
4 ก.พ.2565 – พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขอเตือนผู้ที่ตั้งใจติดเชื้อโควิด-19 เพื่อหวังจะได้เงินประกัน มีโทษหนักทั้งโทษปรับและโทษจำคุก อีกทั้งยังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนี้
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงอยู่ในห้วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้บริษัทประกันหลายแห่ง มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด และได้มีการทำประกันโควิด-19 ให้แก่ผู้คนที่สนใจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการติดโรคโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ ให้มีเงินในการรักษาจุนเจือครอบครัวในระหว่าง ที่ไม่ได้ทำงาน แต่กลับมีคนบางกลุ่มอาศัยช่องว่างในการแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่มิชอบ โดยการทำพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงให้ตนเองติดโรคโควิด-19 เพื่อหวังจะเอาเงินประกัน ดังเช่นที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ในกรณีที่มีการทักข้อความเพื่อขอซื้อไม้ swab ต่อจากผู้อื่นที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา(COVID-19) ให้ตนมีความเสี่ยงในการติดเชื้อดังกล่าว เพื่อที่จะได้รับเงินประกัน ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากถึงความเหมาะสม โดยผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่วนมากมีความเห็นไปในทางที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระทางสาธารณสุขโดยไม่จำเป็น อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเดือดร้อนของประชาชนอีกด้วย
ถ้ามีการกระทำในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจอันตรายถึงชีวิตแล้ว หากมีการติดโควิด-19 โดยเจตนาจริง เพื่อหวังจะได้เงินประกัน อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อฉลประกันภัย ตามมาตรา 114/4 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 และมาตรา 108/4 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.2562
ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรค ว่าติดเชื้อมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่เป็นความจริง ก็จะเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งทางบริษัทประกันมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจ่ายเงินประกันได้ และอาจถูกทางบริษัทประกันฟ้องร้องกลับก็เป็นได้
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวนอกจากจะผิดกฎหมายและเกิดผลเสียกับตัวผู้กระทำแล้ว ยังเป็นการเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่อสังคมโดยรวมด้วย ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการปฏิบัติตามนโยบายสาธารสุข และคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในภาพรวม รวมถึงขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องผู้ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงและสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากพบเห็นเบาะแสหรือพบการกระทำความผิดอื่นๆ สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'
เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม 'บวรศักดิ์' ปมปลด 'หมอสุภัทร' วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
แนะโหลดแอป 'POLICE CARE' เช็กบัญชี-เบอร์โทรแก๊งคอลฯ
รัฐบาลแนะประชาชนโหลดแอป 'POLICE CARE' เผย 2 ฟีเจอร์ใหม่ เช็กบัญชี-เบอร์โทรมิจฉาชีพ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ อุ่นใจเหมือนมีตำรวจอยู่ใกล้
วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ
กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส
นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด
นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์ ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ
ลาม!ตำรวจกว่า10นาย พร้อมแฉพฤติกรรมโจ๊ก
งานช้าง! อดีตตำรวจรับใช้บ้าน “บิ๊กโจ๊ก” กว่า 10 นายติดต่อเป็นพยาน แฉถูกซ้อม-ข่มขู่ห้ามกลับ
อดีตตำรวจบ้าน 'บิ๊กโจ๊ก' 10 นาย ตบเท้าให้ปากคำคดีซ้อม-ข่มขู่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

