23 กรกฎาคม 2569 - พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากร พาเบ้า สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี จำนวน 4 คน พร้อมยาเค หรือ คีตามีนคอลลาเจน อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาให้แก่นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงในเขตเมืองขอนแก่น โดยติดต่อซื้อขายผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “ขงเบ้ง”
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายเอ นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาเค หรือคีตามีน น้ำหนักประมาณ 359.6 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุน จำนวน 1 อัน เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 2 นัด และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 จำนวน 1 เครื่อง
โดยนายเอถูกแจ้งข้อหา มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หรือคีตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่
นายบี นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว จ.ขอนแก่น จับกุมได้ที่ บริเวณริมถนนสาธารณะในพื้นที่บ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น พร้อมของกลางเป็นยาเคหรือคีตามีน น้ำหนักประมาณ 90.4 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนแจ้งข้อหา ว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หรือคีตามีนไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
นายดำ นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และ นายขาว นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ถูกจับกุมได้บริเวณหมู่บ้าน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางคอลลาเจนจำนวน 50 ซอง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ทั้งสองคนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเมทแอมเฟตามีนหรือคอลลาเจน และวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หรือคีตามีนหรือคอลลาเจนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า
พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น สืบสวนทราบว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบนำยาเคหรือคีตามีนไปจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวตามสถานบันเทิงต่าง ๆ ในเขตเมืองขอนแก่น โดยใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อขงเบ้ง เป็นช่องทางติดต่อซื้อขาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปลอมตัวเข้าไปเที่ยวและคลุกคลีกับกลุ่มนักท่องเที่ยว กระทั่งทราบว่า เมื่อลูกค้าสั่งซื้อยาเคหรือคอลลาเจนอาชา ผ่านแชตของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อขงเบ้ง โดยจะมีชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์นำสินค้ามาส่งให้แก่ลูกค้า
เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับติดต่อขอซื้อยาเคและคอลลาเจนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาผู้ต้องหาได้นำยาเคและคอลลาเจนมาส่งให้บริเวณริมถนน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว พร้อมตรวจยึดคีตามีนน้ำหนักประมาณ 90.440 กรัมไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับคีตามีนมาจากนาย ก. ซึ่งมอบหมายให้นำคีตามีนไปส่งมอบให้แก่ลูกค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปยังบ้านเช่า เมื่อไปถึงบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบนายดำและนายขาวยืนอยู่ในลักษณะมีพิรุธ จึงเข้าควบคุมตัวและตรวจค้นกระเป๋าสีดำที่ทั้งสองคนถืออยู่ พบซองคอลลาเจนสีชมพู ตราอาชา จำนวน 50 ซอง จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องเช่าของนายเอ โดยพบนายเอนอนอยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนดำเนินการตรวจค้น และผลการตรวจค้นพบคีตามีนลักษณะเป็นเกล็ดผลึกใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด–ดึงเปิด จำนวน 4 ถุง โดยถุงทั้งหมดบรรจุอยู่ภายในถุงพลาสติกกันกระแทกสีขาวขุ่น และถูกซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง
พ.ต.อ.วงศกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุน จำนวน 1 อัน และเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 2 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้เสื้อผ้า จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ยาเคหรือคีตามีนที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เป็นของตนเองจริง โดยซื้อมาไว้เสพและจำหน่ายต่อให้แก่นักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวตามสถานบันเทิงต่าง ๆ ในเมืองขอนแก่น ทั้งนี้คีตามีนถูกซื้อมาในราคาถูก ก่อนแบ่งจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวในราคาจีละ 300–400 บาท ส่วนคอลลาเจนซื้อมาในราคาซองละ 1,500 บาท และนำไปจำหน่ายต่อในราคาซองละ 2,000–2,500 บาท โดยการซื้อขายจะติดต่อกันผ่านแชต ของบัญชีเฟซบุ๊กที่ตนใช้ชื่อว่า ขงเบ้ง ส่วนยาเคและคอลลาเจนมีเครือข่ายของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า บอสเต่า เป็นผู้จัดส่งมาให้
ด้านนายดำและนายขาว ซึ่งถูกควบคุมตัวพร้อมคอลลาเจนจำนวน 50 ซอง ให้การตรงกันว่า ได้รับคอลลาเจนมาจากวัยรุ่นชื่อน็อต บริเวณริมถนนเลี่ยงเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 99 ซอง โดยจำหน่ายไปแล้วบางส่วน เหลืออยู่จำนวน 50 ซอง ซึ่งขณะเกิดเหตุกำลังรอนำคอลลาเจนส่วนที่เหลือไปส่งให้แก่ลูกค้า หากมีลูกค้าสั่งซื้อ นายน็อตจะเป็นผู้ติดต่อมาให้ทั้งสองคนนำสินค้าไปส่ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 1,500 บาท กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมขณะยืนรอลูกค้า และตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ได้ ภายหลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว
ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล
ทลาย 'ผับลับ' ย่านห้วยขวาง เปิด 24 ชม. เน้นให้เล่นยาเต็มกราฟ จับได้ 11 ราย
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังสืบ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย ตรวจยึดของกลาง
'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก
รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า
บ้านไม้ไผ่ มุ่งปั้นเด็กไทยอิสาน แบบสากล
เชื่อว่าท่านผู้อ่าน น่าจะเคยได้ยินเรื่องโรงเรียนสอนแบบมอนเตสซอรี ซึ่งเริ่มมาจากจิตแพทย์หญิงชาวอิตาลี ชื่อ มาเรีย มอนเตสซอรี ผู้เชื่อและเผยแพร่ปรัชญาที่ว่า “การให้การศึกษาในระยะแรก ไม่ใช่การเอาความรู้ไปบอกเด็ก แต่ควรปลูกฝังให้เด็กเจริญเติบโตไปตามความต้องการตามธรรมชาติของเขา”
ตำรวจลุยคดีครู ป.6 อนาจารในห้องเรียน เตรียมแจ้งข้อหา
ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ไชย เตรียมออกหมายเรียกครู ป.6 ผู้ถูกกล่าวหากระทำอนาจารในห้องคอมพิวเตอร์ พร้อมนัดสอบปากคำผู้ปกค
ดุสิตโพลเปิดเหตุผล ไทยแก้ปัญหายาเสพติดไม่สำเร็จ
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ยาเสพติดกับสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,337 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)

