จับแล้ว! 2 ผัวเมีย สาดน้ำกรด 'น้องอั้ม' นักเรียน ม.6 สาหัส

1 ก.ย. 2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยตา ยารีส สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับไปจอดหน้าร้านอาหารตามสั่ง แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ แล้วคนร้าย 2 คน สวมชุดดำและไอ้โม่งปิดใบหน้า ถือถังที่ใส่น้ำกรดบุกเข้าไปสาดใส่ น.ส.นัฎฐิกานต์ หรือน้องอั้ม อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง ขณะนั่งกินข้าวอยู่กับยาย และน้าชาย ภายในร้านอาหารตามสั่ง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยน้องอั้มโดน น้ำกรดที่ใบหน้า ดวงตา บริเวณหน้าอก ไหลอาบลำตัวสภาพผิวหนังไหม้ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยจากฤทธิ์ของน้ำกรด ทั้งนี้ยาย และน้าชาย ที่นั่งกินข้าวด้วยกันก็โดนน้ำกรดกระเด็นใส่มีรอยไหม้ตามใบหน้า ลำคอ ลำตัว แขนและขาเช่นกัน แต่อาการไม่สาหัส ซึ่งขณะนี้น้องอั้ม ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บุรีรัมย์และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด แม้อาการจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ดวงตาข้างขวาที่เพิ่งทำการผ่าตัดเนื่องจากมองไม่เห็น ยังรอแพทย์ตรวจประเมินอาการอีกครั้ง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจภูธรนางรอง ร่วมกับชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองหาน จ.อุดรธานี ได้นำหมายศาลจังหวัดนางรอง ไปติดตามจับกุมตัว นายเจษฎาภรณ์ อายุ 21 ปี และ น.ส.อังคณา อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ขณะพักอาศัยอยู่บริเวณสวนมะม่วงทางทิศเหนือของหมู่บ้านนางิ้ว ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลังพบพยานหลักฐานทั้งการเช่ารถยนต์ที่ใช้ประกอบเหตุ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าทั้งสองมีส่วนร่วมในการก่อเหตุสาดน้ำกรดน้องอั้ม นักเรียนชั้น ม.6

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดนางรอง พร้อมแจ้งสิทธิ ให้กับบุคคลทั้งสองที่ถูกออกหมายจับได้รับทราบ ซึ่ง น.ส.อังคณา และนายเจษฎาภรณ์ ก็รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ชุดจับกุมจะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองที่ถูกจับกุมตามหมายศาล กลับมาสอบปากคำที่ สภ.นางรอง และดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

โดยนายเจษภรณ์ ที่ถูกจับกุมตามหมายศาล เป็นอดีตแฟนเก่าของน้องอั้ม ผู้บาดเจ็บ ส่วน น.ส.อังคณา เป็นภรรยาใหม่ของนายเจษภรณ์ ซึ่งทั้งคู่เคยถูกแจ้งความกล่าวหาฐานพรากผู้เยาว์ และทำให้เสียทรัพย์ จนถึงขั้นขึ้นศาลและคดีจบไปแล้ว ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้อาจจะทำเพื่อแก้แค้นหรือไม่อยู่ระหว่างการสอบปากคำ เพราะทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนไหว้ขอพร 'พระสุภัทรบพิตร' บนยอดเขากระโดง สัมผัสอากาศเย็น ขอชายแดนสงบสุข

ประชาชนและนักท่องเที่ยว แห่กราบไหว้สักการะขอพร “พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปจำลององค์ใหญ่ บนยอดภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 พร้อมเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ตัวเมืองบุรีรัมย์

'อนุทิน' ควง 'มาดามจ๋า' ร่วมพิธียกยอดฉัตร 9 ชั้น ต้นที่ 37 พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1

"อนุทิน" ควง "จ๋า-ธนนนท์" สวมเสื้อฅนบุรีรัมย์สีน้ำเงิน "เนวิน-อดุลย์-เพิ่มพูน-ศักดิ์สยาม" พร้อมส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ประชาชนอวยพรปีใหม่ ขอให้ทหารแนวหน้าแคล้วคลาด ปลอดภัย สดุดีนักรบพลีชีพ

ประชาชนจากหลายสาขาอาชีพที่ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงนักท่องเที่ยว อวยพรปีใหม่ให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองจากอริราชศัตรูให้แคล้วคลาดปลอดภัย

'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตร.จัดกำลังคุมเข้มเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด

พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจวางกำลังเข้ม 522 นาย คุมความปลอดภัยงาน Asiatique Thailand Countdown 2026 คืนแห่งความสุข ต้องมาพร้อมความปลอดภัย ยกระดับมาตรการป้องกันเหตุและอำนวยความสะดวกจราจรขั้นสูงสุด

ชายแดนบ้านกรวดเริ่มขยับชีวิตปกติ แต่ยังหวั่นคืนเคาท์ดาวน์

ชาวบ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ทยอยกลับบ้านหลังพ้นข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ วอนงดเสียงดัง งดพลุ-ประทัด หวั่นเกิดความเข้าใจผิดจนปะทุเหตุรุนแรงซ้ำ

‘อนุทิน-เนวิน’ ร่วมพิธีปิดทองฉัตร 9 ชั้น เสาต้นที่ 37 ก่อนกินส้ม

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงปร