ฝากทีละ 50-100 สะสมทั้งชีวิต! ชาวบ้านช้ำเงินออมถูกยักยอก ศาลสั่งคุกประธานกลุ่ม 1 ปี 6 เดือน

ชาวบ้านท่าช้าง พิษณุโลก รวมตัวฟังคำพิพากษาคดีเงินกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หลังต่อสู้นานกว่า 6 ปี ศาลสั่งจำคุกประธานกลุ่ม 1 ปี 6 เดือน พร้อมสืบทรัพย์ขายชดใช้ 1.7 ล้านบาท ผู้เสียหายสุดท้อ บางคนฝากเงินหลักแสน หวังไว้เรียน-จัดงานศพ แต่ถอนออกมาไม่ได้

18 สิงหาคม 2569 - ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านจากบ้านท่าช้าง หมู่ 2 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ประมาณ 30 คน เดินทางมาติดตามคดีกรณีสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้างกล่าวหาประธานกลุ่มนำเงินฝากของสมาชิกไปใช้ส่วนตัว หลังมีการดำเนินคดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563

คดีดังกล่าวมีชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายรวมตัวกันฟ้องร้องประมาณ 60 ครัวเรือน รวม 170 คน โดยมีวงเงินที่จำเลยต้องชดใช้ประมาณ 1.7 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ศาลได้นัดคู่ความเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ล่าสุดจำเลยยังไม่มีเงินมาชำระให้แก่ผู้เสียหาย ศาลจึงพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน พร้อมให้ดำเนินการสืบทรัพย์เพื่อนำออกขายและนำเงินมาชดใช้แก่ชาวบ้าน

ภายหลังตัวแทนชาวบ้าน 3 คนเข้าร่วมฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ได้ออกมาพบกับชาวบ้านอีกประมาณ 30 คน บริเวณริมแม่น้ำน่านในตัวเมืองพิษณุโลก โดยหลายคนมีสีหน้าท้อแท้ แม้ศาลจะมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุดคือการได้เงินออมของตัวเองกลับคืนมา

นายธีรวัฒน์ ถิ่นทับ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ท่าช้าง กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมชาวบ้านประมาณ 30 คน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว โดยชาวบ้านต่อสู้ติดตามเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน ผ่านผู้ใหญ่บ้านมาแล้วถึง 2 คน กระทั่งถึงสมัยของตน

นายธีรวัฒน์กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจชาวบ้านอย่างมาก เพราะหลายคนเก็บเล็กผสมน้อย ตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท นำมาฝากไว้ด้วยความหวังว่าจะเป็นเงินออมและมีดอกผลไว้ใช้ในอนาคต แต่กลับไม่สามารถนำเงินของตัวเองออกมาใช้ในยามจำเป็นได้

ด้านนางน้ำฝน กี่สง่า อายุ 67 ปี ชาวบ้านท่าช้าง หมู่ 2 หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งมีเงินฝากประมาณ 200,000 บาท และเป็นหนึ่งในตัวแทนชาวบ้านที่ยื่นฟ้อง เปิดเผยว่า แม้วันนี้ศาลจะพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน และให้สืบทรัพย์เพื่อนำมาขายชดใช้ แต่ยังรู้สึกท้อแท้ เพราะชาวบ้านต้องต่อสู้ตามกระบวนการมาอย่างยาวนาน

นางน้ำฝนเล่าว่า กลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้างเริ่มขึ้นเมื่อปี 2553 โดยมีแนวคิดให้ชาวบ้านนำเงินมาฝากเพื่อเก็บออม สามารถถอนหรือกู้ยืมได้เมื่อจำเป็น ทำให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้าร่วม เนื่องจากสะดวกและไม่ต้องเดินทางไปฝากเงินกับธนาคาร

สมาชิกบางรายทยอยออมเงินเดือนละ 50 หรือ 100 บาท ขณะที่บางคนหลังขายข้าวได้เงินหลักแสนบาท ก็นำเงินมาฝากไว้กับกลุ่ม กระทั่งปี 2563 เริ่มเกิดปัญหาสมาชิกไม่สามารถถอนเงินได้ จึงร้องเรียนให้พัฒนาการอำเภอพรหมพิรามเข้าตรวจสอบ ก่อนพบความผิดปกติและนำไปสู่การดำเนินคดี

นางน้ำฝนกล่าวว่า หลังเกิดเรื่อง ชาวบ้านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งไม่ได้แจ้งความ ส่วนอีกกลุ่มตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.พรหมพิราม ก่อนผ่านขั้นตอนสอบสวน อัยการ และส่งฟ้องต่อศาล มีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 มีการไกล่เกลี่ยอีกครั้ง แต่จำเลยยังไม่สามารถชำระเงิน โดยอ้างว่ายังขายที่ดินไม่ได้ กระทั่งวันที่ 18 สิงหาคม ศาลนัดอีกครั้ง แต่จำเลยยังไม่มีเงินมาชำระ จึงมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน พร้อมให้สืบทรัพย์เพื่อขายนำเงินมาชดใช้แก่ผู้เสียหาย

นางน้ำฝนระบุด้วยว่า ระหว่างการต่อสู้คดี มีผู้ฝากเงินบางรายเสียชีวิตไปแล้ว ขณะที่บางครอบครัวต้องการถอนเงินไปเป็นค่าเล่าเรียนให้บุตรหลาน หรือใช้จัดงานศพญาติ แต่กลับไม่สามารถถอนเงินของตัวเองออกมาได้ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนรู้สึกเหนื่อยและท้อแท้กับการติดตามเงินคืน

ขณะที่นางอ้อมฟ้า เหมือนมี อายุ 68 ปี กล่าวว่า ตนฝากเงินไว้ทั้งหมด 267,000 บาท และเคยพยายามขอถอนหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ครั้งหนึ่งต้องการนำเงินไปให้หลานชายใช้ในการสอบนายสิบทหารก็ไม่สามารถถอนได้ และเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจมากที่สุดคือเมื่อมารดาเสียชีวิต ต้องใช้เงินจัดงานศพ แต่ก็ยังถอนเงินออมของตัวเองไม่ได้

ต่อมาจึงร่วมกับชาวบ้านติดตามเรื่องและเข้าแจ้งความที่ สภ.พรหมพิราม จนนำมาสู่การดำเนินคดี กระทั่งศาลมีคำพิพากษาในวันนี้ โดยชาวบ้านยังคงรอความหวังจากกระบวนการสืบทรัพย์ เพื่อให้ได้เงินที่ฝากสะสมกันมานานกลับคืนมา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งกรรมการสอบวินัย 'พ.ต.ท.' ซิ่งชนคนตายแล้วหนี

ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดี “น้องข้าวปั้น” วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ก่อนผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนี โดยภายหลังพบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้ามอบตัวและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ขณะที่พนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว ด้านตำรวจเผยเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุภายใน 3 วัน พร้อมตรวจสอบประเด็นทะเบียนรถและผลตรวจแอลกอฮอล์

'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม

สารทจีนปีนี้เงียบ ศาลเจ้าดังเมืองพิษณุโลก คนบางตา เศรษฐกิจซบเซา-ของไหว้แพง

บรรยากาศวันไหว้เทศกาลสารทจีนปี 2569 ที่ศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า และศาลเจ้าพ่อเสือ ตลาดใต้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ค่อนข้างเงียบเหงากว่าทุกปี ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนทยอยนำเครื่องเซ่นไหว้มากราบไหว้ตั้งแต่ช่วงเช้า แต่จำนวนผู้คนและปริมาณของไหว้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

พิษณุโลกฝนหยุด น้ำหลายพื้นที่ลด แต่บางระกำยังสูง เตรียมรับฝนระลอกใหม่ 25-27 ส.ค.

สถานการณ์น้ำพิษณุโลกเริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตก น้ำป่าที่เนินมะปราง-ชาติตระการลดลง ขณะที่แม่น้ำวังทองยังเฝ้าระวัง ส่วนลุ่มน้ำยมบางระกำระดับน้ำยังสูง เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำน่านรับฝนระลอกใหม่ปลายเดือน

ปภ. อัปเดต! 6 จังหวัดยังจมบาดาล น่านหนักสุด 6 หมื่นคนประสบภัย

ปภ. เผย 6 จังหวัด ยังน้ำท่วม ประสบภัยแล้ว 23,823 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ภาครัฐ-เอกชน-อาสารวมพลังเร่งฟื้นฟูเยียวยา

พิษณุโลกอ่วม! ท่วม 150 ครัวเรือน ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เยียวยา

ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ลงพื้นที่เนินมะปราง ติดตามสถานการณ์น้ำคลองชมพู มีประชาชนได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน พร้อมกำชับเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง