นครพนมอ่วม ฝนถล่ม 3 วันติด น้ำป่าทะลักท่วมนาข้าว ผวาซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ ปี 61

1 ส.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากอิทธิพลร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม สกลนคร บึงกาฬ หนองคาย อุดรฯ หนองบัวลำภู และกาฬสินธุ์ มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้าป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะเกษตรกร ระวังความเสียหาย ที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ในขณะที่ศูนย์อุตินิยมวิทยาภาคอีสานตอนบน แจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลกระทบถึงวันที่ 3 สิงหาคม 66 นอกจากนี้ยังให้ชาวบ้านระมัดระวังในการสัญจรผ่านพื้นที่ล่อแหลม ช่วงนี้หมั่นติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดด้วย

ทางด้านพื้นที่จังหวัดนครพนม ตลอด 3 วันที่ผ่านมาทั้งคืนยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ปริมาณฝนเฉลี่ยสะสมสูงเกือบ 100 มิลลิเมตร โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ธาตุพนม รวมถึง อ.นาแก มีปริมาณน้ำฝนสูงประมาณ 80 -90 มิลลิเมตร บวกกับเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาภูพานน้อย และติดกับลำน้ำสาขาสำคัญของแม่น้ำโขง คือ ลำน้ำบัง ลำน้ำก่ำ ทำให้ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลลงจากเทือกเขาภูพานน้อย จนล้นทะลักลำน้ำสาขา หนักสุดคือพื้นที่ ต.ฝั่งแดง,ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม รวมถึงพื้นที่ ต.พุ่มแก อ.นาแก บางส่วน ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าทะลักล้นลำห้วยกุดโดน ทำให้เอ่อท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร ที่เพิ่งปักดำเสร็จใหม่ๆ คาดคะเนว่ามีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเกือบ 1,000 ไร่ หากยังมีปริมาณฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำไม่ท่าทีจะลด อีกประมาณ 1 สัปดาห์คาดว่าจะทำให้นาข้าวได้รับเสียหายเป็นวงกว้าง เนื่องจากน้ำจากลำน้ำสาขาสายหลัก เริ่มระบายลงน้ำโขงช้า อีกทั้งปริมาณน้ำโขงเพิ่มพรวดพราดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 6.30 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันวานถึง 39 เซนติเมตร ผลมาจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่อง หากระดับน้ำโขงเพิ่มถึงจุดวิกฤตอยู่ที่ประมาณ 12 เมตร ยิ่งจะส่งผลกระทบมากขึ้น เพราะลำน้ำสาขาไม่สามารถไหลระบายลงน้ำโขงได้ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครพนม ได้ประสานพื้นที่อำเภอชายแดน ที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง รวมถึงติดกับเทือกเขาอื่น เช่น อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมืองฯ อ.ธาตุพนม และ อ.นาแก บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังต่อเนื่อง และวางแผนเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์การเกษตร ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หากมีฝนตกหนักน้ำป่าทะลัก เกรงจะซ้ำรอยปี 2561ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ พืชผลทางการเกษตร และบ้านเรือนราษฎรเสียหายทั้ง 12 อำเภอ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่ามีปริมาณฝนตกหนักสูงสุดในรอบปี และเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กรณีมีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร ก็เป็นโอกาสทองของชาวบ้านบางส่วน ที่ชำนาญการจับหาปลา ต่างพากันนำอุปกรณ์จับปลา ยกยอ หรือชาวอีสานเรียกว่าสะดุ้ง ออกมาจับปลานำไปขายสร้างรายได้เสริม และนำไปเป็นเมนูอาหารเลี้ยงครอบครัว ลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย เพราะปลาที่จับได้เป็นปลาธรรมชาติ เนื้อนุ่มหวานและไม่คาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

21 จังหวัดยังอ่วม 'กทม.' จมน้ำ 48 ชั่วโมง จับตา 27 ก.ย.ฝนหนักถล่มซ้ำ

ประมวลสถานการณ์น้ำท่วม พบ 21 จังหวัดยังอ่วม กระทบวงกว้าง ขณะที่ กทม.เจอฝนต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง หลายเส้นทางจมน้ำ การจราจร

ไขกระจ่าง! นักอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม ไม่ใช่ 'ฝน 1,000 ปี'

ดร.วัฒนา กันบัว ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และอดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไขข้อข้องใจ: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม "ฝน 1000 ปี" จริงหรือ? หรือเกิดจากกลไกทางอุตุนิยมวิทยาแบบไหนกันแน่

วิกฤตน้ำท่วมปากน้ำ! ร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงชั้น ชาวบ้านลุยน้ำตุนของ

สมุทรปราการยังวิกฤต ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ แห่ตุนของจากร้านสะดวกซื้อ หวั่นระดับน้ำเพิ่มสูง

เอาไม่อยู่! 'ทรงศักดิ์' ยอมรับฝนตกเกินคาดการณ์ ทำระบายน้ำไม่ทัน

รองนายกฯทรงศักดิ์ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พบหลายพื้นที่มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร สูงกว่าที่ประเมินไว้ ยอมรับสถานการณ์ขณะนี้ “เอาไม่อยู่” เหตุน้ำในคลองหลายแห่งเต็มจนไม่สามารถรองรับน้ำจากพื้นที่ชั้นในได้ พร้อมเร่งสูบน้ำลงทะเล เปิดทางระบบระบายน้ำ และเตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชนหากจำเป็นต้องอพยพ