ฝนตกหนักดินโคลนถล่มหลายหมู่บ้าน อ.สบเมย เร่งอพยพชาวบ้าน 83 ครัวเรือน

ฝนตกหนักดินถล่มหลายหมู่บ้าน อ.สบเมย อพยพชาวบ้าน 83 ครัวเรือนไปพื้นที่ปลอดภัย หวั่นชาวบ้านนับเหมือนในศูนย์พักพิงแม่ละอูนประสบภัย-ถูกตัดขาด

3 ส.ค.2566 - นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หลังจากฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ทำให้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของ ต.แม่สามแลบ โดยที่บ้านแม่ตอละ หมู่ 2 ,uบ้านเรือนเสียหาย 12 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งขณะนี้ต้องอพยพชาวบ้าน 83 ครัวเรือนไปอยู่ที่ปลอดภัยคือที่โรงเรียนบ้านแม่ตอละ ขณะที่ตลอดเส้นทางแม่สะเรียง-บ้านแม่สามแลบ ได้เกิดดินสไลด์และต้นไม้ใหญ่รวมถึงเสาไฟฟ้าล้มขวางเส้นทางเป็นช่วงๆ ทำให้ไม่สามารถติดต่อกับหมู่บ้านด้านในได้

“เสาไฟฟ้าใหญ่ล้มและดึงกันเป็นทอดๆทำให้ล้มตามกัน ตอนนี้หมู่บ้านด้านในเลยไม่มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม แล้ว สัญญาณโทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ เราต้องติดต่อกันโดยใช้มอเตอร์ไซ แต่ที่เสียหายหนักคือที่บ้านแม่ตอละ เสียหายทั้งหมู่บ้าน แต่บ้านอื่นก็เข้าออกไม่ได้ ที่เป็นห่วงคือข้าวของต่างๆไม่สามารถลำเลียงเข้าไปได้ ชาวบ้านต้องกินอาหารที่มีอยู่แล้ว ซึ่งได้แจ้งไปที่อำเภอแล้ว”นายพงษ์พิพัฒน์กล่าว และว่าต้องเร่งเปิดเส้นทางหลักให้ได้ก่อนเพื่อให้เครื่องจักรใหญ่เข้าไปได้ เพราะตอนนี้ทีมแพทย์ก็เข้าไปไม่ได้จึงทำให้มีผู้เสียชีวิต

นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวว่าตอนนี้ตนกำลังเดินทางเข้าไปเท่าที่รถไปถึง ขณะเดียวกันฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหว จึงเกิดดินสไลด์ลงมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้ทำให้ไม่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือได้ ขณะนี้ทำได้แค่ให้ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพราะกลัวว่าดินจะถล่มซ้ำอีก ที่น่าเป็นห่วงอีกพื้นที่หนึ่งคือในค่ายพักพิงแม่ละอูนซึ่งมีผู้ลี้ภัยอยู่นับหมื่นคน ได้รับข่าวว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายเยอะพอสมควร แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน เพราะเส้นทางถูกตัดขาดหมด

“ตอนนี้เส้นทางจากแม่สามแลบไปเส้นกลอเซโล เราเข้าไปไม่ได้เลย เส้นทางถูกปิดตายหมด ที่บ้านสบเมยมีอาคารเอนกประสงค์พัง สะพานใหญ่ๆที่ขึ้นไปกลอเซโลพังหมดเลย”นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต

“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา

เตรียมพร้อม! เช็กพื้นที่ฝนถล่มหนัก 23-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ล่าช้า แจ้งเตือนน้ำท่วม ฝนตกหนัก 23-26 ก.ย. เป็นมวลน้ำก้อนสุดท้าย

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 57 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่า ดินถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม

กรมชลฯ ประกาศ ฉ.2 เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังฝนตกหนักระดับน้ำเพิ่มสูง

กรมชลประทานออกประกาศเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เตรียมรับมือเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ สูงสุด 1,000 ลบ.ม./วินาที