'เชียงใหม่' จุดความร้อนลดแต่ฝุ่นพิษยังพุ่งต่อ

เชียงใหม่ยังระดมพ่นน้ำลดผลกระทบหมอกควันไฟป่า ปีนี้หนักยอด hot spot พุ่งแม้ล่าสุดจะลดลง สั่ง อปท.จัดหาหน้ากากแจกกลุ่มเสี่ยงพื้นที่

08 มี.ค.2566 - นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1 มกราคม - 7 มีนาคม 2566 มีจุดความร้อน (Hotspot) สะสมแล้วจำนวน 3,405 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 56.18% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากสภาพพื้นที่ซึ่งมีความแห้งแล้งกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีปริมาณฝนตกตกลงมาเป็นจำนวนมากและเกิดการเผาไหม้สูงขึ้นด้วยแม้ล่าสุดระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2566 พบว่า มีจุดความร้อน 23 จุด ลดลงจากวันก่อนหน้าที่มีจุดความร้อนสูงถึง 90 จุด ทั้งนี้ แม้การเกิดจุดความร้อนในพื้นที่จะลดลง แต่ปริมาณค่าฝุ่น PM2.5 ยังคงมีปริมาณที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากสภาพอากาศและการพัดพาฝุ่นมาจากพื้นที่อื่น โดยหลังจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น

สำหรับการบรรเทาผลกระทบนอกจากแจ้งรณรงค์เรื่องดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชนแล้วยังแจกจ่ายหน้ากากอนามัยคุณภาพสูงป้องกัน PM2.5 แก่กลุ่มเสี่ยง โดยศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เป็นผู้จัดหาหน้ากากอนามัยโดยใช้งบประมาณของท้องถิ่น ซึ่งหากไม่เพียงพอสามารถแจ้งมายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีความพร้อมในการจัดหาหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ขั้นวิกฤติและช่วงเดือนมีนาคม-ต้นเมษายนนี้จะเป็นช่วงเสี่ยงหนัก

ผลกระทบนอกจากคนแล้วยังรวมไปถึงสัตว์ป่าที่ถูกไฟเผาก็พบในหลายจุดที่มีเหตุ ล่าสุด เฟสบุ๊ค เพจ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Doi Suthep-Pui National Park โพสต์ข้อความและภาพ ว่าเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2566 เวลา 21.00 น. อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้รับแจ้งเหตุจาก “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362” ว่ามีเก้งได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ตัว (ถูกรถชน) บริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และได้จับไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือเก้ง และนำส่งคลีนิกสัตว์ป่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นเก้งเพศผู้ น้ำหนักตัว 19.8 กิโลกรัม พบบาดแผลฉีกและกระดูกหักบริเวณปาก สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประเมินอาการเพื่อการวางแผนในการรักษาต่อไป ซึ่งช่วงนี้มีเหตุเผาป่าลุกลามทำให้สัตว์หนีตาย เก้งตัวดังกล่าวเจ้าหน้าที่ก็คาดว่าจะหลบหนีไฟออกมาแล้วพลัดหลงจนเตลิดและถูกรถชน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า

นักวิชาการ มธ. ชำแหละข้อจำกัดทางกฎหมายของรัฐบาลในการบริหารจัดการไฟป่า-PM 2.5

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ช่องโหว่กฎหมายจัดการไฟป่า ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจ “ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน” เพื่อระดมทรัพยากรจัดการไฟป่า - PM 2.5 โดย

“สุชาติ รมว.ทส.” เดินหน้าคุมเข้มไฟป่า–หมอกควัน รับฟังทุกภาคส่วน เร่งลด PM2.5 ชี้แนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสูง

วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และผ่านระบบ VDO Conference เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

'ดร.เชน' ปลื้ม! หลังได้รับโปรดเกล้าฯเป็นรองนายกฯ-รมว.อว. เล็งใช้นวัตกรรมแก้ PM 2.5

ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนา

เหนือ-อีสาน อ่วม! เจอ PM2.5 ในเกณฑ์ค่อนข้างมาก ร้อนจัด ฟ้าหลัว

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไฟไหม้ป่าภาคเหนือ สาเหตุฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงติดอันดับโลก

สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในภาคเหนือช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 มีความรุนแรงมากโดยจังหวัดเชียงใหม่เกิดไฟป่าลุกลามรุนแรงบริเวณดอยสุเทพ-ปุย ใกล้กับหมู่บ้านม้งดอยปุย และพื้นที่อุท ยานแห่งชาติออบขาน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก