ขี้ยาฆ่าลุงเก็บขยะตายคาที่ ก่อนเผาศพอำพรางคดี ตร.เค้นสอบยังให้การปฏิเสธ

29 ธ.ค.2566 - ร.ต.อ.ธนวัฒน์ ภายศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ "แก่นนคร 191" สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดเหตุคนถูกฆาตกรรมเผาอำพรางศพ เหตุเกิดริมหนองน้ำสาธารณะหนองอีเลิง บ.แอวมอง ม.13 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพราะกับ นายประจวบ รักแพทย์ รักษาการปลัดจังหวัดขอนแก่น,นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายก ทต.พระลับ,นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ ,พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.ขอนแก่น,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ,หน่วยกู้ชีพ ทต.พระลับ และ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ

เมื่อไปถึงพบว่าบริเวณใต้สะพานจุดตัดหนองอิเลิงกับ บ.แอวมอง เจ้าหน้าที่พบฝ่ายปกครอง ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือนาย ณัฐพล มณีนัย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266 ม.13 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งให้การวกวนคล้ายคนไม่ได้สติจึงทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวน สภ.ย่อยพระลับ และห่างจากจุดที่ควบคุมตัวนายณัฐพล เพียงเล็กน้อยเจ้าหน้าที่พบกองไฟกำลังลุกไหม้ภายในพบร่างผู้เสียชีวิต ดำเป็นตอตะโก ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าผู้ตายคือนายคำภา วงศ์ชัยยา อายุ 55ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 ม.9 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน และผู้ตายมีอาชีพเก็บขยะและของเก่าขาย และใช้บริเวณจุดเกิดเหตุใต้สะพานข้ามหนองน้ำสาธารณะเป็นที่พักอาศัยหลับนอน ตามปกติทุกวัน

นาย บุญมี นูเพ็ง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.13 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะออกตรวจพื้นที่ในความรับผิดชอบตามปกติ ขณะนั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเหมือนคนทะเลาะกัน และเห็นนายณัฐพล หรือนายบาส ลูกบ้านตนเอง โวยวายเสียงดังสนั่นก่อนที่จะมีควันไฟพวยพุ่งออกมา และเห็นบางอย่างลักษณะเหมือนขาคน

"ผมจึงรีบขับรถจักรยานยนต์มาดู ก็พบว่าเป็นชายเก็บขยะที่พักอาศัยตรงนี้เป็นประจำ ถูกไฟไหม้ดำเป็นต่อตะโกไปแล้วจึงแจ้งจ้าหน้าที่ตำรวจได่้ทราบและสนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ สภ.ย่อยพระลับ,ทต.พระลับ และ ฝ่ายปกครอง มาร่วมกันสกัดจับกุมนายบาส ซึ่งอยู่ในอาการพูดคุยไม่ได้สติและให้การปฎิเสธตลอดเวลา"

ขณะที่นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ กล่าวว่า จากการประสานข้อมููลร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจทางอำเภอพบว่า นายบาส นั้นมีประวัติต้องรักษาอาการทางจิตจากสารเสพติด และถูกจับคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง และเพิ่งจะพ้นโทษ ออกมาได้ไม่นานจนกระทั่งเกิดเหตุล่าสุดขึ้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบาสไ้ว้แล้วเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปส่วนผู้เสียชีวิตได้แจ้งให้ญาติและคนในครอบครัวได้รับทราบแล้ว ส่วนสาเหตุต้องรอการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว เจ้าตัวยังคงให้การปฎิเสธและให้การวกวนจึงต้องให้สงบสติอารมณ์ลงจึงจะสามารถสอบสวนตามขั้นตอนได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานลักฐาน รวมทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว

รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

เทศบาลขอนแก่น ยันวัดป่าอดุลยารามไม่อยู่ในข่ายชำระภาษีที่ดิน เพราะใช้ประโยชน์ทางศาสนา

นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ดิน 21-3-61 ตรว.ในปี 2533 กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของนายเฮียง พิมพ์ศรี การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ใช้ประโยชน์ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่

ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม

ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง

ผู้ว่าฯขอนแก่น พร้อมเป็นคนกลางคุย 'ป้าดา' หาข้อสรุปปมทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เผยไม่กังวลใจ อนุโมทนาขอบคุณญาติโยมที่ห่วงใย ขณะที่ผู้ว่าฯ พร้อมเป็นคนกลางในการหาข้อสรุป ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายรอศาลตัดสิน