รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน-นัดส่งมอบทองคำ สูญกว่าล้านบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวเอี่ยวบัญชีม้าลวงโอนเงิน -นัดส่งมอบทองคำห้างดังกลางกรุง เสียหายกว่าล้านบาท

5 กุมภาพันธ์ 2569 - พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส.ร่วมกันจับกุม นายนเรศน์ฯ อายุ 28 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พร้อมตรวจยึดของกลาง ทองรูปพรรณ และกระเป๋าใส่ทอง พร้อมกับเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหาย จับกุมที่บริเวณกลางซอยรามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ได้มีการหลอกนักศึกษาสาวให้โอนเงินและนำทองคำไปมอบให้กับกลุ่มคนร้าย

โดยกลุ่มคนร้ายมีการร่วมกันแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์และไลน์ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าและการฟอกเงิน โดยมีการแสดงเอกสารปลอมและแสดงตัวผ่านวิดีโอคอลในลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่จริง จากนั้นมีการข่มขู่กดดันให้หวาดกลัวอ้างว่าจะต้องถูกดำเนินคดี และขู่ว่าหากไม่ทำตามจะถูกทำลายอนาคต ไม่สามารถไปเรียนต่อต่างประเทศได้ อีกทั้งยังมีการอ้างว่า หากไม่ทำตามก็อาจจะกระทบกับคนในครอบครัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง

จากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปมอบให้กับกลุ่มคนร้ายที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยอ้างว่าจะตรวจสอบและคืนให้ภายหลัง พร้อมกันนี้ยังบังคับให้ผู้เสียหายโกหกมารดาตนเอง เพื่อใช้บัญชีมารดาของผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเติมให้กับกลุ่มคนร้ายอีกด้วย จากการตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมหลักล้านบาท

จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายที่มารับทองคำจากผู้เสียหายไปนั้น คือ นายนเรศน์ โดยหลังจากที่ นายนเรศน์รับทองคำไปแล้ว นายนเรศน์ ได้นำทองคำจำนวนหนึ่งไปขายให้กับร้านทองภายในห้างย่านราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังติดตามจับกุม นายนเรศน์ ได้ที่บริเวณซอยรามคำแหง 24 แยก 6 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ พร้อมของกลางซึ่งเป็นทองคำที่ผู้ต้องหาได้มาจากผู้เสียหายรายนี้ โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยผนึกนานาชาติปราบแก๊งสแกมข้ามชาติ ปิดบัญชีมิจฉาชีพกว่า 1.5 แสนบัญชี

รัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ ร่วมมือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีจากหลายประเทศ สกัดเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ จับผู้ต้องหาได้ 21

'ประเสริฐ' ขู่ฟ้องพวกวิจารณ์ปั่นกระแสการเมือง ปม ดีเอสไอ-ป.ป.ช. สอบ 2 กรณี

"ประเสริฐ" โร่แจงปม ดีเอสไอ สอบกรณี MOU กระทรวงดีอี กับ บ.สิงคโปร์ และ ป.ป.ช. สอบใช้งบบริหารจัดการน้ำ ชี้ทั้งสองเรื่องยังไม่เป็นคดี ยังไม่สรุปผลสอบสวน ขู่เตรียมฟ้องนักวิจารณ์มั่ว ปั่นกระแสสร้างประเด็นการเมืองทำเสียหาย

'วีระ' ร้องจเรตำรวจ สอบจนท.รัฐเก็บส่วยชายแดนสระแก้ว ของหนีภาษี แรงงานเถื่อน สแกมเมอร์

นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมด้วย นายอาจหาญ คุณสุนทรกิจ เลขาธิการ คปต. เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(รองจตช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบขบวนการเรียกรับส่วยและการทุจริต บริเวณชายแดน

ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียง

'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน