พายุไมสักถล่มบ่อไร่ทำให้ต้นไม้ทับบ้านเรือนเสียหายในหลายพื้นที่2ตำบลถนนตัดขาด 4 หมู่บ้านไฟฟ้าดับ พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วม
3 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 17.00 น ศูนย์วิทยุสมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานจ.ตราด รับแจ้งมีเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนบริเวณ หมู่ 3 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่บ้านเลขที่ 9809 / 9 หมู่ 3 ที่เป็นบ้านของนางสมพงษ์ สาดเหียง อายุ 71 ปี ระหว่างไปถึงที่เกิดเหตุนางสมพงษ์ สาดเหียงอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัว และเล่าว่า ระหว่างเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงลมพายุหมุนเสียงดังขึ้น จึงรีบออกจากห้องน้ำมาดู พบต้นไม้หลังบ้านล้มทับห้องน้ำ และห้องนอนได้รับความเสียหายทั้งหลังจึงรีบแจ้งเพื่อนบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ
ส่วนที่ตำบลบ่อพลอย นางรัศมี รองสิริคง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 ตำบลบ่อพลอยอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดที่บ้านติดกับยายสมพงษ์ จึงวิ่งออกมาจากบ้าน หลังเพราะได้ยินเสียงดัง และพบว่าบ้านตนเองพังเสียหาย โชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย ต่อมา เทศบาลตำบลบ่อพลอยได้นำเลื่อยยนต์มาด้วยตัดต้นไม้ให้เบื้องต้นแล้วก็ทำผ้าใบคลุมไว้เพื่อป้องกัน
ขณะที่ตำบลช้างทูน ม. 2 อำเภอบ่อไร่ นางดารุณี แสงคล้อย ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลช้างทูน แจ้งว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น เกิดพายุลมพัดแรง ทำให้ไฟดับจึงเดินออกจากบ้าน พบเสาไฟฟ้าล้มอยู่ 2 ต้นและต้นไม้ล้มขวางถนนเข้าหมู่ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปได้ จึงได้แจ้ง นายกอบต.ช้างทูนให้เดินทางมาสำรวจความเสียหายและพบว่า ว่าพื้นที่ 4 หมู่บ้านไฟฟ้าดับ ประกอบด้วย ม.1 ม.3 ม.4 ม.5 จึงได้แจ้งการไฟฟ้าอำเภอบ่อไร่มาทำการแก้ไข
นายเกษม มั่นคง นายก อบต.ช้างทูน เล่าว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นไม้ล้มหลายพื้นที่ในตำบลช้างทูนจึงออกมาตรวจสอบ พบต้นไม้ล้มขวางถนนจึงประสานทีมกองช่างอบต.ช้างทูนพร้อมเลื่อยยนต์ออกตัดต้นไม้และได้ประสานการไฟฟ้าอำเภอบ่อไร่เข้าไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งการไฟฟ้าบ่อไร่ได้เร่งดำเนินการให้จนแล้วเสร็จ ส่วนต้นไม้ที่มีต้นไม้ล้มขวางอยู่นั้นทางเจ้าหน้าที่อบต.ช้่งทูนได้ดำเนินเรียบร้อยแลเวเช่นกัน
ส่วนพายุไมสักเป็นภัยธรรมชาติที่จะต้องติดตาม และเฝ้าระวังในพื้นที่หวั่นเกิดน้ำท่วม จึงได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ชาวบ้านระวังเพราะทุกปีที่ผ่านมาในพื้น ม.2 ตำบลช้างทูนเป็นพื้นที่ต่ำและน้ำท่วมทุกปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝนถล่มเชียงใหม่ ท่วมถนนในตัวเมือง น้ำป่าหลาก อ.กัลยาณิวัฒนา ชาวบ้านจมน้ำดับ 1 ราย
เชียงใหม่อ่วม! ฝนถล่มหนักไม่กี่ ชม.น้ำท่วมขังรอระบายหลายจุดในตัวเมือง สลดน้ำป่าหลาก อ.กัลยาณิวัฒนา พัดหญิงวัย 54 ปี เสียชีวิต อุตุเตือนย้ำฝนยังหนัก
อุตุฯ เตือน ฉ.9 ลมหนาวพัดลงมาปกคลุม อากาศแปรปรวนสูง รับมือฝนตกหนัก 24 ชม.ข้างหน้า
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 9 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้
กรมชลฯ เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ 'กทม.' โล่งก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านแล้ว
กรมชลประทาน เผย 2 เขื่อนใหญ่มีที่ว่างพอรับน้ำเหนือ ระบุ ก้อนน้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน กทม.แล้ว เฝ้าระวังลุ่มน้ำบางปะกงใกล้ชิด ระบุ เขื่อนแก่งกระจานพร้อมรับมือเต็มที่ ป้องกันตัวเมืองเพชรบุรี 10 – 11 ต.ค.นี้
ชัยนาทผวาฝนรอบใหม่ เร่งสูบน้ำ-เสริมกระสอบทราย ป้องท่วมซ้ำ
หลายพื้นที่ใน อ.สรรพยา เตรียมการรับมือ หวั่นฝนตกหนัก จะซ้ำเติมทำให้พื้นที่น้ำท่วมขยายวงกว้าง และท่วมสูงมากขึ้น ด้านชาวบ้าน เร่งหาเรือไว้ใช้ กลัวน้ำขึ้นสูง จะเข้าออกบ้านลำบาก
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 8 เตือนอากาศแปรปรวน ฝนถล่มหนักปลายฤดู
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อุตุฯ เตือน 51 จังหวัด ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง รับมือน้ำท่วม
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

