
พาณิชย์” ร่วม 3 หน่วยงาน แถลงข่าวจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ ใช้นิติบุคคลบังหน้า หลอกลวงประชาชน หลัง กสทช. พบความผิดปกติใช้เบอร์โทร 02 นับหมื่นเลขหมาย โทรหาเหยื่อ ตำรวจพบมีนิติบุคคล 3 ราย เข้าไปเกี่ยวข้อง และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึก เผยยังได้วาง 7 แนวทาง ป้องกันการนำบริษัทไปใช้หลอกลวงเกิดขึ้นซ้ำอีก
19 พ.ย. 2567 - นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ มล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังจากทุกหน่วยงานได้ประสานความร่วมมือกัน จนประสบความสำเร็จ สามารถจับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจนได้
สำหรับการจับกุมผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ กรมได้มีบทบาทในการเชื่อมโยงและให้ข้อมูลนิติบุคคลในเชิงลึกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน โดยเริ่มจาก กสทช. ตรวจพบความผิดปกติของการใช้งานกลุ่มหมายเลขโทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 02 นับหมื่นเลขหมาย และมีการใช้งานที่ผิดปกติ จากนั้น ช่วงเดือน ต.ค.2567 ตำรวจได้เข้าสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของกรม จากการพบความผิดปกติของการดำเนินธุรกิจในนิติบุคคล 3 ราย ซึ่งประกอบธุรกิจประเภทจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ และให้คำปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจลักษณะอุปกรณ์ตู้สาขาแบบ SIP Server (ระบบโทรศัพท์ Call Center) และต่อมาตำรวจได้สืบสวน พบว่า นิติบุคคลทั้ง 3 รายนี้ ได้กระทำผิดด้วยการนำชุดหมายเลขโทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 02 ใช้โทรหลอกลวงผู้เสียหายหรือการกระทำผิดในรูปแบบแก๊งคอล เซนเตอร์ และได้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด
“การจับกุมผู้กระทำผิดในครั้งนี้ ได้ตอกย้ำถึงความร่วมมืออันดีและสอดประสานกันระหว่างหน่วยงานราชการที่ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้ภารกิจและอำนาจของแต่ละหน่วยงาน และขอชื่นชมหน่วยงานของตำรวจที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดความเสียหายที่อาจเกิดกับทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยที่มิจฉาชีพได้ใช้ความน่าเชื่อถือของนิติบุคคลมาเป็นสิ่งลวงตา ทำให้ภาครัฐตรวจสอบการกระทำผิดได้ยากขึ้น แต่จากการที่กรมได้จับมือร่วมกันทำงาน เป็นเครื่องสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าจากนี้ไปมิจฉาชีพจะใช้การจดทะเบียนธุรกิจเป็นนิติบุคคลมาหลอกลวงประชาชนได้ยากขึ้น เพราะทุกหน่วยงานจะช่วยกันปิดช่องว่าง พร้อมออกมาตรการที่รัดกุมเข้มข้นขึ้น และตรวจสอบในธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในเชิงลึกมากขึ้น”นางอรมนกล่าว
นางอรมนกล่าวว่า กรมยังได้ออกมาตรการป้องปรามการจดทะเบียนบริษัทที่อาจนำไปสู่กระทำความผิดทางกฎหมายใน 7 ด้าน คือ 1.แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการสืบสวน สอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 2.ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบสถานที่ตั้งนิติบุคคล 3.ลงพื้นที่ตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน และจับกุมผู้กระทำความผิด 4.นำเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมของนิติบุคคลที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย หรือระบบ IBAS : Intelligence Business Analytic System ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ 5.เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณารับจดทะเบียนนิติบุคคลโดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มเสี่ยง 6.กรณีร้านค้าออนไลน์ประชาชนสามารถตรวจสอบความมีตัวตนของร้านได้ผ่านเว็บไซต์ www.trustmarkthai.com และ 7.สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบธุรกิจให้ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงการตรวจสอบความมีตัวตนของนิติบุคคลก่อนทำจะลงทุนใด ๆ
“กรมมั่นใจว่า การที่พันธมิตรทุกหน่วยงานพร้อมใจประสานความร่วมมือปราบปราม และแก้ปัญหามิจฉาชีพ ทั้งในรูปแบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การนำบัญชีนิติบุคคลไปทำเป็นบัญชีม้า หรือการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจ (นอมีนี) อย่างเข้มงวด จะทำให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนชาวต่างชาติ ลดความเสียหายที่จะเกิดกับภาคธุรกิจและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างความโปร่งใสให้กับระบบธุรกิจของประเทศ”นางอรมนกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 17 หน่วยงานรัฐสกัดนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ แก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก
ต่างชาติลงทุนไทย 68 แตะ 324,148 ล้านเพิ่ม 42% สูงสุดรอบ 5 ปี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่สิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ
ทะลุเป้า ประชาชนแห่ช้อปคึกคักในงานแฟรนไชส์ เชียงใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ปักหมุดจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกระดับแฟรนไชส์สู่สากล เผยผลการเจรจาธุรกิจซื้อแพ็คเก็จภายใน 1 ปียอด 114203,673 บาท สั่งซื้อแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 4313,900 บาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคเหนือ
นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานเปิดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 ณ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น บุกตลาด สินค้าแฟรนไชส์ เชียงใหม่ สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมให้ความรู้และการเจรจาธุรกิจแบบครบวงจร หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโต ทั่วประเทศ พบกันได้ที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 @เซ็นทรัลเชียงใหม่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าจัด “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow” ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขยายโอกาสธุรกิจสู่ภาคเหนือ สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสานต่อนโยบายส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศ

