
15 ม.ค. 2567 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ ภายในร้านสะดวกซื้อ ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าไปหยิบเอาเงินในลิ้นชักกว่า 5 พันบาท ต่อมาในเวลา 22.00 น. ซึ่งเวลาไล่เลี่ยกัน ได้รับแจ้งอีกว่ามีคนร้ายใช้อาวุธมีดเข้าไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ในบิ๊กซีมินิ สาขาบางปิ้ง อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งห่างจากจุดแรกไม่ถึง 2 กิโลเมตร คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 2 นาที หยิบเอาเงินในลิ้นชักหน้าไปกว่า 1 หมื่นบาท ก่อนที่จะวิ่งออกนอกร้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้น พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับมอบหมายให้ทีมชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ แบ่งกำลังไล่เช็กกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุทั้งสองแห่ง จนได้เบาะแสว่า คนร้ายที่ก่อเหตุนั้นน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน และหลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า เอ็นแม็ก สีดำ ทะเบียน 9 กล 9681 กรุงเทพมหานคร หลบหนี เข้าไปภายซอยทรัพย์บุญชัย 33 จนไปพบรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุจอดอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในซอยดังกล่าว และได้ข้อมูลว่าคนร้าย พักอยู่ชั้น 3 ห้อง 329 เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังปิดล้อมและเข้าไปจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายอาทิตย์ เทียนทอง อายุ 41 ปี ตรวจค้นในห้องพบ เงินสดที่ได้จากการก่อเหตุจำนวน 11,060 บาท มีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุ 1 เล่ม เครื่องแต่งกายที่สวมใส่ก่อเหตุ 1 ชุด ก่อนที่จะคุมตัวพร้อมของกลางไปสอบสวน ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ
นายอาทิตย์ รับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนก่อเหตุจริง ก่อนหน้านี้ตนเองเองเคยทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ ย่านกรุงเทพหานคร ก่อนที่จะถูกไล่ออกเนื่องจากเสพสารเสพติด จนต้องตกงานจากนั้นจึงตัดสินใจมาเช่าห้องอยู่ภายในซอยดังกล่าว ระหว่างนี้ตนเองได้ใช้เงินที่เก็บสะสมไว้ ไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด ไม่มีเงินมาจ่ายค่าห้อง กระทั่งช่วงเย็นวันนี้ไปดื่มสุราจนเมา ก่อนที่จะตัดสินใจไปก่อเหตุ ส่วนเงินที่ได้ได้มาเกือบ 2 หมื่นบาท ตนเองนำไปเป็นทุนเติมเล่นเกมส์สล็อตแล้ว 8 พันบาท กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุมได้ที่ห้องพัก
พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน กล่าวว่า สำหรับทั้งสองเหตุการณ์นับว่าคนร้าย ใช้เวลาก่อเหตุในเวลาไล่เรี่ยกัน สถานที่ห่างกันไม่ถึง 2 กิโลเมตร เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ กระทั่งได้เบาะแสจากวงจรปิด ซึ่งจับรูปพรรณและพฤติกรรมของคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ทั้งหมด เชื่อว่าน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน ทั้งนี้จาการลงพื้นที่ไม่ถึง 4 ชั่วโมง และทราบว่าก่อเหตุคนร้ายเข้าไปพักอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ย่านซอยทรัพย์บุญชัย กระทั่งติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ เบื้องต้นรับสารภาพว่านำเงินไปเล่นพนันออนไลน์ แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ รับทราบแล้ว ตำรวจจับมือยิง สส.กมลศักดิ์ ผบ.ตร. รีบรายงานทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า ได้รับทราบรายงานแล้ว ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาครบทั้ง 5 คนแล้ว โดยเมื่อวานนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้รายงานทันที
ทนาย 'บิ๊กโจ๊ก' แถลงโต้ตำรวจ ปมคลิปเสียงคดีสินบนทอง ยันเป็นเสียงเอไอ
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.เปิดแถลงข่าวโต้แย้ง กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงถึงความคืบหน้าของคดีและเปิดคลิปเสียงคดีติดสินบนทองคำ 246 บาท คลิปเสียงยาวกว่า 1 ชม.ระบุถึงการสร้างพยานเท็จเพื่อต่อสู้ในคดี
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ไม่มีละเว้น! ผู้การฯชลบุรี เซ็นให้ออกจากราชการ 'ร.ต.ต.' สายสืบเมืองพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต
โฆษกบช.ภ.2 ลั่น ร.ต.ต.สายสืบเมือพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต จะดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
ดร.นพดล แพร่บทความ 'สแกมเมอร์ยุคใหม่' เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย
เมื่อเด็กจำนวนมากกำลังถูกบังคับให้เป็นคนร้าย ผู้ใหญ่จะปกป้องพวกเขา หรือจะผลักพวกเขาออกไปจากอนาคต เราอาจกำลังเห็นเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ยืนอยู่ในฐานะผู้ต้องหา
'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' อดีตลูกน้องบิ๊กโจ๊ก จี้ ผบ.ตร. แถลงคืบหน้าคดีสินบนทอง 246 บาท
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบก.สส.ภ.4) พยานปากสำคัญในคดีสินบนทองน้ำหนัก 246 บาท และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก"

