ชุมพรอ่วม! น้ำท่วมระลอก 3 ในรอบเดือน สังเวย 4 ศพ ฝนยังตกต่อเนื่อง

25 พ.ย.2564 - หลังจากจังหวัดชุมพรประสบภัยน้ำท่วมมาแล้วถึง 2 ครั้ง เมื่อต้นเดือนและกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาเนื่องเกิดฝนตกหนักและน้ำไปไหลหลากท่วมใน 7 อำเภอ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นคน เสียชีวิต 4 ศพ ที่อยู่อาศัย สิ่งสาธารณูปโภค พื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมากนั้น

ล่าสุดวันนี้ จังหวัดชุมพร ได้เกิดน้ำท่วมระลอก 3 ในรอบเดือนพฤศจิกายน จากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ของจังหวัดชุมพรโดยเฉพาะในพื้นที่โซนใต้ตั้งแต่ อำเภอทุ่งตะโก อำเภอหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ และอำเภอละแม ได้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างส่งผลให้ถนนสายต่าง ๆ ตามหมู่บ้านแลตำบล รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ นอกจากนั้นถนนสายหลักเลียบชายฝั่งทะเลจากอำเภอหลังสวนไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลายจุดได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมสูงรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องได้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยและมีการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในหมู่บ้านที่ประสบภัยน้ำน้ำไปอาศัยอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ขณะที่ยังคงมีฝนตกอย่างหนักลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชุมพร คาดว่าสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ จะมีปริมาณสูงขึ้นและเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้างอีกหลายพื้นที่ของจังหวัดชุมพร

ด้าน นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้ออกประกาศด่วนแจ้งเตือนภัยขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่อำเภอหลังสวน อำเภอละแม อำเภอทุ่งตะโก และอำเภอโต๊ะ เฝ้าระรังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันจากการเกิดฝนตกหนัก ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ที่ลุ่มขอให้เตรียมขนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยงไว้ที่สูง และให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมทั้งร้องขอความช่วยเหลือได้ทันทีที่ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในอำเภอที่ประสบภัยน้ำท่วม

นอกจากนี้ยังได้ออกโทรสารด่วนที่สุดถึงนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนทองถิ่น ให้ออกช่วยเหลือแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยแก่ประชาชน โดยให้ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัยตามที่ที่กำหนดไว้ในแผนเผชิญเหตุฯ

โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด ให้จัดหาอาหารพร้อมรับประทาน (อาหารกล่อง) พร้อมน้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยอย่างเพียงพอ จนกว่าผู้ประสบภัยจะช่วยเหลือตนเองได้ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ที่ประสบภัยจัดตั้งโรงครัวจิตอาสาขึ้น หากเกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้อำเภอพิจารณาจัดตั้งโรงครัวจิตอาสาของอำเภอขึ้น หากเกินศักยภาพของอำเภอให้ร้องขอไปยังจังหวัดเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

ขณะที่ นายวัฒนะ โพธิ์นาคเงิน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร กล่าวว่าหลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมไหล่ทาง และ ผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข 41 หรือ เอเชีย 41 ขาขึ้นกรุงบเทพฯ และล่องใต้ ตอน เขาบ่อ-ท่าทอง กม.11+500 ถึง กม.11+700 อ.เมือง จ.ชุมพร ระดับน้ำไหล่ทางและถนนสูง 10-30 ซม.รถทุกชนิดยังคงผ่านได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษเนื่องจากยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตุฯ เตือนอากาศเย็น อุณหภูมิลด 1-3 องศา ใต้ฝนเพิ่มตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อุตุฯ เตือนอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด ใต้ฝนฟ้าคะนอง 10%

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

'ยศชนัน' ลงจากหอคอยพบชาวนา ชูเทคโนโลยีแก้น้ำทั้งระบบ

“ยศชนัน-จุลพันธ์” นำเพื่อไทยยกทัพลุยอยุธยา รับฟังปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ชูแก้น้ำท่วมทั้งระบบ ระบายน้ำเป็นธรรม ใช้ข้อมูลจริง-เทคโนโลยี-วิศวกรรม วางแผนป้องกัน-เยียวยาครบวงจร

เรื่องราวทีมงานด่านหน้าของทรู ที่ทุ่มเททำงานด้วยหัวใจ เพื่อให้ทุกสัญญาณเชื่อมต่อกันในวิกฤตอุทกภัยภาคใต้

วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตผู้คน แต่ยังตัดขาดการสื่อสารในหลายพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีทีมงานด่านหน้าของทรูที่ทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่เพียงดูแลเครือข่าย แต่ยังทำให้ทุกสัญญาณยังสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกันได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถติดต่อ รับข่าวสาร และส่งความห่วงใยถึงกันได้ในช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด

อุตุฯ เตือนอากาศเย็น อุณหภูมิลด 1-2 องศา ใต้ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น