
ชาวบ้านฮือไล่เจ้าอาวาส วัดสว่างอารมณ์ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รับไม่ได้รื้อเตาเผาศพเดิมที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินซ่อมทิ้ง แถมพิรุธ กินเงินวัด และตบไวยาวัจกรต่อหน้าชาวบ้านในวันทอดกฐิน
27 พ.ย.2565 – ชาวบ้านหลายชุมชนในเขต ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รวมตัวกันประท้วงขับไล่เจ้าอาวาส วัดสว่างอารมณ์ เพราะรับไม่ได้ที่เจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งสั่งรื้อเตาเผาศพที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินซ่อมแซม หลังจากเตาระเบิดในช่วงโควิด – 19 ระบาด โดยเจ้าอาวาสอาวาส อ้างว่า ที่สั่งรื้อเพราะได้รับงบจากสำนักพุทธมาจัดซื้อเตาเผาใหม่ ทั้งที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เตาเผาใหม่เลย ซึ่งเตาเดิมที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคซ่อมก็ยังใช้ได้
รวมทั้งเจ้าอาวาสยังใช้อำนาจเกินเหตุด้วยการตบไวยาวัจกรวัดต่อหน้าชาวบ้านหลายคน แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ในวันที่ 15 ต.ค.2565 ที่บริเวณใต้ศาลาวัด ช่วงประมาณ 11.00 น. ซึ่งเป็นวันที่มีการทำบุญทอดกฐินในวัด โดยเจ้าอาวาสอ้างว่า ไม่พอใจที่ไวยาวัจกรไปเคาะระฆังบนหอระฆังในวันทอดกฐิน ทั้งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว หากมีกองกฐินมาครบแล้วก็จะต้องเคาะระฆังเพื่อให้รับรู้โดยทั่วกัน
อีกทั้งยังมีพฤติกรรมบริหารจัดการเงินวัดไม่โปร่งใสหลายอย่าง เช่น เงินกฐิน 160,000 บาท ที่มีการทอดกฐิน เมื่อวันที่ 15 ต.ค.65 , เงินที่บริจาคเอกชนจ่ายค่าตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ ปีละประมาณ 130,000 บาท ก็ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดให้คณะกรรมวัด หรือชาวบ้านรับทราบ แต่กลับบอกว่าเงินไม่พอจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จากพฤติกรรมของเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านต่างหมดศรัทธา จึงอยากให้ย้ายออกจากวัดนี้ไป
นายสมจิตร ขาดรัมย์ อดีตคนขับรถเจ้าอาวาส กล่าวว่า ตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปนี้ เข้ามาอยู่ที่วัด 8 ปี ก็มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งเรื่องสีกา ตบไวยาวัจกรวัดในวันทำบุญทอดกฐินต่อหน้าชาวบ้าน เพียงเพราะไม่พอใจที่ไวยาวัจกรไปเคาะระฆังแจ้งว่ากองกฐินครบแล้ว ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว และยังบริหารเงินวัดไม่โปร่งใส ไม่เคยชี้แจงให้กรรมการวัดและชาวบ้านรับรู้เลย และที่รับไม่ได้คือสั่งรื้อเตาเผาศพเดิมที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคเงินซ่อมแซมตอนที่เตาเผาระเบิดในช่วงโควิดระบาด ซึ่งเหมือนเป็นการทำลายศรัทธาชาวบ้าน เพราะอ้างว่าได้เงินมาเปลี่ยนเตาเผาใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแต่กลับรื้อเตาเผาเดิมทิ้งทั้งที่ยังใช้งานได้ และที่จริงก็สามารถทำเป็นเตาเผาคู่ได้ จากพฤติกรรมของเจ้าอาวาสรูปนี้จึงอยากให้ย้ายออกจากวัดไป เพราะชาวบ้านหมดศรัทธา
ด้านนายสุวรรณ ขาดรัมย์ ไวยาวัจกรวัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ถูกเจ้าอาวาสปรี่เข้ามาจะตบหน้าแต่ใช้แขนบังเอาไว้จึงโดนตบที่แขนไป 1 ครั้ง แล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพียงพอไม่พอใจที่ตนเองไปเคาะระฆังบนหอระฆัง ในวันทอดกฐินซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าอาวาสถึงโกรธ ตัวเองก็งงเพราะไม่ได้ทำผิดอะไร แต่วันนั้นเห็นว่าเป็นวันบุญกฐินจึงไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปร้องต่อคณะสงฆ์เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าอาวาส
ขณะที่ตัวแทนคณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา ก็ได้มาพูดคุยกับชาวบ้านที่มาประท้วง พร้อมรับปากว่าจะดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านร้องให้แล้วเสร็จใน 15 วัน แต่เบื้องต้นก็ได้ย้ายเจ้าอาวาสวัดออกจากวัดไปก่อนชั่วคราวแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รพ.อุ้มผาง' เคลียร์หนี้แล้ว! เงินบริจาคเหลือ 40 กว่าล้าน
เพจ "โรงพยาบาลอุ้มผาง" โพสต์ขอบคุณผู้บริจาค พร้อมรายงานยอดเงินบริจาคคงเหลือหลังชำระหนี้ ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา
ผู้ประกอบการขนส่งบุรีรัมย์ น้ำมันแพงกระทบหนัก ต้องลดเที่ยววิ่ง บรรทุกสินค้าให้มากขึ้น
ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบหนักหลังน้ำมันดีเซลยังปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง ล่าสุดทะลุลิตรละ 41 บาท ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ต้องปรับลดเที่ยววิ่งอัดบรรทุกสินค้าให้มากขึ้น ส่วนค่าขนส่งรอบริษัทใหญ่พิจารณาปรับขึ้นตามกลไก และสอดคล้องต้นทุนที่สูงขึ้น
ผู้ประกอบการสับไม้ ส่งโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล สู้น้ำมันแพงไม่ไหว หยุดวิ่งแล้วหลายคัน
ผู้ประกอบการรับซื้อไม้เบญจพรรณและไม้ยางพารา จากเกษตรกรที่บุรีรัมย์ เพื่อสับส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละกว่า 300 ลิตร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมันแพงแตะลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกไม้ส่งโรงงานหยุดวิ่งหลายคัน แบกรับต้นทุนไม่ไหว วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะหากไปต่อไม่ได้จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ ก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่มีที่ขายไม้
ร้านส้มตำดังบุรีรัมย์ ลูกค้าหาย ยอดขายร่วงเกินครึ่ง จากวิกฤตน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบพาเหรดขึ้นราคา
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำปรับราคาไม่หยุด ทำให้สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับร้านขาย "ส้มตำยายนอม" ชื่อดังที่บุรีรัมย์ที่เคยมีลูกค้าแน่นร้าน ยอดขายวันละกว่า 2 หมื่นบาท ซบเซาลงอย่างน่าใจหายทั้งลูกค้าหน้าร้านและไรเดอร์
บุรีรัมย์ดวลบีจีปทุมฯ ลูกหนัง'เมืองไทย คัพ" รอบรองฯเตะสนามกลาง
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ. ห้องประชุมเมืองไทยประกันภัย อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ “Tower A” ชั้น 14 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอล เมืองไทย คัพ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ
วิกฤตน้ำมันลามท่องเที่ยว เขื่อนลำนางรอง เงียบเหงา ร้านเช่าห่วงยางปิดอื้อ
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำราคาพุ่ง "เขื่อนลำนางรอง" หาดทรายเทียม นทท.หาย กระทบหนัก ร้านเช่าห่วงยางปิดกว่า 20 ร้าน บางวันไม่ได้สักบาท

