5 ต.ค.2566 - พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.น.8,พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 487/2566 ลงวันที่ 4 ต.ค.2566 เข้าตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์เลขที่ 17 ท้ายซอยประชาอุทิศ 65 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงกับคดีกราดยิงสยามพารากอน หลังพบเป็นสถานที่ผลิตและดัดแปลงอาวุธปืนบีบีกันและแบล็งกัน พร้อมจับกุมนายวีรยุทธ นธีธร หรือโอ ยี่เรือ ชาว จ.ภูเก็ต อายุ 41 ปี ตรวจยึดอุปกรณ์สำหรับผลิตอาวุธปืนรวม 48 รายการ ประกอบด้วยกระสุนปืนขนาดต่างๆ หลายสิบนัด แม็กกาซีนกว่า 40 อัน ถังทดสอบอาวุธปืน 1 ถัง ยาไอซ์ 6 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ
พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 ได้ขยายผลการจับกุมผู้ขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์มานานกว่า 2 เดือน จนพบว่าสถานที่นี้ เป็นที่ผลิตปืนแบล็งกัน และลำกล้อง รวมถึงแม็กกาซีนบรรจุกระสุน ผลการตรวจค้นพบชุดกันเสียง อุปกรณ์การไลฟ์สด และกล่องทดสอบการยิงปืน ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐาน จะนำไปเปรียบเทียบกับกระสุนปืนที่นำไปใช้ในเหตุกราดยิงที่ห้างพารากอนว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ จากนั้นจึงจะทราบด้วยว่าผู้ก่อเหตุ ขายปืนมานานเพียงใด โดยบก.น.8 จะสืบสวนขยายผลต่อว่าผู้ประกอบปืน รับอุปกรณ์ต่างๆ มาจากที่ใดและส่งขายที่ใดบ้าง ส่วนเรื่องคดีผู้ค้าอาวุธปืนให้กับเยาวชนผู้ก่อเหตุ ตำรวจจับกุมได้ 2 ราย จาก จ.ยะลา และล่าสุดจับกุมได้อีกรายที่ย่านดอนเมือง ทั้งหมดกำลังคุมตัวไปสอบปากคำที่ สน.ยานนาวา
จากการสอบสวนนายวีระยุทธ์ ให้การว่า ตนเรียนจบระดับชั้น ปวส.สาขาช่างยนต์ สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ก่อนทำงานเป็นช่างยนต์ และหันมาเล่นปืนบีบีกัน ทั้งนี้ เนื่องจากตนมีความรู้เรื่องช่างเป็นทุน บวกกับมีเพื่อนแนะนำให้ลองซ่อมดัดแปลงปืนบีบีกันให้สามารถยิงกระสุนปืนจริงได้ จึงลองทำ และทำได้ดี ก่อนหันมารับจ้างทำเป็นอาชีพหลักและเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการกลุ่มลับพร้อมย้ายมาเช่าที่อยู่อาศัยในพื้นที่ทุ่งครุ มีรายได้ต่อเดือน เดือนละ 30,000 บาท เงินที่ได้รับว่านำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่าที่พัก และซื้อยาเสพติดมาเสพ
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปี 2558 เคยต้องคดีเกี่ยวกับการผลิตอาวุธปืนในพื้นที่ สน.บางยี่เรือ ถูกศาลตัดสินจำคุกในเรือนจำบางบอน 3 ปี และปีเดียวกันยังเคยต้องโทษคดีครอบครองแอมเฟตามีน หรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน พื้นที่ สน.วังทองหลาง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปีนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" ,ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย เสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่ง เมทเเอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย" ตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามชาวบ้านยังทราบว่า ผู้เช่ารายนี้เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มาเช่าอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน และมักไม่สุงสิงกับใครในละแวกนี้ ทั้งยังปิดบ้านตลอด แม้แต่อาหารก็ต้องสั่งเข้ามากิน บุคคลที่แวะเวียนเข้ามาหา ส่วนมากเป็นแมสเซนเจอร์รับส่งพัสดุ แต่งกายสวมหมวกโม่งมิดชิด และมักจะมาเคาะประตูส่งเสียงดัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตร.จัดกำลังคุมเข้มเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด
พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจวางกำลังเข้ม 522 นาย คุมความปลอดภัยงาน Asiatique Thailand Countdown 2026 คืนแห่งความสุข ต้องมาพร้อมความปลอดภัย ยกระดับมาตรการป้องกันเหตุและอำนวยความสะดวกจราจรขั้นสูงสุด
ศาลอุทธรณ์ยืนยัน จับอดีตนายพลคดีล่วงละเมิดร้อยโทหญิง ไม่ให้ประกันตัว
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์พฤติการณ์อุกอาจและอัตราโทษสูง ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น ไม่ให้ปล่อยชั่วคราวอดีตนายพล ผู้ต้องหาคดีกระทำชำเราร้อยโทหญิง พร้อมเหตุผลอาจหลบหนีหรือก่อเหตุอันตรายอื่นได้
ระทึก! ตร.ไล่ล่า 3 พ่อค้ายา ซิ่งหนีตาย เจอฉลามบกรวบ
พ.ต.ท.อภิชาติ วงษ์ศรี สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 (ทล.3 กก.5) สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ทางหลวง, ร.ต.ต.สินจัย เจียรเพชร
แห่ฝากบ้านกับตำรวจ 3 พันหลัง 'บิ๊กต่าย' สั่งตรวจตราเข้ม
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
ศาลฯ ไม่ให้ประกัน ‘พลโท-ร้อยเอก’ คดีล่วงละเมิดร้อยโทหญิง
ศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน ก่อนมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว ชี้คดีอุกฉกรรจ์ โทษสูง เกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและหลบหนี คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษธนบุรี
คุกอ่วม! 1,210 ปี 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' ฉ้อโกงประชาชนอีกคดี คนสนิทโดน 111 ปีเศษ
ศาลอาญาสั่งจำคุก "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" คดีที่ 2 อีก 1,210 ปี ฉ้อโกงประชาชน ส่วนคนสนิทโดนคุก 111 ปีเศษ แต่ตามกฎหมายเหลือคุกคนละ 20 ปี ปรับหนัก 2 บริษัท ๆ ละ 80 ล้านเศษ คืนเงินให้ผู้เสียหาย 267 ราย ยกฟ้อง 2 จำเลย แต่ให้ขังระหว่างอุทธรณ์

