
7 เม.ย.2567-พ.ต.ท.ราชัญ ลำใย รอง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุม น.ส.อรนิภา(สงวนนามสกุล) ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าห้องน้ำวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ว่าตนเองมีอาชีพเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไม่มีครอบครัว ได้รู้จักกับเพื่อนในเฟซบุ๊กได้พูดคุยกันจนสนิทสนม ฝ่ายเพื่อนชายดังกล่าวที่ตนเองได้พูดคุยด้วยแจ้งว่าเป็นทหารหมอหนุ่มของสหรัฐอเมริกาตอนนี้ได้ทำงานอยู่ในอัฟกานิสถาน และรูปโปรไฟล์นายทหารหนุ่มคนดังกล่าวเป็นรูปชายสวมเครื่องแบบทหารของอเมริกาและมีรูปร่างหน้าตาดี ตนเองจึงหลงเชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นทหารจริง
หลังจากนั้นนายทหารหนุ่มดังกล่าวได้ออกอุบายว่าจะส่งของมีค่ามาให้ เพื่อสร้างครอบครัวด้วยกัน ตนเองหลงเชื่อจึงได้ตอบตกลง หลังจากนั้นได้มีโทรศัพท์แจ้งว่ามาจากศุลกากรสนามบินได้โทรมาแจ้งกับตนว่าได้มีพัสดุตกค้าง ไม่สามารถนำออกมาได้เพราะของที่ส่งมาเป็นเงินและทองจำนวนมากจึงต้องมีการค่าภาษีก่อน ตนเองหลงเชื่อจึงได้โอนเงินค่าภาษีทั้งหมดไปให้แก่บุคคลที่อ้างเป็นศุลการกรเป็นจำนวนเงิน สามล้านสี่แสนบาท หลังจากนั้นตนเองก็ไม่สามารถติดต่อกับชายที่อ้างตัวเป็นทหารหนุ่มได้ตนเองรู้สึกว่าตนเองน่าจะถูกหลอก จึงได้โทรไปสอบถามศุลกากร (ที่แท้จริง) ได้คำตอบว่าทางศุลกากรไม่ได้ให้บุคคลคนใดโทรไปแจ้งกับผู้เสียหาย และผู้เสียเองก็ไม่ได้มีพัสดุตกค้างอยู่เลย ตนเองรู้ว่าถูกหลอกจึงได้มาแจ้งให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสืบสวน เพื่อดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 ได้สืบสวนว่าเจ้าของบัญชีคือ น.ส.อรนิภา อายุ 19ปี ชาวจังหวัดอุทัยธานี พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ราชัญ ลำใย รอง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุม น.ส.อรนิภา ไว้ได้
สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า ตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับนี้จริง เมื่อประมาณปี 65 ได้มีเพื่อนของตนเองได้มาอ้อนวอนขอให้เปิดบัญชีธนาคารให้ แจ้งว่าจะนำบัญชีนี้ไปให้บุคคลที่ตนเองทำธุรกิจด้วย เพราะเพื่อนแจ้งว่าตนเองไม่สามารถเปิดบัญชีได้ ตนเองหลงเชื่อจึงได้ไปเปิดบัญชีให้ จนมาทราบตอนที่ถูกจับกุมว่าบัญชีที่ตนเปิดให้เพื่อนของตนเองดังกล่าว ได้ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกประชาชนคนอื่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล
ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 'เบิร์ด วันว่างว่าง' ทำคอนเทนต์ขยะกระทบบริษัทกาวยาแนวเสียหาย
สืบเนื่องจาก บช.สอท. ได้รับคำร้องทุกข์จาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวซีเมนต์และยาแนวตราจระเข้ จากกรณีที่ นายธีระวัฒน์ อายุ 38 ปี หรือ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบน TikTok และ Facebook โดยนำบรรจุภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้มาแสดงและสื่อสารให้คนเข้าใจในลักษณะว่าเป็น “แป้งมันตราจระเข้” ก่อนนำไปผสมน้ำแล้วใช้ป้ายใบหน้าและลำตัวผู้อื่นเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท

