
อย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้หยิบเอาเรื่อง มิคสัญญียุค มาเล่า มาพยากรณ์ หรือมาอรรถาธิบายแบบคล้ายๆ นิทานชาดก ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป จนถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในคัมภีร์ พระไตรปิฎก ตราบเท่าทุกวันนี้ อันพอที่จะสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กระบวนการปรับเปลี่ยนจิตสำนึก ของผู้คนโดยทั่วไป หรือโดยส่วนใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องอาศัยจังหวะ-เวลา สภาพแวดล้อม และความเป็นไปของฉากสถานการณ์ในแบบสุดลิ่มทิ่มกระดาน เอาเลยก็ว่าได้...
คือถึงขั้นที่บรรดา ผู้เหลือรอด ทั้งหลาย ที่ต้องเผ่นหนีไปอยู่ตามป่าหญ้า สุมทุมพุ่มไม้ ป่าดงพงชัฏ ระหว่างเกาะหรือซอกเขา ต้องใช้เหง้าไม้ ผลไม้ป่า ยังชีพเป็นอาหาร อันเนื่องมาจากแนวคิดที่ออกไปทาง เราอย่าฆ่าใคร และอย่าให้ใครฆ่าเรา ในช่วงจังหวะ สัตถันดรกัป หรือช่วงที่ ความเสื่อม ในหมู่มวลมนุษย์ดำเนินไปถึงขีดสุด ไม่คิดจะนับญาติ นับพ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์อีกต่อไป หันไปฉวย ศัตราอันคมกริบ เป็นอาวุธ ฆ่าฟันกันและกันเพราะต่างเห็นกันและกัน เป็นเพียงแค่ เนื้อ หรือ มิคสัญญา หาใช่เป็นมนุษย์ตาดำๆ เป็นผู้มีจิต มีวิญญาณ มีอารมณ์ความรู้สึกอันประณีตละเอียดอ่อน แต่อย่างใดไม่...
จนกระทั่งผ่านไป 7 วัน (สัตถันดรกัป) หรือฆ่ากันจนกระทั่งแทบไม่เหลือไปด้วยกันทุกฝ่าย บรรดา ผู้เหลือรอด เหล่านี้ ถึงได้ค่อยๆ ออกมาจากสุมทุม พุ่มไม้ ป่าดงพงชัฏ ด้วยความร่าเริง ยินดี ขับร้องอย่างดีใจเหลือเกิน และได้เกิดแนวคิดใหม่ๆ อันเนื่องมาจาก กระบวนการปรับเปลี่ยนจิตสำนึก ในลักษณะที่ว่า นั่นก็คือ... “อย่ากระนั้นเลย เราควรบำเพ็ญกุศลกรรม ละเว้นอกุศลกรรม เริ่มต้นด้วยการงดเว้นปาณาติบาต (การฆ่า) เป็นเบื้องแรก” ก่อนที่จะค่อยๆ ยกระดับและพัฒนา จนกลายมาเป็นผู้ยึดมั่นในธรรม อยู่ในศีล-ในธรรม หรือกลายมาเป็น เงื่อนไข ที่ทำให้ พระศรีอริยเมตไตรย ท่านพร้อมที่จะเสด็จลงมาก่อรูป ก่อร่าง พระศาสนาขึ้นมาใหม่...
ดังนั้น...ในช่วงระหว่างที่ใครต่อใครยังไม่ได้รู้สึก-รู้สา ว่าบรรดา มนุษย์ตาดำๆ ถูกเข่นฆ่า ล้างผลาญ ระดับไม่ต่างอะไรไปจากการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในบางซอก บางมุม ของโลก เช่นที่เขตฉนวนกาซา เป็นต้น ไม่ว่าจะเด็ก ผู้หญิง คนแก่-คนชรา ยังเอาแต่ดื่มๆ กินๆ หมกมุ่นอยู่กับการกิน-ขี้-ปี้-นอนไปตามปกติ แม้เห็นอยู่จะจะคาตา ว่าเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมโรงเรียน มินาบ ในอิหร่านนับร้อยๆ ถูกจรวดโทมาฮอว์กของ ไอ้ทรัมป์บ้า เด็ดหัว เด็ดชีพ เป็นเป้าหมายแรกๆ นับจากการเปิดฉาก ชิงโจมตีก่อน ระหว่างการเจรจากับอิหร่านยังไม่ทันแล้วเสร็จ แถมยังไม่ได้คิดเอาเลยแม้แต่นิด ว่าการฮึดสู้ของประเทศที่ต้องการปกป้องอธิปไตยของตัวเองอย่างอิหร่าน กับประเทศที่ต้องการยึดครอง ครอบครอง ประเทศผู้อื่น ดินแดนของผู้อื่น อย่างคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอลนั้น ใครถูก-ใครผิด ใครดี-ใครชั่ว อย่างมาก...ก็แค่หูแหก-ตาแหก วิ่งพล่านหา น้ำมัน มาเติมรถราตัวเอง เพื่อให้ขับไปประกอบกิจการ กิน-ขี้-ปี้-นอน ได้ตามปกติ...
อันนี้...จึงต้องถือเป็นช่วงที่เวลา กระบวนการปรับเปลี่ยนจิตสำนึก ยังไม่ถึงกับ ตลกผลึก ยังไม่ได้เสร็จสิ้น สมบูรณ์ ยังไม่มีอานุภาพพอที่จะผลิตแนวคิดใหม่ๆ จิตสำนึกใหม่ๆ ให้กับความเป็นไปของโลกอนาคต กับฉากสถานการณ์ความเป็นไปแห่งอนาคต ได้อย่างเป็นจริง-เป็นจัง หรือ อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น...ยังคงต้องรอคอย ต้องอดทน อดกลั้น ไปอีกซักพักใหญ่ๆ จนกว่าผู้คนโดยส่วนใหญ่จะเลิกให้ความสำคัญกับการกิน-ขี้-ปี้-นอน กับการเอาตัวรอดไปตามแบบฉบับของใคร-ก็ของมัน ของแต่ละสังคม แต่ละประเทศ แล้วหันมาให้ความสำคัญกับจิตใจ จิตสำนึก กับอารมณ์-ความรู้สึกที่สามารถนำมาใช้เป็นเงื่อนไข เป็นตัวรองรับความมีศีล-มีธรรม ไปตามลำดับขั้น...
ด้วยเหตุนี้...คงต้องทำใจ-ปรับจิต-ปรับใจ ต้องเบิ่งตาดูความโหดเหี้ยม โหดร้าย ความอำมหิตผิดมนุษย์มนา ไปอีกเป็นเจเนอเรชันๆ นั่นแหละทั่น จนกว่าเจเนอเรชันแห่งความล้มเหลวของ อาเฮียสุทธิชัย พวก Baby Boomers พวก Gen-X, Gen-Y, Gen-Alpha-Beta ฯลฯ ทั้งหลาย จะเริ่มคิดๆ แบบบรรดา ผู้เหลือรอด ในช่วงสัตถันดรกัป ไม่ได้แค่ดิ้นรน ตะเกียกตะกาย หาน้ำมันเติมรถ นั่งคิด-นั่งนึกอยู่กับการ เทขาย-ช้อนซื้อ หุ้นเงิน-หุ้นทอง หรือสนุกสนานอยู่กับการด่า-การเชียร์ฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่งแบบพวก ติ่งๆ ในแต่ละราย หรือต้องรอจนกว่าบรรดาความเจ็บปวด รวดร้าว เหล่านี้ มันจะแผ่ซ่าน แทรกซึมเข้าสู่ อายตนะ และลึกลงไปถึง จิตสำนึก ของใครต่อใครจนได้ อันนั้นนั่นแหละ...ที่จะทำให้ กระบวนการปรับเปลี่ยนจิตสำนึก อุบัติขึ้นมาอย่างเป็นระบบและกิจการ เป็นไปตาม กฎเหล็ก ของ พระผู้เป็นเจ้า หรือ กฎอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท อันว่าด้วย...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเป็นไป อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย
มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง
'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!
เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน
เสริม'การข่าว'จชต.
เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'
ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา
ฤดูแต่งตั้งนายพล
เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา
'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา
คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่ง

