ตร. รวบแก๊งตัดสายไฟแรงสูง ริมถนนมอเตอร์เวย์

7 ก.พ. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผู้กำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.8 บก.ทล.) พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง สวญ.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล.,พ.ต.ต.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. ได้สั่งการตำรวจทางหลวง เรื่องป้องกันปราบปรามแก๊งโจรกรรมสายไฟในทางมอเตอร์เวย์ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หลังจากมีคนร้ายตัดสายไฟอยู่บ่อยครั้ง สร้างความเสียหายต่อครั้งมูลค่าหลายแสนบาท

สืบเนื่องในช่วงคืนวันที่ 6 ก.พ. ระหว่างที่ ร.ต.อ.สิงหโรจน์ สืบส่ง พร้อมด้วย ร.ต.อ.บัณฑิต นวลปาน รอง สว.ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. นำกำลังออกตรวจตราพื้นที่เฝ้าระวังเหตุร้าย ได้รับแจ้งจากศูนย์ควบคุมกลางกล้องวงจรปิด CCB พัทยา ว่า มีคนร้ายจำนวน 4 คน อยู่บริเวณถนนหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 7 (พัทยา–มาบตาพุด) ช่วง กม.114+000 ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วยกันกำลังใช้ขวานฟันเปิดปากบ่อพักสายไฟแรงสูง หลังรับแจ้งตำรวจทางหลวง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวทันที

เมื่อไปถึงพบกลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 4 คน กำลังตัดสายไฟ และลากสายไฟจากท่อพักสายไฟ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของหลวงฯ ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คน เห็นตำรวจวิ่งจู่โจมเพื่อจับกุม ต่างพากันวิ่งหลบหนี ออกไปในทางป่าไร่มันสำปะหลังริมถนน โดยทิ้งสายไฟที่ตัดไว้เสร็จแล้ว ไว้ตรงจุดเกิดเหตุ สุดท้ายไม่มีใครรอดถูกตำรวจทางหลวงไล่ล่าตะตรุบไว้ได้ทั้งหมด ประกอบด้วย นายธนัญชัย ก้อนจันทึก อายุ 44 ปี นายสิงหา คล้ายอบเชย อายุ 33 ปี นายเก่ง สุยะ อายุ 20 ปี และนายพิทักษ์ เสนาลัย อายุ 46 ปี พร้อมยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ 2 คัน, สายไฟความยาว 2.5 เมตร จำนวน 1 เส้น, สายไฟความยาวประมาณ 1.5 เมตร จำนวน 1 เส้น, คีมตัดสายไฟ, ขวาน, ไฟฉาย, ท่อนเหล็ก, ถุงกระสอบ, และกระเป๋าเป้สะพาย 1 ใบ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาแก๊งนี้ เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท

จากการสอบสวนทราบว่า นายธนัญชัย หัวหน้าแก๊ง ได้ชักชวนนัดหมาย และวางแผนกับลูกสมุนรวม 4 คน เพื่อมาร่วมกันมาลักทรัพย์สายไฟจริง โดยใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เพื่อใช้เป็นยานพาหนะในการลักทรัพย์ และหลบหนี โดยหัวหน้าแก๊ง จะทำหน้าที่เลือกเป้าหมาย และก่อเหตุเปิดปากท่อ และตัดสายไฟร่วมกับนายเก่ง ส่วน 2 คนที่เหลือ จะทำหน้าที่อยู่ที่รถจักรยานยนต์ดูต้นทาง และรอรับสายไฟที่ตัดเสร็จแล้วอยู่บริเวณไร่มันสำปะหลัง เพื่อจะนำทองแดงในสายไฟไปขายต่อที่ร้านขายของเก่า เอาเงินที่ได้ไปเสพยาบ้า และเล่นพนันออนไลน์

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปัตตานีเดือด! ดักยิง 'ผู้สมัครนายก อบต.ท่าน้ำ' ดับคาบ้าน

กองอำนวยการรักษาความความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.25 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิง นายมะนาเซ ลอกอ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้ำ

สอบชั้น 14 ยังไม่เสร็จ! ผบ.ตร. สั่ง 'พล.ต.ท.ทวีศิลป์' แพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจ ช่วยราชการต่ออีก 3 เดือน

ผบ.ตร. ลงนามคำสั่ง ให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รองผบ.ตร. รับตกใจ มีชื่อบริษัทไชน่าเรลเวย์ รับงาน สน.สุทธิสาร ก่อสร้างล่าช้า 2 ปี

พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านบริหาร ชี้แจงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพการก่อสร้างบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของอาคาร สน.สุทธิสาร แห่งใหม่ ที่มีลักษณะถูกปิดทึบด้วยฝ้าเพดานและหลอดไฟจนไม่สามารถใช้งานได้จริงนั้น

ผงะ! ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน วัยรุ่น 21-30 ปีเหยื่ออันดับหนึ่ง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน รวบขบวนการแก๊งสแกมเมอร์รวม 17 ราย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่ออันดับหนึ่ง แซงหน้าวัยทำงาน

ทำเนียบฯระทึก! แท็กซี่เจ้าเก่าแว๊นมอเตอร์ไซค์ ประชิดบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เรียกหา 'อนุทิน' ขอความเป็นธรรม

ชายสูงวัย ได้ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาทางประตูสะพานชมัยมรุเชฐ และขับเข้ามาหน้าตึกไทยคู่ฟ้า บีบแตรตะโกนเรียกหานายกรัฐมนตรี เรียกร้องเงินเยียวยา

'นครบาล' แจงโรงพักสุทธิสารแห่งใหม่ ทำตามขั้นตอนกม. ยังไม่เปิดทำการรอขั้นตอน TOR ระบบไฟฟ้าลงดิน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน