
3 เม.ย. 2569 – ที่ จ.เชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า เช้าวันนี้ได้รับรายงานจากนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถึงการควบคุมตัวบุคคลที่ลักลอบเข้าป่าเพื่อเผาล่าสัตว์ ซึ่งสามารถจับกุมได้เมื่อเวลา 01.00 น.
โดยเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจร่วมของที่ทำการปกครองอำเภอไชยปราการ อุทยานแห่งชาติผาแดง และทหารมณฑลทหารบก 33 ซึ่งลาดตระเวนตั้งด่านตรวจคนลักลอบเข้าป่า เผาป่าและล่าสัตว์ ในช่วงเวลากลางคืน บริเวณบ้านกิ่วจำปี ตำบลศรีดงเย็น ผู้ต้องหารับสารภาพพร้อมหลักฐานกระเป๋าเป้สีดำ ที่ตรวจสอบพบเครื่องกระสุนปืน ได้แก่ แก็ปปืน ดินปืน และกระสุนปืน (ลูกปราย) จำนวนมาก และยังพบอุปกรณ์สำหรับไว้ใช้เสพยาเสพติด ได้แก่ หลอดไม้ไผ่ (ก้านสูบ) ฟอยด์ (มีร่องรอยการใช้งาน) และไฟแช็ก
โดยได้สารภาพว่าลักลอบเข้าป่ามาเป็นเวลา 2 วันแล้วเพื่อวางอุปกรณ์ล่าสัตว์ เช่น อีเห็น กับ กระต่ายป่า ทั้งยังให้การรับสารภาพว่า เข้ามาในพื้นที่ป่าเพื่อเสพยาเสพติด เมื่อเสพหมดก็จะทิ้งช่วงเวลา แล้วค่อยกลับไปยังชุมชนที่พักอาศัยตามเดิม เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการพร้อมแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับกุมให้ทราบโดยละเอียดแล้วก่อนควบคุมตัวมาดำเนินคดี
ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้งลาดตระเวนจับกุมผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ป่าดำเนินคดีโดยไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นการกระทำผิดประกาศของจังหวัดที่ในขณะนี้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือได้มีประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่ป่าแล้ว เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้เฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 2 ลำ เข้าปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟในจุดวิกฤตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 และนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ร่วมขึ้นบินปฏิบัติภารกิจเพื่อประเมินสถานการณ์เหนือพื้นที่เป้าหมาย
โดยวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะได้ขึ้นบินกับ ฮ. ปภ. หมายเลข KA32-02 เพื่อบัญชาการดับไฟป่าในพื้นที่ ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง ซึ่งเป็นพิกัดจุดความร้อน (Hotspot) ที่สำคัญ โดยทำการทิ้งน้ำอีก 2 เที่ยว ปริมาณ 6,000 ลิตร รวมทั้งสองภารกิจมีการปฏิบัติการทิ้งน้ำสกัดเพลิงไปทั้งสิ้น 10 เที่ยว ปริมาณน้ำรวม 30,000 ลิตร

ทั้งนี้นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ภาพที่เห็นป่าถูกเผาควันเต็มไปหมด สถานการณ์ไฟป่าในขณะนี้จำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด โดยได้สั่งการกำชับให้นายอำเภอทุกพื้นที่ประกาศ “ปิดป่า 100%” โดยห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด หากชุดลาดตระเวนตรวจพบผู้ที่ฝ่าฝืน ให้ดำเนินการจับกุมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีไม่มีข้อยกเว้น พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยเป็นด่านหน้าในการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อขอให้หยุดการเผาป่าทุกกรณี เพราะเป็นเรื่องของลมหายใจส่วนรวมที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้”
ในด้านการดูแลสุขอนามัยของพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยในผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละอองเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มอบหมายให้จังหวัดได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งกระจายหน้ากากอนามัยให้ถึงมือประชาชนโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับให้จัดตั้งและเปิดให้บริการ ‘ห้องปลอดฝุ่น’ (Dust Free Room) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อำเภอ เพื่อเป็นจุดพักพิงที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานด้านอากาศสะอาดให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางไปติดตามการบริหารจัดการฝนหลวง ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับทราบถึงสถานการณ์ของสภาพอากาศปัจจุบัน ซึ่งยังคงมีความแห้งแล้งสูงและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการทำฝนหลวง จึงได้เน้นย้ำประสานความร่วมมือให้ทางกรมฝนหลวงและหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ได้เพิ่มรอบเที่ยวบินในการทำฝนหลวงโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงที่กำลังประสบภาวะฝุ่น PM 2.5 เพื่อกระตุ้นให้เกิดเมฆฝนตกลงมาเพิ่มความชุ่มชื้นโดยเร็ว
พร้อมส่งกำลังใจและความปรารถนาดีไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นชุดดับไฟป่า ชุดลาดตระเวน รวมถึงอาสาสมัครทุกท่านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละท่ามกลางวิกฤตและความยากลำบากในครั้งนี้ ความทุ่มเทของพวกท่านคือหัวใจสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและลมหายใจของพี่น้องประชาชน เชื่อมั่นว่าด้วยพลังความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐและภาคประชาชน เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไฟป่าและมลพิษทางอากาศครั้งนี้ไปได้และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยยึดถือความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เข้ากรุแน่! อนุทินขึงขังฝ่ายปฏิบัติงาน-ขรก.เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม
โฆษก รบ. เผย 'อนุทิน' ฮึ่ม ฝ่ายปฏิบัติงาน-ขรก.ประจำ เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม พร้อมเด้งเข้ากรุ ขอผู้ว่าฯ กทม. ขยาย WFH สั่ง ผวจ.ตรวจสอบคุณภาพอาหาร รับระบุวันน้ำแห้ง กทม.ชัดเจนไม่ได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด
เด็ดหัว 9 ศพ! กองกำลังผาเมืองปะทะแก๊งขนยาชายแดนแม่ฟ้าหลวง ยึดไอซ์ 272 กก.
กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดไอซ์ 272 กก. กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 9 ศพ ในพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง
'ปลัด มท.' สั่งช่วยด่วน 6 เรื่อง ส่งอาหารถึงมือผู้ประสบภัยจนกว่าน้ำลด
'ปลัด มท.' สั่ง 'สถ.-พช.-โยธาฯ' ระดมรถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร ช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมตั้ง 2 ผู้ตรวจ มท. เป็น Project Manager หนุน กทม. บรรเทาผลกระทบประชาชน
เปิดแล้ว! โรงพยาบาลช้าง มช. รองรับช้างป่วยวิกฤตพร้อมกัน 6 เชือก
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มช. เปิดอาคารโรงพยาบาลช้างแห่งใหม่ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังผลักดันมานา
นายกฯ ประชุมด่วน! แก้น้ำท่วม กทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ–เข้าถึงปชช.ทุกพื้นที่
นายกฯ เรียกประชุมด่วนแก้น้ำท่วมกทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ–เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ ย้ำจุดเดือดร้อนหนักต้องช่วยก่อน พร้อมสั่งเตรียมงบเยียวยาเบื้องต้น
'อนุทิน' หารือ 'เอกนิติ-เสธ.ทบ.-ชัชชาติ' ก่อนลุยพื้นที่น้ำท่วมรอบ 2
นายกฯ เรียก 'เอกนิติ-เสธ.ทบ.-ชัชชาติ' หารือสถานการณ์น้ำท่วม ขอใช้รถทหารช่วยขนส่งประชาชน-เครื่องอุปโภคบริโภค ในจุดน้ำท่วมสูง

