “ประธานศาลฎีกา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ออกคำสั่งประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่ส่วนอิสระ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีเรื่องร้องเรียนว่า “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)” มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่-ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
หลังก่อนหน้านี้มีการไปยื่นเรื่องให้ สว.เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา เพื่อให้เอาผิดนายเอกวิทย์ ด้วยข้อกล่าวหารับสินบนทองคำหนัก 246 บาทจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” เพื่อให้ช่วยคดีเว็บพนันออนไลน์ที่อยู่ในการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งโยงถึงบิ๊กโจ๊กโดยตรง
โดยก่อนที่คำร้องจะส่งไปถึงประธานศาลฎีกาฯ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้เอกวิทย์พ้นจากการรับผิดชอบดูแลสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 -สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 ซึ่งครอบคลุมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เกี่ยวข้องกับเรื่องคดีบิ๊กโจ๊กโดยตรง เพราะกรรมการ ป.ป.ช.หลายคนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง
ต่อมาเอกวิทย์ที่ใช้วิธีเก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาชี้แจงต่อสังคม แต่ก็ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ใช้วิธีตอบโต้กลับโดยแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทบิ๊กโจ๊ก ที่ออกมาบอกเองว่า เป็นคนนำทองคำไปให้คนติดตามของนายเอกวิทย์
ด้วยกระบวนการที่จะให้มีการไต่สวน-สอบสวนเอกวิทย์ มีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะ ป.ป.ช.ด้วยกันเองก็ไต่สวนกันเองไม่ได้ ทำให้มีการไปยื่นเรื่องต่อ สว.และหลังจาก สว.ใช้เวลารวบรวมรายชื่ออยู่ระยะหนึ่ง สุดท้ายได้รายชื่อครบ ส่งเรื่องไปยังประธานวุฒิสภา และส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกาฯ จนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236
สำหรับคณะผู้ไต่สวนอิสระ ประกอบด้วย 1.ชวลิต อิศรเดช รองประธานศาลฎีกา 2.เผดิม เพ็ชรกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3.อธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม 4.สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
5.อดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด 6.สัญจัย จันทร์ผ่อง รองอัยการสูงสุด 7.ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 8.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ 9.วิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช.และอดีตประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกาฯ
โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 49 คือ ไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทําความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่นำมาสู่การตั้งคณะไต่สวนอิสระ
กฎหมายยังให้คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจสั่งให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเพื่อประกอบการไต่สวน
และเมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้คือ
-หากเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด
-ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
-ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่กล่าวหา และมิใช่เป็นกรณีตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล โดยอัยการสูงสุดต้องฟ้องคดีอาญาตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับเรื่อง แต่หากฟ้องไม่ทันให้ยื่นคําร้องต่อประธานศาลฎีกาเพื่อขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีออกไปได้อีกไม่เกิน 30 วันนับแต่วันครบกําหนด แต่ต้องฟ้องภายในอายุความ
ส่วนกรอบการทำงาน คณะผู้ไต่สวนอิสระต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจําเป็นให้ยื่นคําขอต่อประธานศาลฎีกาเพื่อขยายเวลาตามที่เห็นควร
สำหรับ "เอกวิทย์-กรรมการ ป.ป.ช." ชื่อชั้นไม่ธรรมดา เคยเป็นอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ในวงการศาลยุติธรรมเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6-อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ก่อนได้รับการโหวตจากวุฒิสภาให้เป็น ป.ป.ช. ปี 2567
หากพิจารณากรอบเวลาทำงาน ก็คือคณะผู้ไต่สวนอิสระมีเวลาการทำงานประมาณ 3 เดือน นับจาก 26 ก.พ. แต่หากครบแล้วยังไม่สามารถสรุปความเห็นได้ ก็สามารถขอขยายเวลากับประธานศาลฎีกาต่อได้
คดีนี้ถือเป็นคดีที่น่าสนใจ เป็นคดีประวัติศาสตร์ขององค์กรอิสระ-วงการศาลยุติธรรม เพราะเป็นคดีแรกนับจากมีการใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ศาลฎีกาฯ เข้าทำการไต่สวนองค์กรอิสระ ซึ่งจริงๆ นับจากมี ป.ป.ช.ตาม รธน. ปี 2540 ก็ยังไม่เคยมีกรรมการ ป.ป.ช.คนใดถูกกล่าวหาและถูกสอบสวน-ไต่สวนด้วยข้อหารุนแรงเช่นนี้
รอดูกันต่อไปว่า คณะผู้ไต่สวนอิสระจะมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร โดยหากเห็นว่า เรื่องนี้มีมูล ตัวกรรมการ ป.ป.ช.คือนายเอกวิทย์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ซึ่งเมื่อศาลฎีกาฯ รับเรื่องไว้ ก็ต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.จนกว่าจะมีคำตัดสินออกมา แต่หากคณะผู้ไต่สวนอิสระเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาคือนายเอกวิทย์ มีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่มิใช่เป็นการทำผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาล เหมือนกับคดีปกติ เช่น ฟ้องว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นต้น
ที่ผ่านมาหลังเกิดกรณีข้อร้องเรียนดังกล่าว ทำให้มีผลต่อการทำงานและความเชื่อถือขององค์กรอิสระ-ป.ป.ช.อย่างมาก แต่เรื่องนี้ก็ต้องฟังข้อมูลรอบด้าน เอกวิทย์อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้ ซึ่งเมื่อมีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ จะทำให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างมีระบบ
ตอนจบของคดีนี้ ไม่ว่าจะออกมาทางไหน จะมีผลต่อทั้ง ป.ป.ช.-บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์-เอกวิทย์ ตามมา โดยเฉพาะหากผลออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนสูงยิ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถก'กรอบเวลา'ซักฟอก18 รมต. ชิงความได้เปรียบทางการเมือง
ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลัง “ฝ่ายค้าน” เดินหน้ายื่นซักฟอกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวนถึง 18 คน ซึ่งเป้าใหญ่พุ่งตรงไปที่รัฐมนตรีค่าย “ภูมิใจไทย”
หุ้นเว็บพนันออนไลน์ 'ไอเดียร์-สามี' DSI ชิงตัดไฟก่อน? สะเทือนระบอบน้ำเงิน
เรียกได้ว่าเข้าสภาฯ มาได้ไม่ทันไร เก้าอี้ผู้แทนราษฎรเมืองพญาแล ชัยภูมิ เขต 4 สมัยแรกของ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.สาวดาวเด่นแถวหน้าค่ายภูมิใจไทย ก็ร้อนฉ่าจนแทบนั่งไม่ติดพื้น จากเดิมที่เคยเปิดตัวสวยหรู
ข้างหลังภาพ'อนุทิน-ธรรมนัส' กระชับอำนาจ'ภูมิใจไทย'
ก่อนจะระเบิดศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และ 17 รัฐมนตรีสายสีน้ำเงิน โควตาภูมิใจไทย ที่มีการวางปฏิทินไว้ว่าจะให้ซักฟอกกันสัปดาห์หน้า ที่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม
"อนุทิน-ภท."เปิดดีลธรรมนัส พรรคเขียวลุ้นเสียบร่วมรัฐบาล กดหัวทักษิณ-พท.อย่าหือ
ศึกซักฟอกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กับ 17 รัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรีปีก-โควตา "สีน้ำเงิน" ทั้งหมด จะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาโหมดการเมืองนิ่งไปร่วมสัปดาห์ เพราะไม่มีการประชุมสภาฯ-พรรคการเมือง เนื่องจากติดการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank
ปะทะวาทกรรม โหมโรงซักฟอก รัฐบาลเสียงแน่น วัดฝีมือ ‘ส้ม-ฟ้า’
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่ได้รับการจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลภายใต้การนำของนาย
เวที IMF-เวิลด์แบงก์ ดึงทุนโลก เสริมแกร่งศก.-กู้ปัญหาปากท้อง
ประเทศไทยอยู่ในห้วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026

