"บิ๊กจวบ" ประชุมแผนรับตัว "แป้ง นาโหนด" หลังตำรวจอินโดนีเซียเตรียมส่งตัวกลับมาที่ จ.นครศรีธรรมราช พรุ่งนี้บ่ายสอง
3 มิ.ย.2567 - ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเข้าประชุมเตรียมความพร้อมรับตัวนายเชาวลิต ทองด้วย หรือ แป้ง นาโหนด ผ่านระบบ Zoom Meeting ว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) มีความห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่ จึงมอบหมายให้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรับตัวผู้ต้องหา คือนายเชาวลิต ทองด้วง ที่ตำรวจสากลของอินโดนีเซียจะส่งมอบตัวให้กับเราในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 14.00 น.
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ขั้นตอนการรับตัว ทางการอินโดนีเซียจะนำตัวนายเชาวลิต มาส่งที่สนามบินนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กองการต่างประเทศของประเทศไทย ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จัดกำลังในการมอบตัว และดำเนินการตามขั้นตอนการเข้าเมืองของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจะนำไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ว่าจะคุมขังที่ไหนอย่างไร ส่วนดาบตำรวจหญิงที่ให้ความช่วยเหลือนายเชาวลิตนั้นถูกดำเนินคดีไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราชที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม จะทำให้มีความกังวลว่าจะหนีออกมาอีกหรือไม่ พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ และกำชับกรมราชทัณฑ์ให้ดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยและคุ้มค่า เนื่องจากว่ามีพฤติการณ์ที่เคยหลบหนีมาแล้ว เป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาในส่วนนี้ โดยเป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์ว่าจะนำตัวไปขังที่ไหน ซึ่งขั้นตอนการสอบสวน หลังจากพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่เรือนจำในพื้นที่ และทางเรือนจำนครศรีธรรมราช จะพิจารณาเองว่าจะคุมขังที่นั่น หรือจะคุมขังที่ส่วนกลาง โดยวันนี้ผู้บัญชาการเรือนจำนครศรีธรรมราช ก็จะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการคุมขังที่เรือนจำนครศรีธรรมราช ไม่ปลอดภัย ก็จะพิจารณาย้ายไปที่ไหน และขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็พร้อมให้ความร่วมมือในส่วนนี้
เมื่อถามถึงขั้นตอนการส่งมอบตัวนายเชาวลิต มีการจัดกำลังอย่างไรบ้างนั้น พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 8 ได้มีการเตรียมแผน และจัดกำลังดูแลในเรื่องนี้แล้ว
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า เอกสารการส่งตัวเรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้ได้ตรวจสอบอีกครั้งว่าแต่ละหน่วยที่มีการปฏิบัติ มีอะไรที่ยังไม่เรียบร้อย หรือจะให้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร ก็จะตรวจสอบจากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วงที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตนเอง ได้ประสานงานกับทางตำรวจอินโดนีเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ขอบคุณทางรัฐบาลอินโดนีเซียที่ให้ความร่วมมือ และจับกุมผู้ต้องหาให้กับเราในครั้งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พบภาพเขียนบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในอินโดนีเซีย
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบภาพเขียนบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกในประเทศอินโดนีเซีย ภาพเขียนเหล่านี้มีอายุอย่างน้อย 67,800 ปี ตามการศึกษาของนักโบราณคดีชาวอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันพุธ
แบดมินตันไทยซ้อมหนัก หวังโค่นอินโดนีเซีย ครองเจ้าอาเซียนพาราฯ
แบดมินตันพาราไทยคลาสยืน ซ้อมเข้มโค้งสุดท้าย ก่อนล่าเหรียญทองมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ทีมโค้ช มั่นใจทำผลงานได้ดี และสู้กับอินโดนีเซียเจ้าแห่งแบดมินตันคนพิการอาเซียนสนุกแน่ ขณะที่ “โปเต้” ณัฐพงษ์ มีชัย ดาวรุ่งมือ 4 ของโลก ที่จะลงแข่งขันอีเวนต์เดียว คือ คลาส SH6 ในครั้งนี้ มุ่งมั่นเต็มร้อยในการคว้าเหรียญทองมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยให้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
ฟุตบอลหญิงไทยสะดุด พ่ายจุดโทษฟิลิปปินส์3-5 ชิงทองแดงกับอินโดฯ
วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ ชลบุรี สเตเดียม การแข่งขันฟุตบอลหญิง ในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ฟิลิปปินส์
'ปันหยี I Sea You' ปังข้ามประเทศ เข้าฉายเทศกาลหนังที่อินโดนีเซีย
"ปันหยี I Sea You" ภาพยนตร์ไทยคุณภาพเยี่ยมที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตและจิตวิญญาณอันงดงามของชาวประมงมุสลิมบน เกาะปันหยี หมู่บ้านลอยน้ำกลางอุทยานแห่งชาติพังงา ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยล่าสุดได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Madani International Film Festival 2025 ที่เมื่อวันที่ 11-14 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย
'ก้อง'คว้า3แต้มสำคัญ ที่อินโดนีเซีย 'มาร์ค'โชคร้ายโดนชนเจ็บหนัก
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยหมายเลข 35 สร้างผลงานในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 18 รายการ อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ หลังออกตัวจากกริดที่ 19 ทะยานเข้าป้ายอันดับ 13 เดินหน้าเก็บแต้มต่อเนื่องโดยคว้าเพิ่ม 3 แต้ม ขณะ “ลูก้า มารินี” นักบิดทีมโรงงานฮอนด้าบู๊คว้าอันดับ 5 จากเรซสุดหินที่ เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

