
23 ก.ย. 2567 – ที่หอประชุม อบจ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 08.30 น. นายพันธ์เทพ เสาวโกศล รองผู้ว่าราขการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (กกต.ขอนแก่น) พร้อมด้วย นายวัชระ สีสาร ผอ. กกต.ขอนแก่น และนายพงเจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น ทำการกำกับและควบคุมการสมัครรับการเลือกตั้งนายก อบจ. ขอนแก่น แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายหลังจาก นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น หลายสมัย ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ 3 เดือน
ทั้งนี้ กกต.ขอนแก่น ได้กำหนดให้มีการสมัครรับการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 23 – 27 ก.ย. 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย. 2567 โดยบรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้งวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก เริ่มจาก เวลา 08.07 น. นายวัฒนา ช่างเหลา ประธานสโมรสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด และสมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีต สส. ขอนแก่น เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย โดยมีกองเชียร์ตามมาให้กำลังใจอย่างคับคั่ง
ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น หลายสมัย เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ. พร้อมกับ ส.อบจ.ขอนแก่น และกองเชียร์จำนวนมากเช่นกัน ก่อนที่นายพงเจตน์ พรกุณา ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น ได้ทำความเข้าใจกับผู้สมัครทั้ง 2 คน เพื่อจัดลำดับในการจับหมายเลขผู้สมัคร โดยนายพงษ์ศักดิ์ เป็นคนจับคนแรก และจับได้หมายเลข 2 ขณะที่นายวัฒนา จับได้หมายเลข 1 ก่อนที่จะดำเนินการสมัครตามขั้นตอนที่ทาง กกต. กำหนด เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อย ออกไปพบกับกองเชียร์ ด้านหน้าหอประชุม อบจ.ขอนแก่น กองเชียร์หลั่งไหลมอบดอกกุหลาบและคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง และส่งเสียงเชียร์คนของตัวเอง
นายวัชระ สีสาร ผอ.กกต.ขอนแก่น เปิดเผยว่า การรับสมัครวันแรกนั้น มีผู้สมัคร 2 คน และจับหมายเลข 2 หมายเลข ซึ่งการสมัครเรียบร้อยไปด้วยดี ส่วนข้อกังวลนั้นอยากฝากถึงผู้สมัครทุกคนว่าให้ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบอย่างเคร่งครัด และในส่วนของการเลือกตั้งนายก อบจ. ขอนแก่นครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งหลังการลาออกจากตำแหน่งของนายก อบจ.คนเดิม เป็นการลาออกก่อนครบวาระนั้น ในจุดนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่า หากการลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระนั้น ผู้สมัครที่สมัครรับเลือกตั้งจะสามารถใช้งบประมาณในการหาเสียงได้คนละ 9 ล้านบาท ทุกคนก็จะต้องบริหารจัดการเงินจำนวนดังกล่าวในการหาเสียง โดยจะต้องยึดหลัก และยึดระเบียบในการหาเสียงที่ถูกต้องเท่านั้น
“กรณีที่การแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ขอนแก่นมีทั้งหมด 26 อำเภอ จำนวน 42 เขตเลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 2,668 หน่วย มีจำนวนประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1.4 ล้านคน มีเพียงเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ทีมีการเบ่งเป็น 9 เขต แต่ก็ไม่ได้สร้างความสับสนกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่อย่างใด” นายวัชระ ระบุ
ด้าน นายพงเจตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้ออกใช้สิทธิ์ 70 % ซึ่งที่ผ่านมามีคนออกมาใช้สิทธิ์ 59 %
ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์การเป็นนายก อบจ. ขอนแก่น ถึง 6 สมัย รู้ปัญหาประชาชนชาวขอนแก่นเป็นยังไงและแก้ไขปัญหามาตลอด ถ้าได้กลับเข้ามาคราวนี้จะประสานงานต่อก่องานใหม่สร้างให้ชาวขอนแก่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการศึกษา การสาธารณสุข การท่องเที่ยว การค้าลงทุน รู้สึกพอใจกับเบอร์ที่ได้เบอร์ 2 เป็นเบอร์คู่เป็นเบอร์ที่ดีมาก และการที่ตัวเองและทีมงานใส่เสื้อสีเขียวมาในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และแสดงถึงชัยชนะ และใส่กำไรของหลวงปู่ศิลาเพื่อเป็นสิริมงคลและพกพระหลวงปู่ประจำตัวมาตลอด การที่เป็นนายก อบจ. มาหลายสมัยเป็นการได้เปรียบคู่ต่อสู้แน่นอนประวัติไม่เคยเสีย มั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ล้านเปอร์เซ็นต์
นายวัฒนา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งี้มีความพร้อมเต็มที่ ซึ่งมองว่า อบจ.ขอนแก่น อยู่ที่เดิมมา 28 ปีแล้ว และ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จึงอาสาเข้ามาเป็นนายก อบจ.ขอนแก่น เพื่อให้ทุกคนมีทางเลือกใหม่ เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาลงสมัครเป็นนายก อบจ. ในครั้งนี้
“ตอนนี้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียบร้อย วันนี้มาสมัครรับเลือกตั้งในนามของสมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความมั่นใจ 100% ว่าขอนแก่นที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ผมจะเป็นคนทำขอนแก่นให้ก้าวไปข้างหน้า เพราะเคยเป็นรองนายก อบจ. มาแล้ว 7 ปี เห็นปัญหาต่างๆ ของ อบจ. วันนี้มีพ่อมาให้กำลังใจด้วย ตอนนี้บ้านเมืองต้องการความเปลี่ยนแปลง ขอนแก่นต้องก้าวไปข้างหน้าในฐานะคนรุ่นใหม่ ต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบดิจิตอล เข้ามารับเรื่องร้องเรียนความรวดเร็วในการทำงานการดูแลแต่ละพื้นที่ ความเดือดร้อนของชาวบ้านต้องปรับปรุงในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา 10 กว่าปี เราจะเข้าไปทำทั้งหมด วันนี้ได้เวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว ฝากชาวขอนแก่นมาเลือกตั้งกันเยอะๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่ที่คะแนนเสียงชาวขอนแก่น” นายวัฒนา ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมคิด' หวั่นวิชามารซื้อบัตรปชช.ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แนะกกต.จับตาขนคนลงคะแนน
'สมคิด' เชื่อเลือกสส.อุบลเข้มข้นหวังคนอุบลให้บทเรียนนายทุน หวั่นวิชามารใช้เงินซื้อบัตรประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แนะกกต.จับตาขนคนลงคะแนน
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
เปิดชื่อผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ ครบทั้ง 10 เขต
เปิดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดบุรีรัมย์ 88 คน ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง จาก 11 พรรคการเมือง ในจำนวนนี้มีสมัครครบทั้ง 10 เขต 6 พรรคการเมือง จากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดี ส.ส. อดีต สจ. ข้าราชการบำนาญ นักธุรกิจ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกร และชาวบ้านทั่วไป ด้าน กกต.เร่งตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สมัคร
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง

