29 ธ.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการวิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ กรณีที่ได้มีการนำเสนอภาพวัฒนธรรมชนเผ่าปกาเกอะญอที่ไม่เหมาะสมในระหว่างขบวนพาเหรดกีฬาสี โดยผศ.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ เลขาธิการเครือข่ายฯได้กล่าวถึงเนื้อหาในหนังสือระบุว่า จากการที่นักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยวและโรงแรม วิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมเดินขบวนภาย กิจกรรมแสดงเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดต่อต้านยาเสพติดโดยการนําเสนอภายใต้ชื่อว่า Karen และข้อความที่ ปรากฏบนเพจการท่องเที่ยว&การโรงแรม วิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่
ผศ.สุวิชาญกล่าวว่า หลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวออกมาผ่านสื่อโซเชี่ยล ทําให้สมาชิกชุมชนปกาเกอะญอในประเทศไทยจํานวนมากรู้สึกไม่สบายกับภาพที่ถูกนําเสนอในขบวนพาเหรด เกิดการวิพากวิจารณ์ถึงไม่เหมาะสม และมีข้อแสดงความห่วงใยที่อาจถูกสื่อสารทําให้เกิดความหมายในทางเชิงลบได้ เช่น ภาพผู้หญิงเดินถือปืน ภาพผู้ชายถือมีดเชือดคอไก่ ภาพผู้หญิงเดินถือบ้องกัญชา ภาพผู้ชายเดินถือมวนยาสูบ เป็นต้น ภาพเหล่านี้อาจจะสื่อและตอกย้ำมายาคติทางสังคมที่มีต่อภาพลักษณ์ ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยอย่างน้อย 3 ประเด็นดังนี้ 1) สื่อถึงวิถีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ที่มีความป่าเถื่อน รุนแรง 2) สื่อถึง วิถีวัฒนธรรมชาติพันธุ์พัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และ 3) สื่อถึงกลุ่มชาติพันธุ์เป็นพวกซ่องสุมอาวุธเป็นภัยต่อความมั่นคงของ ชาติ
เลขาธิการเครือข่ายฯกล่าวว่าทั้ง 3 ประเด็นนี้ เป็นเรื่องเปราะบาง ที่กลุ่มชาติพันธุ์ถูกตีตรามาโดยตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา และในยุคศตวรรษที่ 21 เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้มีการพยายามสื่อสาร สร้างความเข้าใจนําเสนอข้อมูลวิถีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในเชิง สร้างสรรค์ รื้อถอนความคิด ความเชื่อเดิมที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ สร้างความเข้าใจใหม่ที่ถูกต้องเป็นธรรม บนฐานการ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ประเทศไทยอย่างสันติ จนสาธารณะชนเริ่มเข้าใจแก่นแกน คุณค่า ความหมายและโลกทัศน์ที่แท้จริงของวิถีวัฒนธรรมชนเผ่า มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“พวกเรามีความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่าจะเป็นการผลิตซ้ำ ตอกลิ่มภาพลักษณ์ที่เป็นทางอคติ และมายาคติทางชาติพันธุ์สู่สาธารณะอย่างไม่มีวันจบสิ้น และจะ เป็นการหักล้างบางสิ่งที่เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ พยายามขับเคลื่อนมุ่งหวังให้เกิดการอยู่ร่วม อยู่รอด บนฐานทุนของความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทยอย่างสงบสุข มาโดยตลอด”นายสุวิชาญ กล่าว
เลขาธิการเครือข่ายฯกล่าวว่า เพื่อความสบายใจขอให้ ดําเนินการดังนี้ 1. ขอให้ผู้บริหารวิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงวัตถุประสงค์เจตนาที่แท้จริงของการ นําเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอในครั้งนี้สู่สาธารณะผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลที่ ถูกต้อง
2. ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลบภาพที่ไม่เหมาะสมอันก่อให้เกิดความไม่สบาย ใจต่อสมาชิกชุมชนกะเหรี่ยง
3. ในการจัดกิจกรรมหรือการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับวิถีวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ขอให้มีการศึกษาข้อมูล และปรึกษาหารือกับเครือข่ายฯ
ทั้งนี้รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาได้รับหนังสือและน้อมรับความผิดพลาดโดยยอมรับว่า ไม่ได้มีการศึกษารายละเอียดของวัฒนธรรมให้ลึกพอ ทำให้การนำเสนอภาพออกมาทำให้เกิดความเข้าใจผิด และพร้อมทำตามข้อเรียกร้องทุกประการ



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระดม 'อส.14 จังหวัด' ช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่
กรมการปกครอง ระดม อส. จาก 14 จังหวัดกว่า 700 นายลงพื้นที่ช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่ อธิบดี ปภ.รุดให้กำลังใจด้วย
'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า
37 จังหวัดจมฝุ่นพิษ 'แม่ฮ่องสอน' วิกฤตสุด 352.2 มคก.
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 3 เมษายน 2569 ณ 07:00 น. สรุปดังนี้
'ดร.อานนท์' เปิดความจริง 'รพ.อุ้มผาง' ที่เห็นกับตาตัวเอง
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเข้าใจว่าพี่น้องชาวไทยหลายคนรู้สึกไม่ดีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รักษาพี่น้องชาวพม่าเยอะมาก
คลินิกทำฟันในเชียงใหม่ เลือกอย่างไรตอบโจทย์วัยเรียน
การดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยวัยเรียนถือเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ฟันแท้กำลังขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม หากมีปัญหาเกี่ยวกับการจัดเรียงของฟัน ฟันผุ
'สส.ตี๋' จี้ 9 ผู้ว่าฯภาคเหนือ ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่น PM2.5 ระดับ 3 กระตุก 'มท.1' มาบัญชาการเอง
สส.เชียงใหม่ ปชน. ชี้ฝุ่นพิษ PM2.5 ภาคเหนือ เกินกำลังหน่วยงานในพื้นที่ และตอนนี้เข้าเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติแล้วอย่างน้อย 9 จังหวัด ผู้ว่าฯต้องประกาศเขตภัยพิบัติและยกระดับเป็นภัยระดับสาม

