
12 ส.ค. 2565 – นายณรงค์ วงษ์หาแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)เมืองพล พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่เกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน 3 หลัง พื้นที่ ม.10 ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น โดยเป็นการจุดไฟวางเพลิงบ้านตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านของนายมณีวัฒน์ จันทาสี บ้านเลขที่ 120 ม.10 ก่อนจะลุกลามไปยังบ้านของนายเงิน จ่าบาล เลขที่ 118 ม.10 ต.เมืองพล มีผู้อาศัย 5 คน และลุกลามไปยังบ้านหลังที่ 3 ของนายหนู กุลวงษ์ เลขที่ 119 ม.10 ต.เมืองพล มีผู้อาศัย 5 คน โดยไฟได้ลุกไหม้บ้านทั้ง 3 หลังจนวอด และเสียหายเล็กน้อยอีก 2 หลัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยพบว่าขณะนี้มีชาวบ้านเข้ามาช่วยกันรื้อถอนซากไม้ที่ถูกไฟไหม้ออกจากพื้นที่ไป โดยจากเมื่อก่อนจะมีบ้าน สองชั้น 3 หลัง ตั้งอยู่เรียงกัน แต่ปัจจุบันนั้นหายไปไม่หลงเหลือเศษซากแล้ว ส่วนผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านทั้ง 2 หลังที่ได้รับความเสียหายจากไฟที่ลุกลามเข้ามาไหว้บ้านนั้นต้องไปพักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องไปก่อน
นายณรงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หมู่บ้านได้มีการตั้งกองอำนวยการและจุดรับบริจาคผู้ประสบเหตุอัคคีภัย บ้านหันใหญ่แม่เอีย หมู่ 10 ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น และเปิดบัญชีรับบริจาคช่วยเหลือบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ส.อบต.เมืองพล ได้ทำการเปิดบัญชีร่วมกัน เป็นบัญชีธนาคารกรุงศรี หมายเลขบัญชี 781-1-08106-4 โดยมีหน่วยงานต่างๆและผู้ใจบุญช่วยกันบริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย ขณะที่นายณรงค์ วงษ์หาแก้ว นายกอบต.เมืองพล พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่มาพบกับเจ้าของบ้านที่ถูกไฟไหม้ลุกลามมาจนวอดทั้งหลัง พบกับนายหนู กุลวงศ์ เจ้าของบ้านหลังที่ 2 และนางกองแก้ว จ่าบาว อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านหลังที่ 3 และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจำนวน 3,800 บาท และข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ อบต.เมืองพล คอยสับเปลี่ยนกันมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ในด้านการอำนวยความสะดวกด้วย
“ช่วงวันเกิดเหตุนั้น ทุกคนในหมู่บ้านมาร่วมงานศพที่วัด ซึ่งขณะที่ทุกคนอยู่ที่วัดร่วมพิธี ผมได้รับโทรศัพท์จากชาวบ้านแจ้งว่าเกิดไฟไหม้ พอเข้ามาเห็นไฟกำลังลุกไหม้ที่บ้านหลังแรก จึงได้บอกชาวบ้านมาช่วยกันนำน้ำมาดับไฟ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งไลฟ์สดเพื่อจะให้หน่วยงานต่างๆ ได้เห็นและเข้ามาช่วยเหลือ ในขณะที่เข้าไปสำรวจนั้น พบว่ามีผู้สูงอายุเจ้าของบ้านจะย้อนกลับเข้าไปในบ้านเพราะเป็นห่วงเสื้อผ้า เลขาฯ ผมจึงดึงออกมาเพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย ผมก็พยายามช่วยขนของมีค่าออกจากบ้านก่อนที่ไฟจะลุกลามมาบ้านหลังที่ 2 และก็คว้าเอาโทรทัศน์และเครื่องซักผ้าออกมาได้เพียง 2 อย่างเท่านั้น ไฟก็ลุกลามมาหลังที่ 2 และ 3 อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆจะระดมน้ำฉีดสกัดเปลวไฟเอาไว้ได้ โดยใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ในวงจำกัดได้” นายก อบต. เมืองพล ระบุ
ขณะที่ นายหนู กุลวงศ์ เจ้าของบ้านหลังที่ 2 ที่ถูกไฟไหม้ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ กำลังทำนาไม่ได้อยู่บ้าน พอกลับมาถึงพบว่าไฟได้ไหม้บ้านวอดไปหมดแล้ว และสาเหตุมาจากชายที่อยู่ข้างบ้าน มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเผาบ้านตัวเองแล้วลุกลามมาบ้านตนเองและบ้านข้างเคียงอีกหลัง ชาวบ้านกลับมาจากงานศพช่วยกันเอาน้ำมาดับไฟช่วยกันไว้ทัน ส่วนคนก่อเหตุหลังจากวางเพลิงเสร็จไปอยู่บนกำแพงกระดิกขาหัวเราะสบายใจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเอาตัวไป
“โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายมณีวัฒน์ จุดไฟเผาบ้านตัวเองแล้วครั้งหนึ่ง แต่ชาวบ้านเห็นทันโทรแจ้งตำรวจมาจับเอาตัวไปแต่คุมตัวไว้ 2 วันก็ปล่อยกลับมาเพราะไม่มีเจ้าทุกข์แจ้งความเอาผิด เป็นการเผาทรัพย์ตัวเอง พอปล่อยตัวออกมาวันที่ 6 ส.ค. ก็ก่อเหตุเผาบ้านในครั้งนี้ทันที ส่วนตัวอยากให้ตำรวจจับไปขังคุกตลอดชีวิตยิ่งดี เพราะออกมาก็กลับมาก่อเหตุอีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่เชื่อว่านายมณีวัฒน์จะสามารถกลับตัวกลับใจได้ ตอนนี้ท้อใจอยากมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กว่าจะหามาได้ทั้งชีวิตมีแค่นี้ ตอนนี้ก็อายุมากแล้วไม่รู้ว่าจะหามาได้เหมือนเดิมไหม บ้านหลังนี้เหมือนเป็นทรัพย์สินมีค่าเพียงชิ้นเดียวของครอบครัว บ้านคือทุกสิ่งทุกอย่าง ตอนนี้ไฟไหม้ไปจนหมดไม่เหลืออะไรสักอย่าง ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น อยากจะมีบ้านที่พักอาศัยเหมือนเดิม ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือเพราะทุกอย่างถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว” นายหนู กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พงษ์ศักดิ์' คว่ำ 'วัฒนา' กวาด 4.2 แสนคะแนน นั่งนายก อบจ.ขอนแก่น
'พงษ์ศักดิ์' ประกาศคว้าชัยเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น กวาดเรียบ 4.2 แสนคะแนน คว่ำ 'วัฒนา ช่างเหลา' แชมป์เก่า ลั่นนำประสบการณ์กลับมาทำงาน เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งและบริหารจัดการน้ำ
ผอ.โรงเรียน ขับเก๋งตกข้างทางดับสลด หลังกลับจากงานเลี้ยงเกษียณ
เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมัญจาคีรี ได้รับการประสานแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักคกลงข้างถนน บริเวณร้านเฟอร์นิเจอร์บ้านหินกอง ต.กุดเต้า ถนนมัญจาคีรี–โคกโพธิ์ไชย อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงประสานงานร่วมแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรีและ สภ.มัญจาคีรี เข้าตรวจสอบ
ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%
พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”

