26 ก.พ.2567 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วม บก.สส.ภ.4,ภ.จว.ขอนแก่นและสภ.แวงน้อย ร่วมกันจับกุม น.ส.ไพจิตร คนคิด หรือไก่ อายุ 39 ปี ต.ละหานนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดี ลักทรัพย์หรือรับของโจร ช่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย หลังก่อเหตุเผานั่งยาง น.ส.เบญญาภา ปาณพันธ์ประภา หรือเป้ อายุ 47 ปี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ที่สภ.แวงน้อย น.ส.ไพจิตร ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจขอพบสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนบางส่วนเข้ารับฟังและห้ามบันทึกภาพใดๆ
น.ส.ไพจิตร ร่ำไห้ผ่านลูกกรง ว่า คิดถึงพ่อกับแม่และลูกชาย อยากให้มีคนเข้าไปช่วยดูแล เพราะแม่ป่วยเส้นเลือดในสมองตีบ ร่างกายไม่แข็งแรง ส่วนพ่อ ป่วยเบาหวาน ความดันสูงและไต ต้องฟอกไตที่บ้าน วันละ 4 ครั้ง หลังถูกตำรวจจับ ไม่มีคนดูแลครอบครัว จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีใจบุญ ช่วยดูแลครอบครัวให้ด้วย
"สำหรับความสัมพันธ์กับผู้ตายนั้น เริ่มจากช่วงอายุประมาน 32 ปี ตนเอง ขายผักที่ตลาดเคหะทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพฯ ได้รู้จักกับ น.ส.เป้ ขณะนั้นอายุ 40 ปี จากนั้นก็คบหากันเป็นแฟน อยู่ประมาณ 3 เดือน พี่ชายตนเองเสียชีวิต ต้องกลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้าน น.ส.เป้ จึงขอตามมาอยู่ด้วยที่บ้านด้วย โดยบอกว่า ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง ขอมาอยู่ด้วยและจะช่วยเลี้ยงดูครอบครัว จึงตัดสินใจมาอยู่ด้วยกันที่บ้านใน อ.แวงน้อย จากนั้นก็ช่วยกันทำมาหากิน และรับลูกของญาติพี่น้องมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม จนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ตนเองได้รู้จักกับเสี่ยกล้วย เจ้าของร้านขายอุปกรณ์แก๊สหุงต้ม ในเขตกรุงเทพฯ ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งการพูดคุยและมีความสัมพันธ์กับเสี่ยกล้วยนั้น น.ส.เป้ รับรู้มาตลอด แต่ไม่เคยมีปัญหากัน จนกระมั่งเสี่ยกล้วยได้ไถ่ถอนที่ดินบ้านที่ติดจำนองให้กับครอบครัว"
น.ส.ไพจิตร กล่าวต่อว่า หลังจากเผานั่งยางผู้ตายมื่อเย็นวันที่ 13 กพ. แล้วนั้น วันที่ 14 กพ.2567 ได้ขับรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กค-4384 กรุงเทพฯ เข้าไปหาเสี่ยกล้วยที่กรุงเทพฯ เพื่อพูดคุยในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านหลังเก่า ที่อยู่ในหมู่บ้าน เพราะบ้านที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่นั้น หน้าฝนน้ำท่วม ไม่มีที่อยู่ เสี่ยจึงจะซ่อมบ้านหลังเก่าให้ หลังจากพบเจอกันแล้วก็กลับมาที่บ้าน และมาทำความสะอาดบ้าน รอเสี่ยโอนเงินมาให้ จะได้ติดต่อว่าจ้างช่างมาซ่อมบ้าน แต่ยังไม่ได้ทำ ก็ถูกตำรวจจับได้ก่อน จึงเป็นห่วงพ่อแม่มาก อยากให้มีคนใจบุญมาดูแลพ่อแม่ และอยากติดต่อกับเสี่ยกล้วย เพื่อที่จะช่วยพ่อกับแม่และครอบครัวด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสง ผกก.สภ.แวงน้อย กล่าวว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่า น.ส.เป้ สิ้นใจตายเอง จึงต้องสืบสวนขยายผลในประเด็นดังกล่าวต่อไปอีก หากการสืบสวน เชื่อมโยงถึงใครก็จะเรียกมาสอบสวน หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำความผิด ก็จะดำเนินการตามกฏหมาย ในขณะเดียวกันช่วงนี้วันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงยังต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อ ถึงวันที่ศาลเปิดก็จะส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังตามขั้นตอนของกฏหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิดล้อมทั่วไทย ทลาย 1,756 เครือข่าย ยึดยาบ้า 129 ล้านเม็ด
สตช. แถลงผลปฏิบัติการเดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 ราย ยึดของกลางจำนวนมหาศาล อายัดทรัพย์กว่า 731 ล้านบาท พร้อมยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกสกัดวงจรค้ายา ลดเหตุรุนแรงในชุมชนทั่วประเทศ
แม่เลี้ยงเดี่ยวสุดช้ำ! ร้องสื่อสายเน็ตเกี่ยวคอสาหัส โดนไล่ออกซ้ำ
น.ส.ปวีณา พรมจักร อายุ 35 ปี ชาวบ้านทุ่ม ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น นำเอกสารการแจ้งความและเอกสารภาพถ่ายบาดแผล เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน
รวบพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว ชิงทอง 26 บาท ร้านดังขอนแก่น
ตำรวจภาค 4 ตามจับชายวัย 48 ปี หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงสร้อยทอง 9 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท จากร้านทองกรุงเทพเย
'แดนไท'ดวลเพลย์ออฟ คว้าแชมป์สมัย3 'สิงห์ อีสาน โอเพ่น'ที่สิงห์ปาร์คฯขอนแก่น
แดนไท บุญมา ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพ “สิงห์ อีสาน โอเพ่น” ครั้งที่ 19 หลังดวลเพลย์ออฟเอาชนะ ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ และภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ ที่จบสกอร์รวมเท่ากัน 16 อันเดอร์พาร์ โดยแดนไททำเบอร์ดี้ในการเพลย์ออฟหลุมแรก คว้าชัยพร้อมรับเงินรางวัล 450,000 บาท ที่สนามสิงห์ ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569
ตร. เร่งไล่ล่าคนร้ายปล้นทองกลางมืองขอนแก่น น้ำหนักกว่า 26 บาท มูลค่า 2 ล้านบาท
คดีคนร้ายปล้นทองขอนแก่น ได้ทองน้ำหนัก 26 บาท มูลค่าเฉียด 2 ล้านบาท พบก่อเหตุคนเดียวก่อนขับ จยย.หลบหนีไปตามเส้นทางหมู่บ้าน
นายกฯคนใหม่ กล้าปราบโกง ไม่ติดหล่ม 'ครม.มรดกการเมือง'
คนขอนแก่นอยากเห็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เด็ดขาด-ชัดเจน กล้าปราบคอรัปชั่นและเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ขณะที่ ครม.ชุดใหม่ อยากเห็นคนทำงานมากกว่าโควตาพรรค

